สธ.แนะพื้นที่ภาคเหนือ ใส่หน้ากากป้องกันหมอกควัน

สธ. 7 มี.ค.-กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์หมอกควันและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในภาคเหนือใกล้ชิด แนะกลุ่มเสี่ยง ‘ผู้มีโรคประจำตัว-สูงอายุ-เด็กเล็ก-หญิงตั้งครรภ์’ ควรสวมหน้ากากอนามัยหากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งหรืออยู่นอกอาคาร


 

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ทำให้สภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น จึงอาจส่งผลให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ประกอบกับมีการลักลอบเผาในที่โล่ง ดังนั้นปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ จึงยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จ.เชียงใหม่ พบว่า วันที่ 6 มี.ค.2560 มีพื้นที่ในภาคเหนือที่มีค่าเฉลี่ยหมอกควันเกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ 2 พื้นที่ในจังหวัดลำปางคือ ต.พระบาท อ.เมือง และ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ โดยพบปริมาณค่าฝุ่นละอองในอากาศ 158 และ 169 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ


 

นอกจากนี้ หลายจังหวัดภาคเหนือเริ่มมีหมอกควันกระจายในบางพื้นที่ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีปริมาณหมอกควันมากคือ พื้นที่ใน อ.เมือง จ.ลำพูน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน อ.เมือง จ.พะเยา และ อ.เมือง จ.แพร่

 


นพ.เจษฎา กล่าวต่อไปว่า ค่าฝุ่นละอองในอากาศ หากมีค่ามากกว่า 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคารเป็นเวลานาน ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ควันไฟหรือหมอกควันเข้าในอาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบทางสุขภาพง่ายกว่าคนทั่วไป คือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นต้น กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ หากจำเป็นต้องอยู่นอกอาคารควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดละอองหมอกควันเข้าปอด

 

สำหรับอันตรายของฝุ่นละอองหมอกควันที่เกิดจากการเผาป่า เผาขยะ เผาวัชพืช ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงป่วยจาก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.โรคทางเดินหายใจ 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคตาอักเสบ และ 4.โรคผิวหนังอักเสบ จากรายงานผลการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาหมอกควันใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลําปาง ลําพูน พะเยา แพร่ และน่าน) ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ.2560 มีรายงานผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคที่เฝ้าระวังจำนวนทั้งสิ้น 51,612 ราย โดยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดมีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบผู้ป่วยสูงผิดปกติใน 4 กลุ่มโรคดังกล่าว

 

สำหรับผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพจะขึ้นกับระยะเวลาการสัมผัส อายุ ความต้านทานแต่ละบุคคล ความเข้มข้นของมลพิษ ประวัติการป่วยเป็นโรคปอดหรือโรคหัวใจและอื่นๆ โดยอาการป่วยเริ่มตั้งแต่ขั้นเล็กน้อยจนถึงรุนแรง กลุ่มเสี่ยงจึงควรเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที

 

ทั้งนี้ สธ.โดยกรมควบคุมโรค เฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเตรียมทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) พร้อมลงพื้นที่ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที รวมถึงมีการประสานงานกับหน่วยงานในทุกภาคส่วนเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาหมอกควันร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องหมั่นติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รวมถึงมีการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

 

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีป้องกันให้ปลอดภัยจากหมอกควัน โดยปิดประตูหน้าต่างบ้านให้มิดชิด หมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดปากและจมูกและเปลี่ยนทุกวัน ส่วนกรณีที่ขับขี่ยานพาหนะในช่วงที่มีหมอกควันมาก ทัศนะวิสัยไม่ดี ควรเปิดไฟ หน้ารถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422  .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า