น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤต

ภาคใต้ 2 ธ.ค.60- สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤต เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้าง และเพิ่มระดับขึ้นต่อเนื่อง


ที่จังหวัดสงขลาขณะนี้ถูกน้ำท่วมหมดทั้ง 16 อำเภอ และยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย  โดยเฉพาะ 4 อำเภอลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา คืออำเภอระโนด กระแสสินธ์ สทิงพระ และสิงหนคร เพราะนอกจากจะถูกน้ำจากทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมหมู่บ้านที่อยู่ติดริมทะเล แล้วยังมีมวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.พัทลุง พื้นที่เชื่อมต่อกัน ไหลเข้ามาสมทบด้วย ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้บ้านเรือน โรงเรียน รวมทั้งนาข้าวทั้ง 4 อำเภอถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้ได้มากที่สุด ส่วนที่บ้านท่าล้อ ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้ที่โผล่มากับน้ำท่วม ได้ 1 ตัว ขนาดความยาวเกือบ 2 เมตร ซึ่งคาดว่าน่าจะหลุดจากฟาร์มเลี้ยง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้านในพื้นที่ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีจระเข้ตัวอื่นหลงเหลืออีกหรือไม่   


ภาพจากมุมสูงจะเห็นจะได้ว่า มวลน้ำจำนวนมากในแม่น้ำปัตตานียังไหลลงเขื่อนชลประทานปัตตานี และล้นสปิลเวย์ ทำให้พื้นที่ใต้เขื่อน อย่างที่บ้านวังกระ ม.4 ต.ตาะเซะ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ยังคงถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จากข้อมูลสถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนชลประทานปัตตานี มีแนวโน้มปริมาณน้ำลดลง แต่ยังอยู่ในสภาวะวิกฤต ขณะที่เขตพื้นที่เทศบาลนครยะลา บางพื้นที่ระดับน้ำลดลงบ้างแล้ว เนื่องจากฝนหยุดตก แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง พื้นที่ติดริมแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านจังหวัดยะลา  

หลายอำเภอของจังหวัดปัตตานีที่อยู่ติดแม่น้ำปัตตานี ยังน่าเป็นห่วงแม้เมื่อคืนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนจะลดลง แต่ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีน้ำเหนือจากจังหวัดยะลาไหลเข้าพื้นที่ ประกอบกับเขื่อนปัตตานีมีน้ำล้นจากสปิลเวย์สูงกว่า 20 เซนติเมตร เทศบาลเมืองปัตตานี ถนนทุกสายยังคงมีน้ำเข้าท่วมสูง โดยเฉพาะตำบลจะบังติกอ และสะบารัง ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถเข้าออกได้ เช่นเดียวกับถนนสายต่างๆ ในย่านเศรษฐกิจหลักของจังหวัดปัตตานีทั้ง 11 สายถูกน้ำท่วมหมดเช่นกัน ร้านค้าในย่านเศรษฐกิจ ต้องปิดร้านเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากน้ำทะลักเข้าร้าน สินค้าได้รับความเสียหาย


เช้าวันนี้ ในจังหวัดพัทลุง มีฝนตกเบาบางลง ทำให้พื้นที่น้ำท่วมในอำเภอริมเทือกเขาบรรทัดลดระดับบางหมู่บ้านรถยนต์สามารถผ่านได้แล้ว แต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอที่มีหมู่บ้านติดริมทะเลสาบจำนวนมากหลายตำบลหลายหมู่บ้านโดยเฉพาะพื้นที่ตำบลจงกง อำเภอเขาชัยสน ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว ตำบลทะเลน้อย ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน และตำบลลำปำ อำเภอเมือง ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ถนนในหมู่บ้านยังไม่สามารถผ่านได้ ส่วนเส้นหลักระหว่างอำเภอทุกเส้นทาง รวมทั้งถนนสายเอเชีย 41 ที่ถูกท่วมบริเวณบ้านโคกยา อำเภอเขาชัยสน สี่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน ใช้การได้ทุกเส้นทางแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น-ใต้ฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า