สุพรรณบุรี 26 ธ.ค.-ตรวจสอบบริเวณที่พบร่าง “น้องต้าแง” วัย 2 ขวบ ในไร่อ้อยพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ จุดที่พบศพแทบจะอยู่นอกรัศมีการค้นหาและเข้าถึงค่อนข้างยากลำบาก
ทีมข่าวสำนักข่าวไทยลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่พบร่างเด็กชาย “ซูลุยผิว” หรือ “น้องต้าแง” ชาวเมียนมา วัย 2 ปี 1 เดือน ภายในไร่อ้อย หมู่ 9 ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่าสามารถเข้าถึงจุดนี้ได้ 2 เส้นทาง เส้นทางรถระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรจากจุดที่น้องหายตัวไป ส่วนหากเดินเท้าระยะทางสั้นกว่า ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ค่อนข้างลำบากเพราะต้องเดินฝ่าไร่อ้อยเข้ามา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พบร่างน้องต้าแง เป็นคนแรก บอกว่าจุดนี้ที่เกือบจะอยู่ออกนอกรัศมีการค้นหาแล้ว กระทั่งมาเจอร่างของน้อง ที่ค้างอยู่บนพงหญ้า จึงนำร่างขึ้นมาและเรียกแพทย์เข้าตรวจสอบ
วันนี้พ่อและแม่ของน้องต้าแง เข้ามาบริเวณที่พบศพบุตรชาย ยังคงติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเมื่อได้เห็นสภาพศพที่ขาข้างหนึ่งหลุดออกจากร่าง พวกเขาบอกว่าสภาพศีรษะมีรอยเหมือนถูกทับ มั่นใจว่าน้องไม่น่าจะเดินมาที่เกิดหตุได้เอง เนื่องจากขาไม่เท่ากันมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้เดินได้ไม่ถนัด และพวกเขาพ่อแม่ลูกเพิ่งเดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรก เพื่อมาเยี่ยมปู่กับย่า ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา และวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่น้องต้าแงหายตัวไป และเป็นวันแรกที่น้องออกมาที่ไร่อ้อย พ่อและแม่ จุดธูปเทียน ขอให้ลูกมาบอกกับพ่อแม่ว่าถูกใครทำร้าย ขอให้ลูกไปสู่สุขคติ พ่อกับแม่จะทำบุญไปให้ น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลออกมาอีกครั้ง
นอกจากสภาพศพของน้องต้าแง ที่ทำให้พ่อแม่ติดใจในการเสียชีวิต ยังมีของเล่นรถแบคโฮสีเหลือง ที่พบในที่เกิดเหตุซึ่งพ่อแม่ยืนยันว่าไม่ใช่ของบุตรชายแน่นอน และยังตั้งข้อสงสัยคนขับรถไถในไร่ติดกัน ในวันที่น้องต้าแงหายตัวไป เราจึงเดินทางไปจุดที่พ่อแม่บอกว่าน้องต้าแง เล่นอยู่กับเพื่อน ครั้งสุดท้ายก่อนหายตัวไป
ไร่ติดกันมีร่องรอยของการใช้งานรถไถ เราตามหาจนเจอเจ้าของไร่นี้ และรถไถคันที่กำลังเป็นประเด็น เขายืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ขับรถไถทับใคร และชี้ให้ดูล้อรถที่มีขนาดใหญ่ เมื่อรวมกับน้ำหนักรถที่มากถึง 8 ตัน เชื่อว่าหากทับร่างของเด็กจริง หรือแม้แต่ร่างของผู้ใหญ่ สภาพร่างกายคงจะแหลกเหลว
เขาบอกอีกว่าหลังตกเป็นจำเลยสังคม ชีวิตได้รับผลกระทบมาก ไม่สามารถไปทำงานได้ วอนสังคมให้ความเป็นธรรม.-สำนักข่าวไทย