สำนักงานกกต. 28 ก.ย.-ปธ.กกต.ยืนยันพร้อมจัดเลือกตั้ง หลังพ.ร.ป.ส.ส.มีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลื่อนจาก 24 ก.พ. 62 หรือไม่ ไม่ใช่อำนาจกกต.
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงความชัดเจนที่จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้ง ว่า กกต.ได้ประกาศระเบียบเรื่องการแบ่งเขต 3 รูปแบบและจำนวนส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี ซึ่งในวันที่ 3-14 ตุลาคมนี้จะปิดประกาศการแบ่งเขต 3 รูปแบบไว้ที่สำนักงานกกต.จังหวัดและหน่วยราชการภายในจังหวัด เพื่อให้พรรคการเมืองและประชาชนให้ข้อคิดเห็น จากนั้น 3 วันจะรวบรวมผลรับฟังความเห็นเสนอมายังกกต.ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2561 และไม่เกิน 20 วันกกต.จะพิจารณาเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและข้อคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนเป็นหลัก ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา
“ส่วนเรื่องการเลือกตั้ง อยากให้นับตั้งแต่วันที่ 11ธันวาคม 2561 ที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จะมีผลใช้บังคับ ซึ่งจะเริ่มนับเวลาการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน โดยระยะเวลาของวันเลือกตั้งที่เร็วที่สุดคือเดือนกถมภาพันธ์ ช้าสุดคือเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเลื่อนจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกกต.หน้าที่เรา คือเมื่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ประกาศและใช้บังคับเราต้องจัดการเลือกตั้ง ส่วน ปัจจัยที่จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนไม่ได้อยู่ที่กกต. และเมื่อทุกอย่างเคลื่อนไปแล้ว กกต.ก็ต้องทำให้มั่นใจว่าเมื่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้วันไหน เราก็ต้องพร้อมจัดให้ทันในวันนั้น” ประธานกกต. กล่าว
นายอิทธิพร กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเห็นว่าเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 13/2561 ขัดแย้งกับพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า คำสั่งคสช.ถือเป็นกฎหมายอย่างหนึ่ง เขียนมาอย่างไรต้องปฎิบัติตาม คิดว่าประเด็นปัญหาการปฎิบัติของพรรคการเมือง น่าจะได้พูดคุยกันให้ชัดเจนในการประชุมวันนี้(28 ก.ย.) แต่หากไม่ได้ข้อยุติ ทางพรรคการเมืองสามารถทำหนังสือขอความเห็นมายังกกต.ได้ เพราะตามกฎหมาย กกต.ต้องตอบให้แล้วเสร็จใน 30 วัน หากเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรม.-สำนักข่าวไทย
