นิด้าโพล พบประชาชนส่วนใหญ่ให้ผู้เสพยาบ้าควรได้รับการลงโทษ



กรุงเทพฯ 11 ก.ย.-นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ปัญหายาบ้า” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.36 ระบุว่า ผู้เสพยาบ้า ควรได้รับการลงโทษด้วยการจำคุกและต้องเข้ารับการบำบัดรักษา เพราะเป็นการให้โอกาสกับผู้เสพได้กลับตัวกลับใจ ในขณะเดียวกันก็ควรถูกลงโทษตามกฎหมายด้วย และภายในเรือนจำก็จะได้รับการฝึกทักษะการประกอบอาชีพต่างๆ และการบำบัดเป็นการรักษาเพื่อให้หายจากการติดยาเสพติดไม่กลับไปเสพยาอีก และกลับออกมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ ถ้าใช้วิธีใดวิธีหนึ่งอาจไม่ได้ผลต้องใช้การลงโทษทางกฎหมายและการบำบัดควบคู่กันไป


รองลงมาร้อยละ 25.76 ระบุว่า ผู้เสพยาบ้าไม่ควรถูกจำคุกแต่ต้องเข้ารับการบำบัดรักษาในศูนย์บำบัดฯ ของทางราชการ เพราะควรให้โอกาสแก่ผู้ที่ติดยาเสพติดถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องการได้รับการรักษา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาไม่นาน เมื่อได้รับการบำบัดแล้วอาจจะมีโอกาสหายขาดได้ บางครั้งผู้เสพอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเกิดจากการถูกบังคับให้เสพยา การจำคุกไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกลายเป็นคนมีประวัติที่ไม่ดี และภายในเรือนจำก็มีผู้ต้องขังเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
ส่วนผู้ขายสมควรได้รับการลงโทษจำคุกมากกว่าผู้เสพร้อยละ 9.36 ระบุว่า ผู้เสพยาบ้าควรได้รับการลงโทษด้วยการจำคุกเท่านั้นเพราะ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท ทั้งผู้เสพและผู้ขายควรได้รับโทษตามกฎหมาย ควรถูกจำคุกเพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบจะได้ไม่ออกมาเป็นภัยแก่สังคม เพราะหากได้รับการบำบัดหรือปล่อยตัวออกมาก็อาจจะหันกลับไปเสพหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมอีก ซึ่งคนที่เสพสามารถแยกแยะได้แล้วว่าควรทำหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องได้รับการจำคุกเท่านั้น

ร้อยละ 4.64 ระบุอื่นๆ ได้แก่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดยาของแต่ละบุคคล ขณะที่ บางส่วนระบุว่าควรได้รับโทษประหารชีวิต และร้อยละ 0.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความยินยอมของผู้เสพยาบ้า ที่จะเข้ารับการบำบัดรักษาด้วยความสมัครใจ หากกฎหมายระบุว่าผู้เสพยาบ้าเป็นผู้ป่วย และต้องเข้ารับการบำบัดรักษา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 33.68 ระบุว่า ไม่มีความมั่นใจเลยรองลงมา ร้อยละ 32.56 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความมั่นใจร้อยละ 14.56 ระบุว่าค่อนข้างมีความมั่นใจ ในขณะที่ร้อยละ 10.56 ระบุว่า มีความมั่นใจมากและร้อยละ 8.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล


สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อจำนวนผู้เสพยาบ้าในประเทศไทย ถ้ายาบ้ามีราคาลดลง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 75.28 ระบุว่า จำนวนผู้เสพยาบ้าจะเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อยาบ้ามีราคาถูกลง จะทำให้หาซื้อได้ง่ายมากขึ้น และโดยเฉพาะเด็กหรือเยาวชนหรือคนที่อยากรู้อยากลองคนที่เสพมีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยาบ้านับว่ามีราคาสูง ก็ยังมีคนเสพมากขนาดนี้การลดราคาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ สุดท้ายเป็นการส่งเสริมให้คนเสพมากยิ่งขึ้น

รองลงมาร้อยละ 13.68 ระบุว่า จำนวนผู้เสพยาบ้าจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะไม่ว่ายาบ้าจะมีราคาเท่าไหร่จะถูกลง หรือยิ่งมีราคาแพงมาก คนก็จะยังหาซื้อมาเสพเหมือนเดิมร้อยละ 5.36 ระบุว่า จำนวนผู้เสพยาบ้าจะลดลง เพราะก่อนหน้านี้เคยมีแนวคิดลดราคายาบ้าลงมา เพื่อให้คนเลิกเสพ เมื่อยาบ้ามีราคาถูกลง ในทางจิตวิทยาคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าสิ่งของที่มีราคาถูกจะเป็นสิ่งของที่ไร้ค่าหรือไม่มีคุณภาพ เมื่อราคาถูก จำนวนผู้ขายก็จะลดลงผู้เสพก็จะลดลงจนเลิกการผลิตไปร้อยละ 1.68 ระบุอื่นๆ ได้แก่ จำนวนผู้เสพไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคา ควรแก้ไขที่การปราบปรามผู้ผลิตและการบังคับการใช้กฎหมาย และร้อยละ 4.00 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน ต่อแนวคิดการให้ยาเสพติดบางชนิดถูกนำมาใช้โดยถูกกฎหมาย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 49.20 ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการให้ยาเสพติดทุกชนิดถูกนำมาใช้โดยถูกกฎหมายได้ รองลงมาร้อยละ 38.48 ระบุว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนใบกระท่อมให้เป็นยา ร้อยละ 38.16 ระบุว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนกัญชาให้เป็นยาสมุนไพร และอนุญาตให้ใช้ในทางการแพทย์ ร้อยละ 15.60 ระบุว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนยาบ้าให้เป็นสารเสพติด ที่อนุญาตให้ใช้ในทางการแพทย์ และร้อยละ 2.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ เพราะสารเสพติดแต่ละอย่างต่างมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย และข้อจำกัดปริมาณการใช้ .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ราคาทองทะลุ5หมื่น

ทองไทย บาทละครึ่งแสนแล้ว ทำสถิติสูงสุด

สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำเช้านี้ สร้างสถิติสูงสุด เปิดครั้งแรก ปรับตัวขึ้น 600 บาท เงินครึ่งแสน ซื้อทองได้ 1 บาท โดยราคาทองสำเร็จรูปขายออกบาทละ 50,150 บาท ทองแท่งขายออก 49,350 บาท บนฐาน ทองคำเอเชียราคา SPOT ที่ 3,077.50 ดอลลาร์ และค่าเงินบาท 33.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

นายฯไปภูเก็ต

นายกฯ ลงพื้นที่ภูเก็ตประชุมติดตามนโยบายด้านการท่องเที่ยว

นายกฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต เปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ “Thailand Sustainable Tourism Conference 2025”ก่อนประชุมติดตามนโยบายด้านการท่องเที่ยว

อุตุฯ เผยภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีฟ้าหลัว และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง