นนทบุรี 5 เม.ย. – พาณิชย์เข้มตรึงค่าครองชีพ จับมือพลังงานดันราคาช่วยชาวสวนปาล์ม และขอความร่วมมือผู้ค้าปุ๋ยลดราคาช่วยเกษตรกร
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการปรับตัวของเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.24 โดยจากการสูงขึ้นของสินค้ากลุ่มอาหาร ทั้งพืช ผักและมะนาวจากปัญหาภัยแล้ง โดยให้ดูแลราคาอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุน และยังมีมาตรการลดค่าครองชีพ ผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ กว่า 56,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ร้านอาหารหนูณิชย์ และจัดให้มีการจัดงานจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาต่ำกว่าตลาดร้อยละ 20-40 กระจายตัวอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนได้สั่งการให้จำหน่ายชุดนักเรียน-อุปกรณ์การเรียน และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นลดร้อยละ 20-80 ในงาน Back to School ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2562 เพื่อลดภาระของผู้ปกครอง
นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ย โดยประสานผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยเคมี ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ลดราคาปุ๋ย ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการอย่างดี โดยลดราคาปุ๋ยเคมีที่ใช้นาข้าว สูตร 46-0-0 ลดลงกระสอบละ 30 บาท สูตร 16-20-0 และสูตร 16-8-8 ลดลงกระสอบละ 40 บาท สูตร 16-16-8 ลดลงกระสอบละ 50 บาท และสูตร 15-15-15 ลดลงกระสอบละ 30 บาท ส่วนผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ลดราคาจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์กระสอบละ 50 บาท เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 150,000 ตัน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องการผสมปุ๋ยด้วยตนเอง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้ประสานผู้นำเข้าแม่ปุ๋ย 6 ราย ประกอบด้วย บมจ.ปุ๋ยมหาวงศ์ บจ.เวียงฟู เฟอร์ติไลเซอร์ บจ.ไอซีพีกรุ๊ป บจ.ศักดิ์สยาม บจ.พาริช เฟอร์ติไลเซอร์ และ บมจ.ไทยเซ็นทรัลเคมี จัดหาแม่ปุ๋ยจำหน่ายให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน และกองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปผลิตปุ๋ยในพื้นที่ โดยลดราคาจำหน่ายตันละ 500-1,000 บาท ล่าสุดได้ร่วมกับผู้นำเข้าปุ๋ยทั้ง 6 ราย พบปะกับตัวแทนสหกรณ์การเกษตรและมีการตกลงที่จะทำการซื้อขายเบื้องต้นแล้ว ลำดับต่อไปจะหารือกับวิสาหกิจชุมชนและกองทุนหมู่บ้านจัดซื้อแม่ปุ๋ยจากผู้นำเข้ากลุ่มดังกล่าวนำไปจำหน่ายให้กับสมาชิกในราคาต่ำกว่าตลาด เพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรต่อไป
สำหรับปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำนั้น กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีจัดหาโรงสกัด 31 ราย ทำสัญญาขายน้ำมันปาล์มดิบให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่บางปะกง เสร็จสิ้นแล้ว โดยกำหนดเร่งส่งมอบให้เสร็จภายในวันที่ 20 เมษายน 2562 พร้อมกันนี้ กฟผ.จะเร่งการใช้น้ำมันปาล์มดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเดิมที่ใช้ 1,000 ตัน/วัน เป็น 1,500 ตัน/วัน และคาดว่าจะใช้น้ำมันที่รับซื้อไว้หมดสิ้นภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 การใช้น้ำมันปาล์มดิบจำนวนดังกล่าวเป็นการดึงน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกนอกระบบตลาด ทำให้สตอกน้ำมันปาล์มดิบที่มีอยู่ 370,000 ตัน ลดลงเหลือ 210,000 ตัน หลังการส่งมอบเสร็จสิ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ดีเซล โดยกระทรวงพลังงานได้ประกาศรับรองมาตรฐาน B20 ว่าใช้ได้กับรถบรรทุก รถบัส รถเพื่อการเกษตรเกือบทุกรุ่น ส่วนรถบรรทุกเล็กบางรุ่นอาจต้องมีการปรับแต่งเครื่องเพื่อให้รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 และเพื่อกระตุ้นให้มีการใช้น้ำมัน B20 มากขึ้น รัฐบาลลดราคาน้ำมันไบโอดีเซลให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลปกติ ลิตรละ 5 บาท พร้อมทั้งลดภาษีรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลลงร้อยละ 0.5-1 และขอความร่วมมือผู้จำหน่ายน้ำมัน 5 ราย ประกอบด้วย ปตท. บางจาก พีที ซัสโก้ และเชลล์ เร่งติดตั้งหัวจ่ายเพื่อจำหน่าย B20 ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากเอกชนทั้ง 5 รายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตปาล์มสำคัญมีปั้มน้ำมันติดตั้ง B20 แล้ว 18 สถานี รองรับ B20 ได้มากกว่าวันละ 200 ตัน หากกระจายติดตั้งหัวจ่าย B20 ทั่วประเทศ จะสามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ถึงวันละ 20 ล้านลิตร หรือปีละไม่ต่ำกว่า 1.44 ล้านตัน เชื่อว่าการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่องจะช่วยสร้างตลาดรองรับให้กับปาล์มน้ำมันของชาวสวน และจะสามารถช่วยดึงราคาผลปาล์มให้สูงขึ้นได้.-สำนักข่าวไทย