ส่ง ปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดังและพวกเข้าทัณฑสถาน

กรุงเทพฯ 19 มิ.ย.- ส่ง “ปุ๊กกี้” อดีตนักร้องดัง และพวก เข้าทัณฑสถานฯ  หลังไร้ญาติยื่นประกัน


ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (19 มิ.ย.) พ.ต.ท.เริงชัย คงสง พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ได้ควบคุมตัว นายหง เจิ้ง อี้ (MR.HUNG CHENG YI) อายุ 28 ปี สัญชาติไต้หวัน นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี สามีของปุ๊กกี้ และ น.ส.พริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี่ หรือปุ๊กกี้ อายุ 40 ปี อดีตนักร้องวัยรุ่น ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท2 (เคตามีน) หรือ ยาเค และครอบครองยาไอซ์-ยาบ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มายื่นคำร้องของฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-30 มิ.ย.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลาง, ผลตรวจประวัติต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลางและข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเป็นภัยอันตรายต่อสังคม ประเทศชาติ หากได้ประกันตัวเกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งจะยากต่อการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี และอาจไปทำอันตรายหรือกระทำเหตุ ที่ให้เกิดความเสียหายแก่พยานหลักฐานในคดีได้ 


โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือน มิ.ย.2562 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังประเทศไต้หวัน จึงได้สืบสวนเรื่อยมากระทั่งวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายหง ชาวไต้หวัน ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลในเครือข่ายนั้นได้เดินทางมาพักที่โรงแรมย่านลาดกระบัง จึงได้จัดชุดเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งเวลา 01.40 น.ของวันที่ 17 มิ.ย. 2562 ชุดปฏิบัติการได้พบชายต้องสงสัยสวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น สวมหมวกภายหลังทราบชื่อคือ นายชลวิทย์ ผู้ต้องหาที่สอง ซึ่งมีกระเป๋าสีน้ำตาลทรงเหลี่ยมลักษณะมีน้ำหนักมากและกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินติดตัวมาด้วย ได้มาติดต่อเช่าห้องพักโดยใช้ชื่อบุคคลอื่น จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2 ได้ออกไปจากโรงแรมกระทั่งเวลา 03.50 น.นายชลวิทย์ ผู้ต้องหาที่ 2 จึงได้เดินทางกลับมาโรงแรมพร้อมกับกระเป๋าสีดำใบใหญ่ ลักษณะมีน้ำหนักมาก จากนั้น 10 นาทีก็ได้เดินทางออกจากโรงแรมไปด้วยรถแท็กซี่คันเดิมที่นั่งมา จนเมื่อเวลา 13.50 น.ผู้ต้องหาที่ 2 ก็กลับมายังโรงแรมอีกครั้งด้วยรถรับจ้างพร้อมถือกล่องกระดาษขนาดใหญ่เข้าห้องพักที่ได้เช่าไว้ ซึ่งระหว่างนั้นเวลา 12.00 น.นายหง ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ลงมาชำระค่าห้องพักของตนและค่าห้องพักที่ผู้ต้องหาเช่าไว้ในชื่อบุคคลอื่น กระทั่งเวลา 14.00 น.นายชลวิทย์ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ออกจากโรงแรมไปพร้อมกับกระเป๋าสีดำใบใหญ่และกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน ชุดปฏิบัติการจึงได้สะกดรอยตามทราบว่า ผู้ต้องหาที่ 2 ได้นั่งรถออกจากโรงแรมไปยังบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยรามอินทรา 15 ถ.รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.โดยชุดปฏิบัติการยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ที่หมู่บ้านดังกล่าวและห้องพักที่โรงแรม ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.จึงพบนายหง ผู้ต้องหาที่ 1 ออกจากห้องพักของตน เดินเข้าไปยังห้องพักที่นายชลวิทย์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้เช่าไว้แล้วขนกล่างพัสดุ 4 กล่องลงไปที่ล็อบบี้โรงแรม และให้พนักงานติดต่อขนส่งพัสดุระหว่างประเทศจัดส่งไปยังประเทศไต้หวัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของ ป.ป.ส.จึงได้เข้าแสดงตัวของตรวจสอบกล่องพัสดุ ต่อหน้าผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งพบยาเค น้ำหนักรวม 5.17 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในถุงใสซุกซ่อนในที่เขี่ยบุหรี่ทรงกลมสีบรอนซ์สลับดำ ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาที่ 1 ฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 หรือยาเค (ยาเค จำนวน 2 กรัมในขวดแชมพูสระผม ) และร่วมกันมียาเค จำนวน 5.17 กิโลกรัม  ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต  และเมื่อตรวจค้นตัวของผู้ต้องหาที่ 1 พบมือถือ ไอโฟน 2 เครื่องกับกุญแจห้องพัก 2 ห้อง จึงได้พาไปตรวจค้นห้องพักก็พบยาเคอีก 2 กรัม ที่อยู่ในขวดแชมพูสระผม และลังกระดาษที่ยังไม่ได้ประกอบ กับถุงมือยาง และเทปกาว เมื่อสอบปากคำเบื้องต้น นายหง ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับว่า รับยาของกลางและซิมโทรศัพท์มาจากนายชลวิทย์ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งได้มีการยืนยันภาพถ่ายของผู้ต้องหาที่ 2 ด้วย 


หลังจากนั้น เมื่อเวลา 21.00 น. ชุดปฏิบัติการที่สังเกตการณ์อยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านดังกล่าว ได้เห็นนายชลวิทย์ผู้ต้องหาที่ 2 กำลังโยกย้ายสิ่งของจึงได้เข้าตรวจค้นบ้านพักเพื่อจับกุมโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 14 (1) เนื่องจากมีเหตุอันควรต้องสงสัยว่าผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดหลบหนีและมียาเสพติดอยู่ภายในบ้านประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่ากว่าจะเอาหมายค้นได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรืออาจมีการโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลายยาเสพติด ซึ่งก่อนการตรวจค้นได้เชิญกรรมการหมู่บ้านและพนักงาน รปภ.ร่วมเป็นพยาน และเมื่อเรียกบุคคลในบ้านหลังดังกล่าวจึงพบ น.ส.ปริศนา หรือปุ๊กกี้ ผู้ต้องหาที่ 3 สวมเสื้อกล้ามสีดำ มีเสื้อคลุมสีดำสวมทับออกมาเปิดประตูรับจากนั้นจึงได้เรียกนายชลวิทย์ ผู้ต้องหาที่ 2 ออกมาพบเจ้าหน้าที่ จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2-3 จึงได้นำตรวจค้นบ้านซึ่งผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ น้ำหนัก 98.3 กรัม ราคาประมาณ 39,600 บาท ในถุงซิปล็อค, ยาบ้าสีส้มปั๊มอักษร ภาษาอังกฤษ WY ยาบ้าจำนวน 8 เม็ดในถุงซิปล็อค  น้ำหนัก 0.64 กรัม ราคา 1,200 บาท , เอ็กซ์ตาซี่ หรือยาอี คละสี ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อีกจำนวน 10 เม็ดในถุงซิปล็อค น้ำหนัก 1 กรัม ราคา 300 บาท , ยาเค น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 4 กรัม และวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายกัญชา  น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 40 กรัมบรรจุในถุงพลาสติกซิปล็อคสีดำและยังตรวจพบพยานหลักฐานประกอบคดีอีก 16 รายการ ( โดยยาเค จำนวนทั้งหมดที่ตรวจพบ 5.176 กิโลกรัม ราคาประมาณ 5,176,000 บาท ) จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2-3 รวม 3 ข้อหาฐานร่วมกันมียาไอซ์ ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมียาบ้า, เอ็กซ์ตาซี่ หรือยาอี ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมียาเค ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขาย โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เวลา 17.20 น.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 

ศาลพิจารณาและสอบผู้ต้องหาทั้งสามแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขัง และภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสาม ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด  เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายหงและนายชลวิทย์ผู้ต้องหาที่ 1-2 ไปคุมยัง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วน น.ส.ปริศนา หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดัง ผู้ต้องหาที่ 3 ถูกนำตัวไปคุมขังยังทัณสถานหญิงกลางต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ภาคเหนือตอนล่างยังเสี่ยงน้ำท่วม-หลากจากฝนสะสม

กรุงเทพฯ​ 31 ส.ค.​ – กรม​อุตุนิยม​วิทยา ​เตือน​จังหวัด​ภาคเหนือ​ตอน​ล่าง​ เฝ้า​ระวัง​น้ำท่วม​-น้ำหลาก​ แม้พายุ “​หนอง​ฟ้า” ​อ่อนกำลัง​ลง​ แต่ห่วง​ปริมาณ​ฝนสะสม​ ขณะที่​ ปภ. แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ในจังหวัดเสี่ยง นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า แม้พายุ “หนองฟ้า” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ​ แต่​ยัง​ส่งผล​ให้​มีฝนตก​ต่อเนื่อง​อีก​ 1-​2​ วัน สำหรับ​ลักษณะ​ของ​ฝนระยะ​นี้​ไม่ใช่​ฝนหนัก​ แต่เป็นห่วง​ปริมาณ​น้ำฝน​สะสมในพื้นที่​ที่​ฝนตกก่อน​หน้า​จนดินอิ่ม​น้ำ​และ​ยังไม่ทันระบายน้ำ​ โดยเฉพาะ​พื้นที่​จังหวัด​พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา เสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมเพื่อ​ประเมินสถานการณ์​ โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค. 68) ได้ส่งแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก […]

“ป๋านวย” รับเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง ขอโทษ ตร.ทำถูกเด้ง

31 ส.ค.- “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนในตำนาน สารภาพเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง พร้อมขอโทษตำรวจทำถูกเด้งเดือดร้อนหลายนาย บอก “ถ้าไม่ตายในคุกแล้วได้ออกมา คงต้องมาไล่จับผมอีก” สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนนครบาล ร่วมกันจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามจับศาลแขวงดอนเมือง และศาลอาญา รวม 8 หมาย ขณะหลบหนีคดีบ่อนพนัน หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครองนำกำลังบุกจับนักพนันได้ 176 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัวนายอำนวย พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 30 สิงหาคมเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน ก่อนติดตามจับกุมนายอำนวย ได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านพระราม 4 ซึ่งพนักงานสอบสวน จะนำตัวนายอำนวยพร้อมสำนวนไปยื่นต่อศาลแขวงเช้าวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) ล่าสุดมีรายงานการสอบสวนระบุว่า ในชั้นจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย ให้การว่า “เดิมตนเป็นคนขับแท็กซี่ จากนั้นได้หันมาทำบ่อนการพนันและทำมาทั้งชีวิตจนถึงปัจจุบัน ติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง บางครั้งน้ำหนักลดลงไปกว่า 30 […]

เพื่อไทยเดินสายลุยจัดตั้งรัฐบาล จับตาถก “ปชน.” บ่ายสอง

31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

ม็อบทยอยร่วมชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 31 ส.ค.- ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เอานายกฯเพื่อไทย บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการจัดตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงเตรียมปราศรัย ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ “คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” กันอย่างต่อเนื่อง หลังแกนนำ ซึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอีกต่อไป ส่วนใครจะมาบริหารประเทศต่อนั้น ต้องเป็นบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ประกาศ 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว -สำนักข่าวไทย