MOTER EXPO คึกคัก มั่นใจเม็ดเงินสะพัดกว่า 55,000 ล้านบาท

นนทบุรี 28 พ.ย. – บรรยากาศงาน MOTER EXPO 2018 รอบสื่อมวลชนสุดคึกคัก หลายค่ายตบเท้าเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้า EV โดยผู้จัดงานมั่นใจเม็ดเงินสะพัดกว่า 55,000 ล้านบาท


ผู้สื่อรายงานว่า งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 หรือ MOTER EXPO 2018 พร้อมอวดโฉมรถแนวคิด “ก่อนยุคไร้คนขับ” ขณะที่หลายค่ายเผยโฉมรถยนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกของอาเซียน ภายในงานนี้ โดยผู้จัดมั่นใจบรรยากาศคึกคักกว่าปีก่อน คาดเม็ดเงินสะพัดในงาน 55,000 ล้านบาท

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือ MOTER EXPO 2018 กล่าวว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ขับสนุก ก่อนยุคไร้คนขับ : Enjoy Driving Before Driverless Era” มีผู้ผลิตรถยนต์ร่วมงานจำนวน 36 รายจาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 23 ราย จาก 7 ประเทศ 


พร้อมเปิดตัวรถใหม่มากกว่า 20 รุ่น คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 1 ,500,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 15% เม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นราว 10% โดยรถที่ขายดียังอยู่ในกลุ่มรถหรู และ รถเอสยูวี 

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในอาเซียน อย่าง ASTON MARTIN VANTAGE, BMW 8-SERIES, PORSCHE MACAN ส่วนรถที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เช่น HONDA ACCORD, HYUNDAI KONA ELECTRIC, TOYOTA CAMRY  ส่วนไฮไลท์คือเป็นปีแรก สำหรับโครงการ AUTONOMOUS TEST DRIVE AREA ที่ให้ผู้ชมงานทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรกอัตโนมัติ ที่ติดมากับรถภายใต้การแนะนำและดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

รวมทั้งเกือบทุกค่าย มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่โดยเฉพาะรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า(EV) อาทิ ค่าย นิสสันที่มีการเปิดราคารถนิสสัน ลีฟ ซึ่งถือเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับจากตลาดทั่วโลก โดยเปิดตัวมาราคาไม่ถึง 2,000,000 บาท


รวมทั้งค่ายรถยนต์น้องใหม่ อย่าง MG เปิดรถสปอร์ต E-motion ซึ่งผู้บริหารบริษัทเอ็มจีเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันว่ารถพลังงานไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ถือเป็นทิศทางของตลาดเนื่องจาก สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ ในการขับขี่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีค่ายรถยนต์หรูและแบรนด์ใหม่ๆ ทั้งจากจีนและญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดโรงงานในประเทศไทยโดยมุ่งเน้นเปิดตัวรถ EV ขนาดเล็กที่สามารถใช้งานอย่างคล่องตัวโดยเริ่มเปิดให้มีการจองซื้อภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปรครั้งนี้ด้วย . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]