นายกฯหนุน โมเดลเศรษฐกิจใหม่ “BCG”


กรุงเทพฯ 29 ก.ย.- นายกรัฐมนตรี ชูนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0  หนุนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ “BCG”  ทั้งด้าน ชีวภาพ
เศรษฐกิจสีเขียว  
รองรับเศรษฐกิจยุคดิจิตอล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561 เวลา 20.15 น.
ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศไปสู่
ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยนโยบาย
ไทยแลนด์ 4.0” ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่
ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้นด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า
“BCG” B คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) C คือ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ G
คือ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ทั้งนี้
การนำแนวคิดเศรษฐกิจทั้ง
3
มาหลอมรวมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีหลักคิด
3 ประการ คือ (1) โมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) (2)
เศรษฐกิจ BCG จะช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างถ้วนหน้า
โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และ (
3) เศรษฐกิจ BCG เป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (หรือ SDG)
ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ต้องการร่วมกันพัฒนาความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติ
และดูแลโลกของเรา ในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเศรษฐกิจชีวภาพ ว่าเป็นการพัฒนาความเข้มแข็งจากภายในหรือศักยภาพที่มีอยู่แล้ว
ประกอบด้วย ความหลากหลายทางชีวภาพ และการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรของโลก   ด้วยการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
มาพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากร ชีวภาพ และผลผลิตทางการเกษตร
โดยเน้นสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากในบ้านเมืองเรา
เพียงแต่เราต้องไม่หยุดค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ ได้แก่ ข้าวไรซ์เบอรี่
ซึ่งเป็นข้าวที่มีมูลค่าสูง ที่ได้รับการพัฒนาให้มีลักษณะดีด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
สารสกัดจากพืชสมุนไพร เพื่อเป็นเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม
ซึ่งเพิ่มคุณค่าให้กับสมุนไพรไทยหลายเท่าตัว การผลิตเอทานอลและไบโอดีเซล
สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคขนส่งของประเทศ
ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้ปีละนับแสนล้านบาท จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจชีวภาพนี้
ช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคเกษตรกรรมของประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตดั้งเดิม
ซึ่งไม่ใช่การขายเป็นวัตถุดิบ แต่เป็นการขายสินค้าแปรรูป โดยอาศัยวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ดังนั้น ถือได้ว่าเศรษฐกิจชีวภาพเป็นกลไกสำคัญ
ในการส่งเสริมการกระจายรายได้ และความเจริญไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำว่า
รัฐบาลมีนโยบายที่จะดึงวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ เข้ามา               ช่วยในระบบบริหารและบริการของรัฐ
โดยการจัดงานสตาร์ทอัพ แฟร์ (
Government Procurement Transformation) ภายใต้แนวคิด ปลดล็อคข้อจำกัด พัฒนาสตาร์ทอัพ สู่ตลาดภาครัฐซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่
28 – 29 กันยายนนี้ ณ ฮอลล์ 5-6
อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเบิกทางสตาร์ทอัพสู่เส้นทางจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ซึ่งนับว่าเป็นตลาดใหญ่ของสตาร์ทอัพ ที่มีมูลค่ากว่า
30,000
ล้านบาท (หรือร้อยละ
1 ของงบประมาณภาครัฐ) อีกทั้ง
เป็นการสร้างมิติใหม่ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพทางนวัตกรรมของภาครัฐ ที่มุ่งยกระดับ การให้บริการประชาชนในวันข้างหน้า
ในยุคดิจิทัล อีกด้วย


ทั้งนี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ผ่านมานี้
นายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับตัวแทนสตาร์ทอัพ ทั้ง
5 ราย ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ
โดยมีผลงานเป็นคู่ค้ากับภาครัฐแล้ว  และพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนของภาครัฐ
ได้แก่
1) นวัตกรรมด้านความมั่นคง แพลตฟอร์มระบบเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์
(Situation Awareness System) ที่สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ได้จากหลายประเภท
เช่น กล้อง
CCTV กล้องติดยานพาหนะ กล้องบุคคล อากาศยาน  ไร้คนขับ (Drone) ให้ผู้ใช้ระบบหรือผู้ควบคุมสถานการณ์
สามารถมองเห็น และวิเคราะห์ระบบ ได้จากทุกมุมมอง และทุกอุปกรณ์ไว้ในระบบเดียว
2)
นวัตกรรมแพลตฟอร์มสื่อกลาง ระหว่างจิตแพทย์ นักจิตวิทยา กับคนไข้ (Ooca)
ที่ช่วยให้สามารถพูดคุยออนไลน์ ปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยาผ่าน video
call                           ในคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือได้ เพื่อความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย
และมีระบบนัดแนะกันล่วงหน้าได้     
3) นวัตกรรมแอพพลิเคชั่นจองคิวร้านอาหาร
และศูนย์บริการครบวงจร (
QueQ) ทราบว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
เนื่องจากสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและแก้ปัญหาพื้นฐานของทุก ๆ คน เช่น
โดยเฉพาะระบบจองคิว โรงพยาบาล นัดหมอ และแจ้งเตือนผ่าน
Smartphone เป็นต้น ทำให้มียอดดาวน์โหลดครบ 1 ล้านคน
และมีผู้ใช้งานกว่า
1 แสน 5
หมื่นคนต่อเดือน
4) นวัตกรรมโมเดลธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน
(
Local Alike) ที่ชนะการประกวดในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
(หรือ
Booking.com Booster 2017) จากผู้ร่วมแข่งขัน 700 ทีม จาก 102 ประเทศทั่วโลก คว้าเงินรางวัลกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวกับชุมชน 70 แห่งทั่วประเทศ สร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นกว่า 20 ล้านบาท   และ 5) นวัตกรรมแพลตฟอร์มที่ช่วยจัดระเบียบงานอีเว้นท์
(
ZipEvent) ที่ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ MICE ที่นับวันประเทศไทยของเรา เป็นจุดหมายปลายทาง ทั้งการท่องเที่ยว
การจัดงานอีเว้นท์ต่าง ๆ   ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจอย่างมาก
ในภูมิภาคนี้

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกิจกรรมงาน Innovation Thailand Expo 2018
จัดขึ้นระหว่าง             วันที่
4
– 7 ตุลาคมนี้ ณ ฮอลล์ 98
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 
โดยในปีนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ได้สร้างสรรค์งานขึ้นใหม่ ในรูปแบบเทศกาลนวัตกรรม ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนของประเทศ
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน   ภาคสถาบันการศึกษา
ตั้งแต่การให้ทุนวิจัย การพัฒนาทุนมนุษย์และงานวิจัย การใช้ประโยชน์งานวิจัย    การสร้างสรรค์นวัตกรรม
เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมระดับประเทศ
250 ผลงาน จาก 150 หน่วยงาน   ให้สมกับที่ประเทศไทยได้ชื่อว่า
เป็นประเทศที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว (
Innovation Fast Move
Nation) พร้อมทั้งเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพระปกเกล้า
และมูลนิธิประชาปลอดภัย ภายใต้โครงการ
การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
(
SDGs) : กรณีศึกษาการใช้แนวคิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
ในกลุ่มเยาวชนไทย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน
เพื่อเตรียมความพร้อมของคนในสังคม
โดยดึงเยาวชนในสถานศึกษาให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และปลูกฝัง
จิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งนี้
ประเทศไทยถูกจัดว่ามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง   รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความปลอดภัยด้านการจราจร
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับ     การประชุมระดับโลก
ว่าด้วยการป้องกันการบาดเจ็บและส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่
13 (Safety
2018 – The 13th World Conference on Injury Prevention and Safety Promotion) ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7  พฤศจิกายน 2561
กรุงเทพมหานคร

ตอนท้ายของรายการฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
ได้จัดทำดัชนีประสิทธิภาพระบบสุขภาพ (
Health Care Efficiency Index) เพื่อจัดอันดับประเทศที่มีความคุ้มค่าด้านระบบดูแลสุขภาพ
ซึ่งจะคำนวณเปรียบเทียบระหว่างค่าใช้จ่ายกับอายุขัยโดยเฉลี่ยของคนในประเทศ โดยปี
2561
นี้ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก จาก 56
ประเทศ นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุด้วยว่า   เรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย
มีความก้าวหน้าอย่างมากอีกด้วย ในขณะที่องค์การอนามัยโลกชื่นชมประเทศไทย
ว่าเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
จะเห็นว่าเป็นระบบที่ยั่งยืน เพราะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างเข้มแข็ง
ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยกว่า
48.8 ล้านคน (73.7 %)               จากจำนวนประชากรกว่า
66.2 ล้านคน ที่มีสิทธิ์ในหลักประกันสุขภาพที่ช่วยคุ้มครองดูแลสุขภาพ     ในด้านการรักษาโรค  ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูสมรรถภาพ
ตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
(
30 บาท รักษาทุกโรค) ได้แก่ (1) รักษาได้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐ
อาจจะสร้างความลำบากให้กับผู้ที่อยู่ไกลจากโรงพยาบาลรัฐมาก (
2) ไม่คุ้มครองการรักษา   ที่เกินความจำเป็นพื้นฐาน
(
3) ไม่คุ้มครองการรักษาที่มีงบประมาณจัดสรรโดยเฉพาะ
โดยให้เป็นผู้ป่วยใน   เกินกว่า
15 วัน  การบำบัดผู้ติดยาเสพติด
ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถ โดยมี พ.ร.บ. คุ้มครองอยู่ ซึ่งจะต้องใช้สิทธิ พ.ร.บ.
ให้ครบก่อน (
4) ไม่คุ้มครองกรณีโรคเรื้อรัง
และโรคที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในเกินกว่า
180 วัน ยกเว้นหากมีความจำเป็นจริง ๆ เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส”

กทม. 30 ส.ค.-ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส” ที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนร่อนแถลงการณ์ หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา (29 ส.ค.) หลังนายอนุทิน แถลงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดิ์ดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ในเวลาต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรคกล้าธรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคฯ ได้เดินทางมาพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และล่าสุดในวันนี้ (30 ส.ค.) เวลา 16.00 น. พรรคกล้าธรรม ได้ออกแถลงการณ์โดยมีมติเอกฉันท์ สนับสนุนนายอนุทิน […]

จับแล้ว “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง

กทม. 30 ส.ค.-ไม่รอด “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง ผู้ต้องหา 8 หมายจับ ถูกตำรวจสืบสวนนครบาลบุกจับกุม นายอำนวย หรือ “ป๋านวย” อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานที่มั่วสุมเล่นการพนัน ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล นำหมายศาลฯ ไปติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวย่านพระราม 4 ก่อนถูกคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูกลางทุ่งนา ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่กบดาน แล้วพาตัวกลับมาสอบสวนขยายผลที่ สน.ทุ่งสองห้อง สำหรับนายอำนวย มีหมายจับของศาลแขวงดอนเมือง ในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน 6 หมาย หมายจับของศาลอาญา 1 หมาย ในความผิดฐานให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว จัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เสือมังกร และทำกิจกรรมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และคดีล่าสุดที่กรมการปกครอง บุกค้นบ่อนพนันย่านสรงประภา คืนวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นคดีเกี่ยวกับการพนัน ศาลฯ พิพากษาแล้ว 9 คดี รวมโทษจำคุก 13 ปี นอกจากนี้ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์สู้คดี 8 คดี […]

เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย

เชียงใหม่ 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย สูญหาย 2 ราย ทีมช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์ HART ร่วมกับทีมสุนัขกู้ภัย K9 USAR ประกอบด้วย นารี, สีนวล, ลิลลี่, และ ซาฮารา ที่ได้รับการฝึกและมีประสบการณ์จากภารกิจสำคัญตึก สตง. ถล่ม มาร่วมในภารกิจช่วยค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุการณ์น้ำป่า และดินโลนถล่มในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อีก 3 คน ซึ่งมีรายงานว่า ล่าสุดเจอผู้เสียชีวิตจากดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง เพิ่มอีก 1 คนแล้ว เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดตอนนี้ 7 คน สูญหายอีก 2 คน.-สำนักข่าวไทย

จนท.คุมเข้มบ้านหนองจาน หลังเป็นพื้นที่ควบคุม

สระแก้ว 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มพื้นที่บ้านหนองจาน หลังกองกำลังบูรพาประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ด้านเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้าพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์ บรรยากาศวันที่ 2 หลังผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย คุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” โดยกำหนดให้ ถ.ศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ-ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ทำให้วันนี้ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการชุมนุม เหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนในพื้นที่แวะมาดูเหตุการณ์และเมื่อเห็นว่าไม่มีการปราศรัยรวมตัว บางส่วนจึงเดินทางกลับ นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์ ถือธงชาติถ่ายรูปกับป้ายและแนวถนนศรีเพ็ญ ส่วนหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่บริเวณด้านในซึ่งเคยมีชาวกัมพูชาปลูกบ้านและถูกผลักดันออกไปแล้ว วันนี้เจ้าหน้าที่ที่ดินจะเข้าจังหวัดพื้นที่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์หลังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยื่นเอกสาร สค.1 และนส.3 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไปก่อนหน้านี้.-สำนักข่าวไทย