รัฐสภา 26 ธ.ค. –พรเพชรระบุสมาชิกสนช.สามารถยื่นศาลรธน.ตีความเรื่องลักษณะต้องห้ามของป.ป.ช.ได้ ยอมรับม.44 แก้บทเฉพาะกาลกฎหมายพรรคการเมืองกระทบการพิจารณาร่างกฎหมายส.ส.-ส.ว.
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวภายหลังที่ประชุมสนช.ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ( ป.ป.ช.) และยังมีมติเสียงข้างมากให้กรรมการป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ต่อแม้ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ จนมีเสียงท้วงติงจากภายในสนช.เอง ว่า หากสนช.จะรวมตัวกันเพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็สามารถทำได้ แต่ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถือว่ายุติ เพราะช่วงหลังปีใหม่สนช.ต้องส่งร่างกฎหมายให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) และกรรมการป.ป.ช. พิจารณาก่อนว่ามีประเด็นใด ที่จะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บางคนขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากก่อนหน้านี้สนช.ได้ต่ออายุให้ตุลาการปฏิบัติหน้าที่ต่อ จะมีปัญหาต่อการตีความหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นการยกเว้นคุณสมบัติให้แก่ 4 ตุลาการ ไม่ได้ยกเว้นลักษณะต้องห้าม ส่วนอีก 5 คนที่เหลือเป็นการทำหน้าที่โดยรักษาการต่อตามคำสั่ง คสช. ดังนั้น จึงมีอำนาจเต็มในการวินิจฉัยคำร้อง
“ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการตีความว่าบุคคลใดขาดคุณสมบัติ แต่หากตุลาการเกรงว่าจะเกิดข้อกังขา สามารถถอนตัวได้ เพราะ 5 ตุลาการ ที่รักษาการเพียงพอจะเป็นองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม เรื่องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นลักษณะต้องห้ามของกรรมการป.ป.ช. ตามกฎหมายนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่เคยมีใครยื่นตีความมาก่อน” ประธานสนช. กล่าว
นายพรเพชร กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายของสนช.ไม่เคยทำตามอำเภอใจ จะเห็นได้จากสมาชิกอภิปรายกันอย่างอิสระ และที่แก้ไขก็เป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายเท่านั้น ส่วนกรณีที่หัวหน้าคสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 53/2560 แก้ไขบทเฉพาะกาลของกฎหมายพรรคการเมือง คงไม่ใช่เพราะสนช.ออกกฎหมายไม่รอบคอบ แต่เป็นเรื่องของการพิจารณาให้กฎหมายสัมพันธ์กับกฎหมายฉบับอื่น เช่น กฎหมายพรรคการเมืองกับร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยส.ว. ซึ่งที่ผ่านมาสนช.มีเวลาเพียง 60 วันพิจารณากฎหมาย จึงมุ่งเน้นไปที่กฎหมายฉบับเดียว แต่ต่อไปนี้จะต้องดูความสัมพันธ์ของกฎหมายฉบับอื่นควบคู่กันด้วย จึงสั่งการไปว่าการร่างพิจารณา กฎหมาย ส.ส.และส.ว. ต้องดูบริบทของกฎหมายฉบับอื่นที่จะกระทบกันด้วย
“การออกคำสั่ง ม.44 แก้ไขบทเฉพาะกาลของกฎหมายพรรคการเมือง จะมีผลกระทบกับการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส.และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ว. เช่น การทำไพรมารีโหวต และการลงทะเบียนของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง แต่ขอไม่ให้ความเห็นว่าจะกระทบกับโรดแมปการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดการคว่ำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยส.ส.และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ว. ตามที่มีผู้แสดงความเห็น.-สำนักข่าวไทย
