กทม. 31 ม.ค.- ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกนายสวัสดิ์ แสงบางปลา คดีร่วมกับพวกฟอกเงิน 60 ปี ส่วนจำเลยที่ถูกหลอกเปิดบัญชีรับโอนเงินให้ยกฟ้อง
ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีพนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ยื่นฟ้องนายสวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,นาวสาวจิรัชญา คุณยศยิ่ง และ นาวสาวภวิษย์พร ใบเกตุ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงิน จากการฉ้อโกงสหกรณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 42 ล้านบาท
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสวัสดิ์ และนาวสาวภวิษย์พร มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 3 ประกอบมาตรา 60 ฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกนาวสาวภวิษย์พร 4 ปี ส่วนนายสวัสดิ์ มีความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม จำคุกกระทงละ 4 ปี ซึ่งขณะกระทำผิดนายสวัสดิ์ เป็นผู้มีอำนาจจัดการสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน มาตรา 10 ซึ่งจะต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ดังนั้นจึงให้จำคุกกระทงละ 8 ปีแต่คำรับสารภาพของนายสวัสดิ์ ในชั้นสอบสวน และการนำสืบของนาวสาวภวิษย์พร เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงให้ลดโทษนายสวัสดิ์ และนาวสาวภวิษย์พร ลง 1 ใน 4 โดยให้จำคุกนายสวัสดิ์ กระทงละ 6 ปี รวม 10 กระทง รวม 60 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกไว้ทั้งสิ้น 20 ปี ส่วนนาวสาวภวิษย์พร ให้จำคุก 3 ปี อย่างไรก็ตามการกระทำผิดของนายสวัสดิ์ ในคดีนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกันกับความผิดในคดีอาญาฐานฉ้อโกง ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกนายสวัสดิ์ ไว้ 200 ปี 600 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดได้ 20 ปี ตามกฏหมายดังนั้นโทษในคดีนี้จึงไม่อาจลงโทษนายสวัสดิ์ ได้อีก ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อของนายสวัสดิ์ ต่อจากคดีก่อนหน้านี้ก็ไม่อาจนับโทษต่อได้เช่นกันจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้
ส่วนนาวสาวจิรัชญา ศาลเห็นว่าถูกนาวสาวภวิษย์พร ใช้บัญชีธนาคารรับเงินจากนายสวัสดิ์ โดยไม่มีเจตนาร่วมกระทำความผิดพิพากษายกฟ้อง.-สำนักข่าวไทย

