จับคู่ธุรกิจอินเดียวันเดียวทะลุ 4,000 ล้านบาท

อินเดีย 26 ก.ย. – ไทยปลื้มจับคู่ธุรกิจอินเดีย วันเดียวทะลุ 4,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดตลาดใหม่เพิ่มเจรจาอีก 2 วัน 



นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การนำคณะเยือนอินเดียในช่วง 3 วันตั้งแต่วันที่ 25-27 กันยายนนี้ โดยได้พบปะ Mr.Kishire Biyani ซึ่งเป็นเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของอินเดีย “ฟู้ดฮอลล์และบิ๊กบาร์ซ่า” มีสาขา 2,000 สาขาทั่วประเทศอินเดียใน 400 เมือง มีลูกค้าประมาณ 600 ล้านคน ซึ่งนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทยเป็นหลักปีละประมาณ 35 ล้านบาท ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น เพราะตลาดอินเดียเป็นตลาดใหม่และมีโอกาสที่จะนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นได้ และยังพบปะทั้งผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนอินเดียโดยตรง 


อย่างไรก็ตาม นอกจากสินค้าประเภทอาหารที่นำเข้าจากประเทศไทยแล้ว  โดยเฉพาะเวชสำอางและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ สิ่งของตกแต่งบ้าน ผู้บริโภคชาวอินเดียยังชื่นชอบสินค้าเหล่านี้ของไทยด้วย ดังนั้น อนาคตทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหารของไทยมีโอกาสเข้ามาเจาะตลาดในเมืองต่าง ๆ ของอินเดียได้อย่างแน่นอน และการลงนาม MOU ระหว่างภาคเอกชนไทยกับอินเดียรวม 3 ฉบับจะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันได้ทั้งตรงและทางอ้อม


ทั้งนี้ กิจกรรมของวันที่ 25 กันยายน เพียงวันเดียวในมุมไบที่ได้มีการเจรจาทางด้านการค้าระหว่างกันสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าทั้งหมดร่วม 4,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นการลงนามข้อตกลง  MOU ระหว่างสมาคมธุรกิจไทยกับผู้ซื้อจากอินเดีย 2,600 ล้านบาท และสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและอินเดีย โดยจับคู่ธุรกิจเป็นรายสินค้า รวมมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ทำให้ยอดการเจรจาเพียงวันเดียวทะลุเกือบ 4,000 ล้านบาท และวันนี้ยังมีภารกิจที่ผู้ประกอบการลงทุนในประเทศอินเดียเข้าพบเพื่อรายงานปัญหาอุปสรรค และมีประธานอุตสาหกรรมแห่งบอมเบย์เข้าพบ เพื่อรายงานผลการเจรจาการค้า  โดยนายจุรินทร์ ยังมีภารกิจสำคัญ และวันที่ 27 กันยายน 2562 เดินทางไปเมืองเจนไน เพื่อเปิดสัมมนาโอกาสใหม่ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมยางระหว่างไทยกับอินเดีย พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจและจะมีการทำข้อตกลง MOU หลายรายการที่เป็นมูลค่าทางการค้าในพื้นที่อินเดียตอนใต้อีกด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย