fbpx

นายกฯ ร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับผู้นำอาเซียน

เวียดนาม 10พ.ย.- นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับผู้นำอาเซียน เสนอเจรจาจัดทำ FTAAP


เวลา 16.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับผู้นำอาเซียน ณ ห้องโอเชี่ยน บอลรูม โรงแรม Furama Resort Da Nang นครดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  ภายใต้หัวข้อ “การร่วมมือกันเพื่อสร้างพลวัตใหม่สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่บูรณาการและเชื่อมโยงในทุกมิติ” 


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอขอบคุณเวียดนามที่จัดให้มีการหารือระหว่างผู้นำเอเปกและอาเซียนในวันนี้ ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกก่อตั้งทั้งเอเปกและอาเซียน ไทยเห็นพัฒนาการของทั้งสองกรอบมาตั้งแต่แรกเริ่ม จนในวันนี้ที่อาเซียนครบรอบ 50 ปี และก้าวสู่การเป็นประชาคมเป็นปีที่สอง นับเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมที่เอเปกและอาเซียนมีปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ระหว่างกันเพื่อสร้างพลวัตใหม่ให้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 


ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอมุมมองต่อความร่วมมือระหว่างเอเปกและอาเซียนใน 4 ประเด็น ได้แก่ 

1. การส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพ กฎระเบียบ และระหว่างประชาชน รวมถึงความเชื่อมโยงทางดิจิทัล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค โดยไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เหนือ – ใต้ (North – South Economic Corridor)  และได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาค 

2. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค  (RCEP) ควรมีการเจรจาให้ึืคืบหน้าไปสู่ข้อสรุปโดยเร็วและต่อยอดไปสู่การจัดทำความตกลงการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก  หรือ  FTAAP ในอนาคต ซึ่งทั้ง RCEP และ FTAAP ควรเป็นข้อตกลงที่ได้มาตรฐานและครอบคลุม ดังนั้น เอเปกและอาเซียนจะต้องร่วมกันสื่อสารผลประโยชน์ของการค้าเสรีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแก่สาธารณชน 

3. เอเปคและอาเซียนควรร่วมมือกันพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนบุคลากรในสาขาวิชาชีพซึ่งสามารถต่อยอดจากข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพของอาเซียน (Mutual Recognition Agreement หรือ MRA) และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่เอเปคมีอยู่แล้ว เช่น วิศวกรและสถาปนิก 

4. ไทยสนับสนุนความพยายามในการขับเคลื่อนให้เอเปกและอาเซียนก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยไทยได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเปรูจัดทำยุทธศาสตร์เอเปคว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยั่งยืน และมีนวัตกรรม (APEC Strategy for Green, Sustainable and Innovative MSMEs) และพร้อมที่จะขยายผลให้เกิดความร่วมมือในประเด็นนี้ในกรอบอาเซียนต่อไป

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หวังว่าเอเปกและอาเซียนจะเป็น “หุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์” โดยสร้างความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ของเอเปกหลังปี 2563 (ค.ศ. 2020) วิสัยทัศน์อาเซียนปี 2568 (ค.ศ. 2025) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่ม.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบแล้ว เก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยาผู้กำกับ หายไป 5 วัน รถพุ่งจมคลอง

พบแล้ว รถเก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยา ผกก.หายไป 5 วัน พุ่งจมคลองมะขามเตี้ย จุดสะพานบางใหญ่ จ.สุราษฎร์ธานี ระดมกู้นานกว่า 3 ชม.

แม่หมูแสนรู้ พาฝูงข้ามถนนไปกินหญ้า

พาไปที่ตรัง ชาวบ้านต่างชื่นชมแม่หมูพันธุ์ผสม (หมูป่าผสมกับหมูบ้าน) เพราะทุกวันแม่หมูตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นจ่าฝูง พาฝูงหมูเดินข้ามถนนไปกินหญ้า

ฉุนถูกแฟนหนุ่มด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านตลาดสี่มุมเมือง

ฝ่ายหญิงเหลืออด ถูกแฟนหนุ่มที่คบหาอยู่กินกันมา 4 ปี ด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านขายถุงพลาสติกตลาดสี่มุมเมือง

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 80%

กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

อดีตผู้ว่าการ ธปท.ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง

อดีตผู้ว่าการ ธปท. ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง เผย 5 ปี คอร์รัปชันพุ่ง ความเหลื่อมล้ำรอบด้าน ทั้ง “เศรษฐกิจ-โอกาส-การศึกษา” นำไปสู่ความแตกแยก ขณะที่ผู้จัดการ ตลท. ชี้ประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล หรือ ESG กำลังเป็นความปกติใหม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันให้เกิดความยั่งยืน

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด