ทำเนียบรัฐบาล 24 ต.ค.-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน สถานการณ์น้ำท่วมไม่กระทบพื้นที่จัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในส่วนภูมิภาค
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ว่า ทั้งประเทศมีอยู่ 19 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำ ปิง ยม น่าน ป่าสัก และเจ้าพระยา ซึ่งปัญหาน้ำสะสมจากฝนที่ตกช่วงที่ผ่านมา และปัญหาการระบายน้ำที่ตกค้างจากภาคเหนือ ซึ่งต้องบริหารจัดการ โดยแยกน้ำไปในทิศทางที่สามารถทำได้ รวมทั้งเก็บในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ โดยให้น้ำมาถึงหน้าเขื่อนและท้ายเขื่อนประมาณ 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมากรมชลประทานปล่อยน้ำ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ฝนตกทางเหนือด้วย
“ยืนยันว่ายังไม่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร แต่จะกระทบกับประชาชนในบางจังหวัดที่อยู่แนวริมแม่น้ำที่เอ่อล้นจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่นที่จังหวัดขอนแก่น และอีกสองวันน่าจะกระทบกับจังหวัดอุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี อ่างทอง ลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา แต่ยืนยันว่าจะไม่ระทบต่อการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในจังหวัดต่าง ๆ ตามภูมิภาค ซึ่งจากการตรวจสอบวานนี้(23 ต.ค.) พบว่าแต่ละจังหวัดสามารถจัดงานพระราชพิธีได้ ไม่มีผลกระทบต่อสถานที่จัดงาน ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดจะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในพื้นที่ของตัวเองด้วย ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการเข้าร่วมพระราชพิธี จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีได้ ส่วนกรณีที่มีความขัดแย้งขุดคันดินกั้นน้ำ ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน ไม่อยากให้กระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโผงเผง จ.อ่างทอง และผู้ใหญ่บ้านในตำบลบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา กรณีใช้ถนนพักอาศัยเพื่อหนีน้ำท่วม จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง มีคำสั่งระงับการปฎิบัติหน้าที่ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโผงเผงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องใดก็ตาม ทราบว่าทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอได้พิจารณาพฤติกรรมแล้วจึงมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ต้องสอบสวนตามกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าราคาแพงกว่าท้องตลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทราบว่าซื้อได้ในราคาถูกกว่า แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่ถึงการจัดซื้อ สิ่งที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำหลังจากนี้ คือการกำหนดสเปกและทีโออาร์ว่าอยากได้ของอย่างไร โดยจะใช้มาตรฐานเดิมที่เคยดำเนินการ เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ยอมรับว่าใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“หากจัดซื้อแล้ว ค่อยวิพากษ์วิจารณ์ในภายหลังว่าถูกหรือแพง งบประมาณที่ออกมาสามารถลดลงได้ แต่จะเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องนำเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย
![](https://imgs.mcot.net/images//2017/10/1508814901721.jpg)