วสท.พบ 4 พันอาคารไม่ส่งแบบตรวจสอบประจำ

กรุงเทพฯ 13 ก.ย.-วสท.เผยอาคารในกรุงกว่า 15,000 อาคารต้องเร่งตรวจ สอบโครงสร้างโดยเฉพาะจุดจราจรหนาแน่น พบ 4,000 อาคารไม่ส่งแบบตรวจสอบประจำ แนะหน่วยงานเร่งรัดให้ดำเนินการป้องกันความเสียหาย เตรียมเสนอ ก.มหาดไทยเพิ่มเติมกฎกระทรวงบังคับก่อสร้างต้องทนทานลดค่าใช้จ่ายของประชาชน


 

สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)แถลงข่าวกรณี “กันสาดพาณิชย์ถล่ม สัญญาณเตือนภัยอาคารเก่า” โดยรศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท.กล่าวว่า การถล่มของอาคารดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตัวกันสาดที่ถล่มลงมานั้น เป็นพื้นที่รับน้ำฝนและอุ้มน้ำส่งผลให้เกิดการกดทับน้ำหนักและกัดเซาะโครงสร้างและอาคารไม่มีความสมบูรณ์ของโครงการจึงทำให้ตัวโครงส้รางค่อยๆเกิดความเสียหายแต่ผู้อยู่อาศัยไม่ได้สังเกตและไม่มีการซ่อมแซมปรับปรุง โดยจากการสังเกตพบว่าโครงสร้างของตัวอาคาร และตัวตึกเป็นโครงสร้างระบบที่ต่างกัน จึงทำให้ขาดความมั่นคงแข็งแรง


 

เลขาธิการ วสท.กล่าวต่อว่า อาคารที่เสี่ยงต่อการถล่มมักขาดการคุณสมบัติดังนี้ ขาดความมั่นคงแข็งแรง  การวางโครงสร้างไม่พอดี ดำเนินการก่อนที่พ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522 จะออกกฎหมาย เป็นอาคารเก่า โดยตามหลักจะต้องมีการตรวจสอบเช่นตรวจสอบความเสื่อม สภาพของโครงสร้างเหล็กเสริม การสูญเสียเสถียรภาพ รอยแยก แตกร้าว ทั้งนี้อาคารเก่าไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะถล่มเสมอไปหากประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารดูแลและตรวจสอบอาคารเป็นประจำ และหากพบว่าเกิดความเสียหายจะต้องมีผู้เชียวชาญเข้ามาตรวจสอบแก้ไขจุดบกพร่อง

 


ด้าน  รศ.เอนก ศิริพานิชกร  ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. กล่าวว่า อาคารแต่ละประเภทนั้น ไม่มีวันหมดอายุ หากมีการตรวจสอบและปรับ ปรุงอย่างสม่ำเสมอ เพราะการบำรุงรักษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาคาร มีอายุการใช้งานนานขึ้น โดยเฉพาะอาคารที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมายกระทรวงโดยผู้เชี่ยวชาญ 9 ประเภท อาทิ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษฯลฯ ต้องตรวจสอบสมรรถนะเพื่อต่อใบอนุญาตทุกปี โดยจากการตรวจสอบพบว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอาคารกว่า 15,000 อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอย 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปเข้าข่ายที่ต้องทำการตรวจสอบอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซค์มีผลกัดกร่อนทำให้สึกหรอเร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ยังพบว่าในกรุงเทพฯมีอาคารเลี่ยงส่งผลตรวจสอบต่อหน่วยงานท้องถิ่นมากถึง 4,000 อาคาร ซึ่งหน่วยงานท้องที่จำเป็นจะต้องบังคับให้เร่งตรวจสอบและส่งแบบสำรวจเพื่อป้องกันการพังถล่ม โดยตามหลักกฎหมายอาคารที่ก่อสร้างเสร็จจะต้องตรวจสอบเมื่อใช้งานครบ 1 ปีและตรวจสอบซ้ำทุกปี รวมทั้งต้องตรวจสอบครั้งใหญ่ทุกๆ 5 ปีเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของอาคาร ทั้งนี้ยังพบว่าสะพานจำนวนกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศไทยระยะทาง 490 กม.ซึ่งเป็นอาคารที่มาอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปีต้องเสริมกำลังการรองรับน้ำหนักบรรทุกให้มากขึ้นถึง 50 ตัน

 

อย่างไรก็ตามในอนาคต วสท.อยู่ระหว่างเสนอให้กระทรวงมหาดไทยเพิ่ม เติมและออกกฎหมายกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยจะกำหนด ให้อาคารจะต้องมีความทนทานสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกตลอดการใช้งาน โดยไม่ต้องให้ประชาชนแบกรับค่าซ่อมบำรุงที่สูงเกินไปเพื่อกระตุ้นให้ผู้ออกแบบใช้วัสดุที่มีคุณภาพไป  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมอาคาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ประมาณปี 2560.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด