กทม.6 ม.ค.- “บิ๊กโจ๊ก” ยันไทยไม่ได้คุมตัวสาวซาอุฯ เผยเหตุบินมาไทยเพราะหนีการคลุมถุงชน ล่าสุดตกเครื่องไฟล์ทไปคูเวต กำลังเจรจาให้บินออก
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เปิดเผยสาเหตุ ตม.สุวรรณภูมิ ปฏิเสธการเข้าเมืองของหญิงสาวชาวซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากไม่มีเอกสารการเข้าเมือง ไม่พบข้อมูลการจองห้องพักและการซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ พร้อมปฏิเสธ ไม่มีการควบคุมตัวไว้ที่โรงแรมมิราเคิล ทรานสิท ส่วนสาเหตุที่เดินทางมาประเทศไทย เพราะถูกคลุมถุงชนจึงต้องการหนีการแต่งงาน เพราะกฏหมายซาอุฯ โทษหนีการแต่งงานค่อนข้างรุนแรง ขณะนี้ มอบหมายเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยให้หญิงสาวคลายความกังวล โดยยินยอมซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินคูเวตแอร์ไลน์ เที่ยวบินจะออกจากสุวรรณภูมิ เวลา 11.15 น. วันนี้(7 ม.ค.) ล่าสุด หญิงสาวไม่ต้องการไปประเทศคูเวต เจ้าหน้าที่ ตม.และผู้เกี่ยวข้องได้เข้าเจรจา แต่ยังไม่เป็นผลจึงพลาดเที่ยวบินไฟว์ 11.15 น.
มีรายงานว่า หลังจากหญิงสาวซาอุฯ หนีออกจากบ้าน ทางครอบครัวได้ประสานสถานทูตฯและสถานทูตฯประสานมายังทางการไทย ขอเพิกถอนวีซ่าของเธอ เมื่อเดินทางถึงไทย จึงยื่นขอวีซ่าใหม่ แต่ถูกปฏิเสธ ประกอบกับมีอายุเพียง 18 ปี จึงขาดคุณสมบัติในการอนุญาตให้เข้าประเทศ
มีรายงานว่า หญิงสาวรายนี้คือ ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด มุตลัก อัลกุนุน อายุ 18 ปี มีรายงานด้วยว่า เธอได้ทวีตข้อความขอความช่วยเหลือ อ้างว่าเธอได้หลบหนีออกจากประเทศ แต่ถูกทางการซาอุฯยึดพาสปอร์ตหลังเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 5 ม.ค.ทำให้เธอไม่สามารถขึ้นเครื่องบินต่อไปที่ออสเตรเลีย ซึ่งเธอได้รับวีซ่าแล้ว เนื่องจากครอบครัวของเธอได้แจ้งความว่าเธอหลบหนีออกจากบ้าน ราฮาฟ กล่าวว่า เธอถูกกักตัวไว้ที่โรงแรมมิราเคิลฯ โดยมีคนไทยคอยเฝ้าไม่ให้เธอหลบหนีออกจากโรงแรม และเธอได้รับแจ้งว่าเธอจะถูกส่งตัวกลับคูเวตด้วยสายการบินคูเวตแอร์เวย์ในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.) แต่เธอต้องการดำเนินการขอสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ราฮาฟเล่าด้วยว่า เธอถูกครอบครัวขังอยู่ในห้องนานถึง 6 เดือน เพียงเพราะเธอไปตัดผม โดยครอบครัวเธอมองว่า การตัดผมเป็นการทำผิดหลักศาสนา เพราะผู้หญิงไม่ควรตัดผมเหมือนผู้ชายนอกจากนี้ เธอยังถูกพี่ชายทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกัน เธอได้เลิกนับถือศาสนาอิสลามแล้ว แต่ครอบครัวของเธอไม่พอใจอย่างมาก และบังคับให้เธอสวมฮิญาบต่อไป เธอจึงตัดสินใจหลบหนีออกจากประเทศ และว่า เธอเกรงจะถูกฆ่า หากถูกส่งตัวกลับประเทศ เพราะครอบครัวของเธอกดขี่เธอมาตลอด การหนีออกจากบ้านถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอาจทำให้เธอถูกจำคุก
ล่าสุด ราฮาฟอ้างว่า ตำรวจไทยได้เข้าพบเธอเพื่อขอให้เธอหยุดขอความช่วยเหลือบนโซเชียลมีเดีย.-สำนักข่าวไทย