ฝรั่งเศสออกมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อใช้หน้าหนาว

ปารีส 6 ต.ค.- ฝรั่งเศสจะงดให้บริการน้ำอุ่นภายในห้องน้ำตามอาคารสาธารณะ และสั่งเทศบาลลดอุณหภูมิน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อสงวนไว้ใช้ในฤดูหนาว รัฐบาลฝรั่งเศสมอบหมายให้ภาคอุตสาหกรรม ครัวเรือน และเทศบาลลดการใช้พลังงานลงให้ได้ร้อยละ 10 เนื่องจากรัสเซียลดการส่งก๊าซมายังยุโรปและราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนังสือพิมพ์เลอปารีเซียงรายงานว่า ลำพังค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำอุ่นตามอาคารราชการอย่างเดียวครองสัดส่วนถึงร้อยละ 10 ของค่าพลังงานทั้งหมดของหน่วยงานรัฐที่จ้างงานคนมากกว่า 5 ล้านคน การประหยัดพลังงานจึงกลายเป็นนโยบายสำคัญเพื่อไม่ให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าตึงตัวมากจนเกินไป ป้องกันการเกิดไฟฟ้าดับหรือมีก๊าซไม่เพียงพอสำหรับใช้ในฤดูหนาว แหล่งข่าวเผยว่า รัฐบาลจะขอให้คนทำงานภาครัฐใช้บริการรถไฟแทนเครื่องบินในกรณีที่เดินทางต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และจะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ขณะที่กระทรวงคมนาคมกำลังจัดทำแผนจูงใจให้คนใช้รถส่วนตัวร่วมกัน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสรับปากว่า จะลดการใช้พลังงานในประเทศลงให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2593 ตามที่ฝรั่งเศสรับปากไว้ในข้อตกลงสากลเรื่องการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.-สำนักข่าวไทย

คาดโอเปกพลัสจะลดกำลังผลิตมากถึงวันละ 2 ล้านบาร์เรล

เวียนนา 5 ต.ค.- ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกจะประชุมกันในวันนี้ตามเวลาออสเตรีย คาดว่าจะพิจารณาเรื่องลดกำลังการผลิตน้ำมันมากถึงวันละ 2 ล้านบาร์เรลเพื่อดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น สมาชิก 13 ประเทศของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก (OPEC) ที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย และพันธมิตร 10 ประเทศที่นำโดยรัสเซีย จะประชุมแบบพบหน้าเป็นครั้งแรกนับจากเดือนมีนาคม 2563 ที่สำนักงานใหญ่โอเปกในกรุงเวียนนาของออสเตรีย รัฐมนตรีน้ำมันของหลายประเทศปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องลดกำลังผลิต แต่สำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยว่า กำลังมีการหารือเรื่องลดกำลังผลิตมากถึงวันละ 2 ล้านบาร์เรลในเดือนพฤศจิกายน หรือ 2 เท่าของที่มีการคาดการณ์กันไว้ ราคาน้ำมันโลกเคยขึ้นไปเกือบแตะบาร์เรลละ 140 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรัสเซียบุกยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่หลังจากนั้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือต่ำกว่าบาร์เรลละ 90 ดอลลาร์สหรัฐในขณะนี้ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การรวมกลุ่มดังกล่าวที่รู้จักกันในชื่อโอเปกพลัส เคยลดกำลังผลิตครั้งใหญ่เกือบวันละ 10 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เริ่มระบาด เพราะมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก โอเปกพลัสเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตเมื่อปีก่อนเมื่อตลาดเริ่มดีขึ้น และเพิ่มกำลังผลิตในปีนี้จนเท่าระดับก่อนเกิดโควิด อย่างไรก็ดี โอเปกพลัสเห็นพ้องเมื่อเดือนกันยายนว่า จะลดกำลังผลิตลงวันละ 100,000 บาร์เรลในเดือนตุลาคม.-สำนักข่าวไทย

นายกฯ อังกฤษ ยอมรับผิดพลาดเรื่องแผนลดภาษี

นายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ ของอังกฤษ ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเรื่องแผนการลดภาษีที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าครั้งประวัติศาสตร์และตลาดเงินปั่นป่วน

อิตาลีเตรียมได้นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ

โรม 26 ก.ย.- นางจอร์เจีย เมโลนี เตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี หลังจากผลคะแนนเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวานนี้ที่นับไปแล้วมากกว่าร้อยละ 90 ชี้ว่า พันธมิตรฝ่ายขวาของเธอมีแนวโน้มจะชนะเลือกตั้ง ผลคะแนนที่นับแล้วชี้ว่า พรรคบราเธอร์ออฟอิตาลี (the Brothers of Italy) ของนางเมโลนีได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 26 เพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่ได้เพียงร้อยละ 4 ในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดเมื่อปี 2561 เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการให้ผู้สมัครหน้าใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศที่มีมากมาย ทั้งเรื่องราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น สงครามในยูเครน และเศรษฐกิจชะลอตัวครั้งใหม่ ผลคะแนนชี้ว่า พันธมิตรฝ่ายขวาน่าจะครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา เปิดทางให้การเมืองอิตาลีมีเสถียรภาพหลังจากมีรัฐบาลผสมที่วุ่นวายและเปราะบางมาตลอดหลายปี อย่างไรก็ดี การที่แต่ละพรรคในพันธมิตรฝ่ายขวามีจุดยืนที่แตกต่างกันในหลายประเด็น จึงอาจมีปัญหาเรื่องการประนีประนอมกัน นางเมโลนีวัย 45 ปี เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2549 และเป็นประธานพรรคตั้งแต่ปี 2557 เธอกล่าวกับผู้สนับสนุนในเช้าวันนี้ว่า เวลานี้ไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์คุณค่า หากพรรคได้รับการเรียกร้องให้ปกครองประเทศ ก็จะทำเพื่อชาวอิตาลีทุกคน ด้วยเป้าหมายรวมทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียว มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่รวมใจอิตาลี ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อิตาลีแตกแยก ตัวเก็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิตาลียืนยันว่า พรรคของเธอมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ไม่ได้มีพื้นฐานความคิดแบบฟาสซิสต์ เธอรับปากว่า จะสนับสนุนนโยบายตะวันตกเรื่องยูเครนและไม่ดำเนินนโยบายการเงินแบบเสี่ยง.-สำนักข่าวไทย

พรุ่งนี้ (23 ก.ย.) น้ำมันขึ้น 30-50 สต./ลิตร

แวะปั๊มด่วน! ผู้ค้าแจ้งปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-โซฮอล์ 50 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ขึ้น 30 สตางค์/ลิตร ส่วนน้ำมันในกลุ่มดีเซลราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (23 ก.ย.)

อังกฤษจะคุมค่าพลังงานให้ภาคธุรกิจนาน 6 เดือน

นิวยอร์ก 21 ก.ย. – รัฐบาลอังกฤษจะคุมราคาพลังงานขายส่งให้แก่ภาคธุรกิจในฤดูหนาวนี้เป็นเวลา 6 เดือน อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปกป้องประชาชนและธุรกิจ จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น นายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ ของอังกฤษ เผยขณะอยู่ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่า การคุมราคาพลังงานขายส่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และจะทำให้ภาคธุรกิจมีความมั่นใจว่าจะสามารถฝ่าฝันช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้ รัฐบาลจะทบทวนนโยบายนี้อีกครั้งหลังจากครบกำหนด 6 เดือนแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจที่มีความเปราะบางที่สุดอย่างร้านค้ารายย่อยและผับจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินต่อไปอีก มาตรการล่าสุดนี้คล้ายกับที่นายกรัฐมนตรีทรัสส์ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน เรื่องรับประกันราคาพลังงานนาน 2 ปี ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานทำความร้อนของครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกินปีละ 2,500 ปอนด์ (ไม่เกิน 105,374 บาท) จากเดิมที่ต้องสูงกว่าปีละ 3,500 ปอนด์ (ราว 147,524 บาท) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากปัจจุบันที่เฉลี่ยที่ปีละ 1,971 ปอนด์ (ราว 83,077 บาท) รัฐบาลเชื่อว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อที่กำลังเพิ่มขึ้นสูงอยู่ในขณะนี้.-สำนักข่าวไทย

พรุ่งนี้ (20 ก.ย.) กลุ่มเบนซิน-โซฮอล์ ปรับลด 1 บาท เว้น E85 ลดลง 60 สต.

อั้นไว้! พรุ่งนี้ (20 ก.ย.) น้ำมันลด เบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปรับลง 1 บาท เว้น เว้น E85 ลดลง 0.60 บาท/ลิตร พรีเมี่ยมดีเซล B7 ลดลง 1.00 บาท/ลิตร นอกนั้นคงเดิม

เผยอินโดนีเซียกำลังชั่งใจซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

จาการ์ตา 12 ก.ย. – ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กำลังพิจารณาซื้อน้ำมันจากรัสเซียเช่นเดียวกับอินเดียและจีน เพื่อบรรเทาแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาต้นทุนด้านพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ประธานาธิบดีวิโดโดกล่าวกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สของอังกฤษหลังถูกถามเรื่องอินโดนีเซียจะซื้อน้ำมันจากรัสเซียหรือไม่ว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณาตัวเลือกทั้งหมดอยู่ในตอนนี้ หากประเทศใดประเทศหนึ่งเสนอขายน้ำมันราคาดี อินโดนีเซียก็จะซื้อน้ำมันจากประเทศนั้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวิโดโดได้ตัดสินใจปรับขึ้นราคาน้ำมันร้อยละ 30 เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เนื่องจากอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านการคลัง  จนทำให้เกิดเหตุชุมนุมประท้วงขึ้นหลายแห่งในอินโดนีเซีย ก่อนหน้านี้ นายซานดิอากา อูโน รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย เผยในเดือนสิงหาคมว่า รัสเซียได้เสนอขายน้ำมันในราคาที่ถูกลงร้อยละ 30 ให้แก่อินโดนีเซีย จนทำให้เปอร์ตามินา (Pertamina) รัฐวิสาหกิจน้ำมันของอินโดนีเซีย ออกมาระบุว่ากำลังพิจารณาถึงความเสี่ยงจากการซื้อน้ำมันรัสเซีย ทั้งนี้ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีประชากรราว 270 ล้านคน มีอัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 4.69 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียประเมินไว้ที่ร้อยละ 2-4 และสูงกว่าคาดการณ์เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน เนื่องจากปัญหาราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น. -สำนักข่าวไทย

บ.พลังงานใหญ่สุดของอังกฤษจะจำกัดกำไรเพื่อลดค่าไฟ

ลอนดอน 10 ก.ย.- สื่ออังกฤษอ้างผู้บริหารของเซ็นทริกา (Centrica) บริษัทบริการด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษว่า บริษัทจะจำกัดกำไรโดยสมัครใจ เพื่อช่วยให้ค่ากระแสไฟฟ้าของครัวเรือนในอังกฤษลดลง หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนอ้างคำกล่าวของนายคริส โอเช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซ็นทริกา ซึ่งเป็นเจ้าของบริทิชก๊าซ บริษัทผู้จัดส่งพลังงานให้แก่ครัวเรือนในอังกฤษรายใหญ่ที่สุดมากถึง 12 ล้านครัวเรือนว่า บริษัทดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือผลประโยชน์ร่วม ลูกค้า ประเทศ และเพื่อนร่วมงาน แต่จะไม่มุ่งเน้นทำกำไรในปีนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะต้องการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว ก่อนหน้านี้เซ็นทริกาแจ้งว่า ครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรมากถึง 1,340 ล้านปอนด์ (ราว 56,392 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 262 ล้านปอนด์ (ราว 11,026 ล้านบาท) ในครึ่งแรกของปี 2564 ทั้งนี้เพราะมีการจำหน่ายสินทรัพย์และราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซ็นทริกาเผยด้วยว่า อยากให้เซ็นทริกาเป็นบริษัทแรกที่ลงนามสัญญาที่มีการเจรจาใหม่กับรัฐบาลเรื่องการผลิตกระแสไฟฟ้า และพร้อมจะให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 5 แห่งของบริษัทเปลี่ยนไปใช้สัญญาใหม่ด้วย ปัจจุบันบริษัทเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในอังกฤษราวร้อยละ 20.-สำนักข่าวไทย

เตรียมชุมนุมใหญ่ทั่วอินโดนีเซียประท้วงขึ้นราคาน้ำมัน

จาการ์ตา 6 ก.ย.- ตำรวจและแกนนำสหภาพแรงงานในอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า วันนี้จะมีการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ เนื่องจากมีกระแสไม่พอใจมากยิ่งขึ้นจากการที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุน แกนนำสหพันธ์สหภาพแรงงานอินโดนีเซียแถลงเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า ประชาชนมากถึง 5,000 คนจะชุมนุมประท้วงในกรุงจาการ์ตา และอีกหลายพันคนจะชุมนุมตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิกถอนการตัดสินใจที่ทำให้คนทำงาน เกษตรกร ชาวประมง และคนยากจนในเขตเมืองได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด ด้านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งในวันเดียวกันให้ทางการท้องถิ่นรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยการพยายามอธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นที่ทางการต้องขึ้นราคาเชื้อเพลิง ล่าสุดโฆษกตำรวจเผยในวันนี้ว่า กำลังตำรวจเกือบ 7,000 นายได้ประจำการทั้งในและรอบกรุงจาการ์ตาแล้ว ก่อนที่จะมีการชุมนุมในวันนี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซียประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า จะขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอีกร้อยละ 30 เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เป็นการขึ้นราคาครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มาตรการนี้จะช่วยให้งบประมาณอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงในปีนี้ลดลงราว 48 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 117,600 ล้านบาท) เหลือ 650 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 1.59 ล้านล้านบาท) แต่อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวเร็วยิ่งขึ้น ราคาเชื้อเพลิงถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองในอินโดนีเซีย รัฐบาลพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการทยอยออกมาตรการชดเชยหลายอย่าง รวมถึงการแจกเงินสดให้ประชาชนโดยตรง.-สำนักข่าวไทย

ชาวอังกฤษจ่อจ่ายบิลค่าพลังงานพุ่ง 80% ตั้งแต่ ต.ค.

หน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของอังกฤษ ระบุว่า ชาวอังกฤษจะต้องจ่ายบิลค่าพลังงานเป็นจำนวนเงินเฉลี่ยปีละ 3,549 ปอนด์ (ราว 150,800 บาท) นับตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ทำสถิติพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 80 พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษเร่งแก้ไขวิกฤตดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

รัฐบาลทหารเมียนมาจ่อนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

เนปิดอว์ 18 ส.ค. – โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา ระบุว่า เมียนมาวางแผนนำเข้าน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตาจากรัสเซีย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันและราคาน้ำมันแพงในประเทศ นายซอ มิน ตัน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงวันนี้ว่า เมียนมาได้รับอนุญาตให้นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่มีคุณภาพดีและราคาเหมาะสม หลังพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้หารือเรื่องการนำเข้าน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตาจากรัสเซียในระหว่างเดินทางเยือนรัสเซียในเดือนกรกฎาคม โดยจะนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียผ่านสิงคโปร์ นอกจากนี้ รัฐบาลทหารเมียนมากำลังพิจารณาการขุดเจาะสำรวจน้ำมันในประเทศร่วมกับรัสเซียและจีนอีกด้วย ในขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ของทางการเมียนมาได้เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐบาลทหารเมียนมาในวันนี้ว่า กองทัพเมียนมาได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดซื้อน้ำมันรัสเซียที่มีหัวหน้าเป็นบุคคลใกล้ชิดของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เพื่อทำหน้าที่ดูแลการสั่งซื้อ นำเข้า และขนส่งน้ำมันในราคาที่เหมาะสมตามความต้องการของเมียนมา โดยคาดว่าจะเริ่มนำเข้าน้ำมันได้ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ขณะนี้ เมียนมากำลังประสบปัญหาราคาน้ำมันแพงและขาดแคลนไฟฟ้า จนทำให้กองทัพเมียนมาต้องหาทางนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ผลิตกระแสไฟในโรงไฟฟ้าได้ ขณะที่ราคาน้ำมันในเมียนมาพุ่งสูงถึงลิตรละ 2,300-2,700 จ๊าด (39-46 บาท) ซึ่งทำสถิติพุ่งสูงถึง 350% นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ทั้งนี้ เมียนมายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับรัสเซียในขณะที่เมียนมาถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรจากเหตุรัฐประหารและสถานการณ์รุนแรงในประเทศ ส่วนรัสเซียถูกคว่ำบาตรจากการเปิดฉากบุกโจมตียูเครน ซึ่งรัสเซียระบุว่าเป็นปฏิบัติการพิเศษทางทหาร.-สำนักข่าวไทย

1 18 19 20 21 22 74
...