รุ่นแรก ! ผลิต นศ.ครูชั้นปี 1 ผ่านหลักสูตรสมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

กรุงเทพฯ16 ธ.ค..-3พันธมิตรจับมือสนับสนุนราชภัฏประสบความสำเร็จ ผลิต นศ.ครูชั้นปี 1 ผ่านหลักสูตรสมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย รุ่นแรกของไทย กว่า 1,300 คน 


นับเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของภาคีเครือข่าย 3 องค์กร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  สภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) ที่ได้ร่วมกันยกระดับขีดความสามารถของมหาวิทยาลัยราชภัฏ สถาบันหลักในการผลิตครูของชาติจนเกิดผลสำเร็จ ภายหลังได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการเมื่อต้นปี 2562 มีการพัฒนาหลักสูตรครูการศึกษาปฐมวัย (4 ปี) รายวิชา “สมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย” ขึ้น แล้วนำไปจัดอบรมให้กับอาจารย์คณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง จำนวนกว่า 165 คน ให้เข้าใจถึงหลักการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า Executive Functions (EF) และธรรมชาติการเรียนรู้ของสมอง พบว่า เมื่ออาจารย์เปลี่ยนกระบวนการสอน บรรยากาศในชั้นก็เปลี่ยนไป นักศึกษาเห็นคุณค่าในตัวเอง เห็นเป้าหมายปลายทาง ต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า “หนูรู้แล้วว่า…ความหมายของวิชาชีพครูคืออะไร”

ความรู้เกี่ยวกับทักษะสมอง Executive Functions หรือ EF ซึ่งหมายถึงความสามารถระดับสูงของสมองมนุษย์ที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ชี้ชัดว่า การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ของคนเราใช้ระยะเวลายาวนานจากขวบปีแรก จนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุประมาณ 25-30 ปี โดยช่วงปฐมวัย อายุ3-6 ปี เป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะมีอัตราการพัฒนาได้ดีที่สุด ที่จะปลูกฝังทักษะ EF ให้มีประสิทธิภาพจนเป็นบุคลิกภาพและรากฐานของทักษะการเรียนรู้ของคนๆ นั้นไปตลอดชีวิต หากพ้นช่วงเวลานี้ไปแล้ว โอกาสพัฒนาทักษะสมองก็จะลดลง


นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี ในฐานะภาคีเครือข่ายและตัวแทนของ สสส. ในการบริหารโครงการความร่วมมือครั้งนี้ เปิดเผยว่า หลังการอบรมหลักสูตร มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ24 แห่งที่ได้จัดทำหลักสูตรครูการศึกษาปฐมวัย 4 ปีแล้วเสร็จ ได้เปิดสอนรายวิชา “สมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย” ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ทันที มีนักศึกษาชุดแรกของรายวิชาใหม่นี้เข้าเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า 1,300 คน โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏอีก 7 แห่งเปิดสอนในภาคเรียนที่ 2 และอีก 3 แห่งนำไปบูรณาการสอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง 

ยังมีความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership ด้านวิชาการ อาทิ อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาปฐมวัย ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ปี 2562 ทำหน้าที่ครูใหญ่ของโครงการฯ มี ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองกับการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหลักในการวางโครงสร้างของหลักสูตรและนำหลักการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือ Transformative Learning มาเสริมหลักสูตร รวมถึงการทำการวิจัยประเมินผล อีกทั้งยังมี ผศ.วิริยาภรณ์ อุดมระติ ผู้เชี่ยวชาญสาขาจิตวิทยาพัฒนาการ และอีกหลายๆ ท่านร่วมกันในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรฯ  การอบรมหลักสูตรฯ ให้กับอาจารย์ราชภัฏสาขาปฐมวัย และการ Monitor ติดตามการเรียนการสอนของอาจารย์ราชภัฏในภาคเรียนที่ 1 ปี 2562 ที่ผ่านมา 

จากการถอดบทเรียนและลงพื้นที่ติดตามผล พบว่าแม้อาจารย์และนักศึกษาจะมีความกังวลในช่วงต้น เพราะเป็นรายวิชาใหม่ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมองซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่อาจารย์สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเองได้ โดยเปลี่ยนมุมมอง และกระบวนการสอน จากเคยเน้นสอนเนื้อหา เป็นการมุ่งสร้างเจตคติที่ดี การเห็นคุณค่าในตนเองต่อวิชาชีพครูและต่อเด็กปฐมวัยให้กับนักศึกษาก่อน  เปลี่ยนจากจะสอน “อะไร” เป็น “นักศึกษาจะได้เรียนรู้อย่างไร” เปลี่ยนจากการบรรยายประกอบ power point หันมาสร้างการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมลงมือปฏิบัติ ทำให้ห้องเรียนวิชาสมองกับการเรียนรู้ที่คิดว่าจะยาก เปลี่ยนเป็นห้องเรียนที่มีความสุข สนุก น่าค้นหา 


ซึ่งผลกระทบต่อตัวนักศึกษา พบว่า นักศึกษามีวินัยที่เกิดจากตัวผู้เรียนเอง ไม่มาสาย ไม่ขาดเรียน กระตือรือร้น ทำงานร่วมกันได้ เปิดใจทั้งกับเพื่อนและอาจารย์ เชื่อมโยงความรู้เรื่อง EF จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติได้  นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ไม่ลอกเลียนใคร และสามารถนำไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัย แล้วกลับมาวิเคราะห์เชื่อมโยงองค์ความรู้เรื่องการทำงานของสมองส่วนคิด พัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กได้อย่างเข้าใจ ทั้งนี้ เป็นผลิตผลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการสอนของอาจารย์ตามหลักการ Transformative Learning ที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงมาจากภายใน เป็นการเรียนรู้ที่จะสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับผู้เรียนได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ผลวิจัย พบว่า หลังจากนักศึกษาครูปฐมวัยเข้าเรียนวิชา สมองและการเรียนรู้ ตามหลักการแล้ว นอกจากจะมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องทักษะสมอง EF มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว นักศึกษายังตระหนักในความสำคัญของวิชาชีพครูปฐมวัยมากขึ้น และมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามหลักการบูรณาการสมองและการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF ในเด็กปฐมวัยมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติอีกด้วย 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวถึงการบรรลุความสำเร็จข้อแรกของการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง 3องค์กร ในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาสมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยว่า เป็นความสำเร็จที่น่าพอใจและน่ายินดียิ่ง ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีสำหรับก้าวต่อๆ ไปของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการสร้างมาตรฐานคุณภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สมกับที่เป็นสถาบันหลักในการผลิตครูของชาติ ที่บุคลากรมีคุณภาพ มีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการศึกษา ที่มีหลักวิชาการทันยุคทันสมัย มีงานวิจัยรองรับเชื่อถือได้ ตอบโจทย์นโยบายของชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สำหรับความร่วมมือ 3 ฝ่ายในระยะที่สองนั้น แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ (1) ปี 2563 พัฒนาอาจารย์ที่ผ่านการอบรมเพื่อเป็นวิทยากรด้านการพัฒนาทักษะสมอง EF  จำนวนประมาณ 38 คน เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะกระบวนการ EF ให้กับคณาจารย์ราชภัฏต่อเชื่อมกับสถาบันอาร์แอลจี และภาคีวิชาการ Thailand EF Partnership ให้เข้าใจเรื่องสมองกับการเรียนรู้ให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น (2) ปี 2564 ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดการอบรมให้กับอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ “รอยเชื่อมต่อ” ของการศึกษาไทยเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพลเมืองคุณภาพของไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเชื่อได้ว่า เมื่อโครงการฯ นี้สำเร็จครบถ้วนสมบูรณ์ จะเกิดคุณูปการแก่การศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่งต่อไปในอนาคตแน่นอน .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

car blocked hydrant delaying Thai temple fire control in New York

เปิดภาพรถจอดขวางหัวจ่ายน้ำดับเพลิงในเหตุไฟไหม้วัดไทย

นิวยอร์ก 13 ก.พ. – หน่วยงานดับเพลิงในนครนิวยอร์กโพสต์ภาพรถยนต์ที่จอดกีดขวางหัวจ่ายน้ำดับเพลิง เป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าในการดับไฟไหม้วัดไทยในเขตบรองซ์ของนครนิวยอร์ก ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมกับเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ นายโรเบิร์ต เอส. ทักเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงนิวยอร์กหรือเอฟดีเอ็นวาย (FDNY) โพสต์ในแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) แสดงความเสียใจกับเหตุไฟไหม้ในเขตบรองซ์ และขอบคุณสภากาชาดและหน่วยงานฉุกเฉินที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมกับโพสต์ภาพรถยนต์ที่จอดกีดขวางหัวจ่ายน้ำดับเพลิง โดยระบุว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วันที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประสบปัญหาหัวจ่ายน้ำดับเพลิงถูกกีดขวาง และครั้งนี้เป็นหัวจ่ายน้ำดับเพลิงที่อยู่ตรงข้ามกับอาคารที่เกิดไฟไหม้ วินาทีที่มีค่าต้องสูญเปล่าเพราะยวดยานที่จอดกีดขวางหัวจ่ายน้ำดับเพลิงอย่างผิดกฎหมาย เรื่องนี้เป็นยิ่งกว่าการทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องของความเป็นความตาย ด้านเอฟดีเอ็นวายโพสต์เอ็กซ์ว่า เหตุไฟไหม้วัดอุษาพุฒยาราม เมื่อราว 06.00 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทวีความรุนแรงจากการเตือนภัยระดับ 2 เป็นระดับ 3 เจ้าหน้าที่มากกว่า 40 หน่วย รวม 150 นาย พยายามควบคุมไฟที่ไหม้ 2 อาคาร แต่น่าเสียใจที่มีผู้เสียชีวิต 2 คน มีรถยนต์คันหนึ่งจอดกีดขวางหัวจ่ายน้ำดับเพลิงซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุด และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่นานมานี้ เอฟดีเอ็นวายโพสต์ในเวลาต่อมาว่า เหตุไฟไหม้ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากเครื่องทำความร้อนแบบพกพาสัมผัสกับวัสดุที่ติดไฟง่าย พร้อมกับย้ำว่า […]

ปลอดภัยแล้ว นร.ถูกเก๋งฝ่าไฟแดงพุ่งชนขณะข้ามทางม้าลาย

รถเก๋งฝ่าไฟแดงชนนักเรียนขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียนดัง คนขับอ้างไม่ใช่คนพื้นที่ มัวมองดู GPS ส่วนน้องนักเรียนปลอดภัยแล้ว

ภูมิใจไทยวอล์กเอาต์

ประชุมร่วมรัฐสภา วุ่นตั้งแต่เริ่ม “ภท.” วอล์กเอาต์ยกพรรค

“ภูมิใจไทย” วอล์กเอาต์ยกพรรคตั้งแต่เริ่มถกแก้ รธน. “ไชยชนก” บอกขัดต่อคำวินิจฉัยศาล ด้าน “หมอเปรม” โร่เสนอญัตติด่วนขอให้ศาล รธน.ตีความก่อน ลั่น เป็นคนมีวุฒิภาวะ-ทำอะไรรอบคอบ บรรจงเขียนอย่างสุดยอดในชีวิต ทำ “ณัฐวุฒิ” โวยยังไม่เห็นเอกสาร สุดท้ายประธาน “วันนอร์” สั่งพักประชุม 15 นาที

ข่าวแนะนำ

ฆ่าอำพราง 3 ศพ พ่อแม่ลูก ยัดใส่รถกระบะ

สะเทือนขวัญ! ฆ่าอำพราง 3 ศพ พ่อแม่ลูก ยัดใส่รถกระบะทิ้งบ้านร้างริมถนน พื้นที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ญาติเผยหายตัวไปตั้งแต่ 12 ม.ค.68

“ไทด์ เอกพันธ์” ให้ข้อมูล DSI คดีแตงโม มั่นใจจำได้ทุกบาดแผล

“ไทด์ เอกพันธ์” เข้าให้ข้อมูล DSI คดีแตงโม ยืนยันจำได้ทุกบาดแผล มั่นใจ รอยกรีดลึกยาวโคนขาขวาด้านในไม่ใช่สาเหตุจากใบพัดเรือ ขณะที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา 23 พ.ค.นี้

สภาล่ม

สภาฯ ล่ม​ องค์ประชุมไม่ครบ วอล์กเอาต์ 2 รอบ

ล่ม​จนได้​ องค์ประชุมไม่ครบ​ หลัง​มีวอล์กเอาต์ 2 รอบ และมีมติไม่เลื่อนญัตติด่วน “หมอเปรม” ขอให้ส่งศาลตีความก่อนถกร่างแก้ไข รธน.