นายกฯ มอบโอวาทนักกีฬา ก่อนแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10

ทำเนียบฯ 6 ม.ค.- นายกฯ มอบโอวาท คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ร่วมแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ขอยึดมั่นในระเบียบวินัย มีน้ำใจ พร้อมชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาไทย


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบโอวาทให้คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ รวม 500 คนก่อนออกเดินทางไปแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14-25 มกราคม 2563 ณ เมืองซูบิค สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยครั้งนี้คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้จัดส่งคณะนักกีฬาคนพิการตัวแทนทีมชาติไทยไปร่วมแข่งขันจำนวน 318 คน ใน 16 ชนิดกีฬา ได้แก่ ยิงธนู กรีฑา แบตมินตัน บอคเซีย หมากรุกสากล จักรยาน ฟุตบอล-โกบอล ยูโด ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ โบลิ่ง วอลเลย์บอล เทเบิลเทนนิส วิวแชร์ บาสเกตบอล และไตรกีฬา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและคนไทยทุกคน ขอชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่กว่าจะฝ่าฟันมาเป็นตัวแทนนักกีฬาในวันนี้ได้ ต่างต้องอดทนมุ่งมั่นและเสียสละ อีกทั้งแต่ละคนต้องมีปัญหาส่วนตัว ซึ่งในวันนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเอาชนะให้ได้ และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในศรัทธา และการทำความดี


“เรื่องของการมีระเบียบวินัย เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องยึดมั่น เพื่อเป็นกรอบของการทำสิ่งต่าง ๆ ขอขอบคุณทีมผู้ฝึกสอน และคณะทำงานทุกคนที่ทุ่มเทฝึกสอน ซึ่งทัพนักกีฬาไทย ถือเป็นทีมใหญ่ ประกอบด้วยนักกีฬาจำนวนมากที่ไปร่วมแข่งขันในหลายประเภทกีฬา ดังนั้นผมและคนไทยต่างมีความหวังให้นักกีฬาของไทย จะสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศให้กับประเทศได้เพิ่มมากขึ้น และสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกคน มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีรอยยิ้ม ส่งให้ทุกคน และขอให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นทูตวัฒนธรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ผ่านเพื่อนนักกีฬาประเทศต่าง ๆ ด้วย ขอยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนากีฬาทุกด้าน วางแนวทางตามยุทธศาสร์ชาติ และติดตามชมการแข่งขันกีฬามาโดยตลอด และถือโอกาสนี้เชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาไทย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการเดินหน้าประเทศ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่ทุกคนจะต้องหันมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน  ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ อย่างเป็นกันเอง.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย