กรมคุ้มครองสิทธิร 28 ต.ค.-ครอบครัววิศวกร ร้องกรมคุ้มครองสิทธิฯ เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย รพ.เอกชนย่านประชาชื่น หลังครอบครัวเชื่อหมอวิฉิจฉัยโรคผิดพลาดเป็นเหตุให้วิศวกรหนุ่มดับ ด้านอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ เผย เผยสัญญาณตอบรับดีเตรียมนัดไกล่เกลี่ยรอบใหม่
นายอดิศักดิ์ อธิภาคย์ ทนายความและญาติของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปีผู้จัดการวิศวกรไฟฟ้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านประชาชื่นซึ่งเสียชีวิตจากการวินิจฉัยโรคผิดพลาดของแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านประชาชื่น พร้อมนางกิ่งกาญจน์ หมื่นหาญ ภรรยาของนายศุภชัย เข้าพบ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อขอความช่วยเหลือในการเป็นคนกลางดำเนินการกับโรงพยาบาลฯ
อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกรมคุ้มครองสิทธิฯได้ประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชนฯเพื่อขอให้มีการไกล่เกลี่ยกับนางกิ่งกาญจน์ ซึ่งมีสัญญาณการรับการตอบรับที่ดี แต่คงต้องเจรจากันอีกรอบหนึ่งจึงจะกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนได้ ส่วนการช่วยเหลือในคดีอาญาหลังการเสียชีวิตต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่คือสน.ประชาชื่นก่อน และการช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาบุตรวัย 13 ขวบนั้น ได้มีการประสานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 ทราบว่ามีทุนการศึกษา หากนางกิ่งกาญจน์ ประสงค์ขอรับทุนการศึกษาให้กับบุตรขอให้ทำหนังสือไปยังเขตพื้นที่และโรงเรียนได้เลย
ขณะเดียวกันได้ทำความเข้าใจกับครัวของผู้เสียหายในการตรวจพิสูจน์ศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติการของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจึงจะทราบผลตรวจอย่างเป็นทางการที่จะใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านนายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทนายความและญาติได้พยายามติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอเจรจาแต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรและมีการบ่ายเบี่ยงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน รวมทั้งการขอเอกสารการรักษา แต่ได้รับเพียงเวชระเบียนย้อนหลัง 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลมากกว่า 10 ปี ที่ผ่านมาเคยได้เจรจากับรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งยืนยันว่าแพทย์ที่ทำการรักษาในวันเกิดเหตุเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ และได้ทำการรักษาอย่างดีที่สุดแล้ว ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นการยืนยันว่าแพทย์ทำถูกต้องทำให้ครอบครัวหนักใจ และคิดว่าเป็นการต่อสู้กับสถานพยาบาลที่เข้าถึงข้อมูลได้ยากและยากที่จะรับการตอบสนองจึงได้ร้องขอให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาและเยียวยาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาของแพทย์
นางกิ่งกาญจน์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยาหรือจากโรงพยาบาล และคิดว่าไม่มีใครจะเป็นที่พึ่งให้ได้ แต่เมื่อมาร้องขอความเป็นธรรมจากระทรวงยุติธรรม และได้รับความช่วยเหลือจึงรู้สึกดีใจและไม่โดดเดี่ยว เพราะตั้งแต่สามีเสียชีวิตทางโรงพยาบาลก็ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย ตนรู้สึกเสียใจมากเพราะเป็นผู้พาสามีไปรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 6 ต.ค.เวลา 20.30 น.แพทย์ให้การรักษาและให้กลับไปบ้านตอน 23.00 น.แต่ต่อมาเวลา 24.00 น.สามีได้เสียชีวิตลง ถือเป็นเวลาที่รวดเร็วมาก ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับครอบครัวตัวเองหรือครอบครัวใดๆเลยจากการหมอวิฉัยฉัยโรคผิดพลาด
ทั้งนี้ นายศุภชัย อธิภาคย์ เข้ารักษาอาการป่วยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2562 แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหาร ฉีดยาลดกรด ให้ยาแก้กระเพาะอาหารและยาคลายกล้ามเนื้อกลับไปกินที่บ้าน และต่อมาเสียชีวิตเวลาประมาณ 24.00 น.จากนั้นญาติส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยแพทย์วินิจฉัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ นางกิ่งกาญจน์ ภรรยา เห็นว่าคำวินิจฉัยโรคขัดแย้งกัน จึงแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์โรงพยาบาลดังกล่าว โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ติดต่อไปยังทนายเจ้าของเรื่องเพื่อสอบถามรายละเอียดเบื้องต้น ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2562 และประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนัดมาหารือกันวันนี้ ซึ่งการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆในวันนี้ .-สำนักข่าวไทย