fbpx

เปิดสถิติหญิงไทยถูกละเมิดทางเพศ-กระทำรุนแรง มากกว่า 7 คน/วัน

กรุงเทพฯ  8 มี.ค. – สสส.พบหญิงไทยถูกละเมิดทางเพศ-กระทำความรุนแรง มากกว่า 7 คน/วัน เข้ารับการบำบัดรักษา-แจ้งความร้องทุกข์ 30,000 คน/ปี สูงติดอันดับโลก ขณะที่ผู้หญิงจังหวัดชายแดนใต้ ต้องเผชิญการถูกลิดรอนจำกัดสิทธิ-กีดกันการมีส่วนร่วม-ถูกมองเป็นเพียงไม้ประดับ ไร้ปากเสียง ไม่มีอำนาจตัดสินใจ 


นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ผู้หญิงทุกสังคมต้องเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความรุนแรงทางเพศต่อเนื่อง ประเทศไทยมีสถิติความรุนแรงต่อผู้หญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก พบผู้หญิงถูกละเมิดทางเพศ ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่น้อยกว่า 7 คน/วัน และมีสถิติผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดรักษา แจ้งความร้องทุกข์ประมาณปีละ 30,000 คน ขณะที่รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พบกว่าร้อยละ 87 ของคดีการถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่เคยถูกรายงาน และจากการสำรวจสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง และบุคคลในครอบครัวของไทยระดับประเทศ พบความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.6 ในปี 2560 เป็นร้อยละ 42.2 ในปี 2563 โดยประเภทความรุนแรงสูงสุด คือ ความรุนแรงทางด้านจิตใจ คิดเป็นร้อยละ 32.3 รองลงมา คือ ความรุนแรงทางร่างกายร้อยละ 9.9 และความรุนแรงทางเพศร้อยละ 4.5

“เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม สสส. หวังว่านอกเหนือจากการส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคของสตรีแล้ว ทุกภาคส่วนควรร่วมกันลด และขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ความรุนแรงในครอบครัว การข่มขืน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ของสหประชาชาติ ที่ระบุให้การขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง ทั้งในที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว เป็นเป้าหมายที่ประเทศต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญและทำให้บรรลุเป้าหมาย และจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ ตกงาน มีภาระหนี้สิน ทำให้เกิดความเครียดสะสม และความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น สสส. ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย จึงเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงความเห็นร่วมหาทางออกจากปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยประกาศรับสมัครเยาวชนรุ่นใหม่ และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงปลายเดือนมีนาคม – เมษายน 2565 สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.นับเราด้วยคน.com” นางภรณี กล่าว 


น.ส.วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ในฐานะแกนนำกลุ่มลูกเหรียง กล่าวว่า เคยเป็นเหยื่อความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว 4 คนจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว อีกทั้งยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง โดยผู้หญิงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต้องเผชิญ 3 ปัญหา ได้แก่ 1.การถูกลิดรอนสิทธิ ถูกจำกัดสิทธิต่าง ๆ เช่น การเข้าไปมีส่วนร่วมระดับกลไกของรัฐ หรือระดับการเมืองท้องถิ่น ในการช่วยตัดสินใจ ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกมองว่าควรเป็นเรื่องของผู้ชาย 2.สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวสูง การหย่าร้างเพิ่มขึ้น กรณีเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัว คนนอกไม่ควรยุ่ง ขณะที่มีผู้หญิงจำนวนมากกล้าหาญไปขอความยุติธรรมจากหน่วยงาน แต่จะถูกบอกว่าให้อดทน และ 3.การไม่ยอมรับให้ผู้หญิงเป็นผู้นำ ทั้งที่ในพื้นที่ผู้ชายมีจำนวนน้อยลงจากการเสียชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบ หลบหนีกระบวนการยุติธรรม หรือเจอคดียาเสพติดทำให้สัดส่วนจำนวนผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย แต่ในระดับการตัดสินใจหรือกลไกต่าง ๆ กลับให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมเพียงร้อยละ 0.05 สะท้อนการให้โอกาสที่น้อยมาก

“พวกเราจึงจัดตั้งกลุ่มผู้หญิงที่ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเข้าถึงความยุติธรรม เพราะเราไม่อยากเป็นแค่องค์ประกอบ ที่ผ่านมาคนชอบบอกว่าก็มีตัวแทนผู้หญิงแล้ว แต่ในความจริงเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เราต้องการมีตัวแทนผู้หญิงในสัดส่วนที่มากขึ้นเพื่อที่จะตัดสินใจร่วมกันได้ โดยเคารพความเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ใช่เป็นเพียงไม้ประดับ ไม่ได้เป็นตัวจริง การทำงานเป็นผู้นำสตรีในพื้นที่เป็นสิ่งที่ยาก กว่าจะพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับได้ ผู้ชายทำงานเพียง 10 ผู้หญิงต้องทำงาน 100-200 จึงทำให้ยอมรับได้โดยไม่มีข้อกังขา ส่วนตัวต้องเผชิญกับการที่ผู้ชายไม่ยอมรับให้เป็นผู้นำ กว่าจะทำให้ยอมรับได้ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี และกว่าจะทำให้ผู้หญิงในพื้นที่มั่นใจในตัวเอง กล้าออกมาส่งเสียง ต้องเข้าไปทำงานร่วมกับเขา 4-5 ปี ซึ่งปัญหาอุปสรรคยังเป็นเรื่องการยึดมั่นในความเชื่อว่า ผู้นำต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น จึงเป็นประเด็นที่จะต้องทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงอีกมาก” น.ส.วรรณกนก กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง

“ชัชชาติ” ร่วมงานลูกเสือไทย ให้กำลังใจนักโทษลอกท่อวันแรก

ผู้ว่าฯ กทม.สวมชุดลูกเสือร่วมงานวันครบรอบสถาปนาลูกเสือไทย ย้ำพร้อมสนับสนุนชุดลูกเสือ เพราะไม่อยากให้เป็นภาระผู้ปกครอง ให้กำลังใจนักโทษวันนี้ดีเดย์ลอกท่อ ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าช่วยระบายน้ำเร็วขึ้น

แจ้งจับแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง

กลุ่มผู้เสียหายร้องตำรวจ ปคบ. ดำเนินคดีแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง หลังขายสบู่-เครื่องสำอางให้ นำไปไลฟ์สดขายต่อ โดยไม่ชำระค่าสินค้าตามที่ตกลงกัน มูลค่าความเสียหาย 8 ล้านบาท

รัสเซียถล่มตึกที่พักในยูเครน ตาย 18 คน

เคียฟ 1 ก.ค.- รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มอาคารที่พักในเมืองโอเดสซา เมืองท่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนในเช้าวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 คน หนึ่งวันหลังจากรัสเซียถอนกำลังออกจากเกาะยุทธศาสตร์ในทะเลดำ นายคิริลล์ ทีโมเชนโก รองหัวหน้าทำเนียบประธานาธิบดียูเครนแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตมีเด็กรวมอยู่ด้วย 2 คน ขณะที่โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นแจ้งว่า มีคนบาดเจ็บ 30 คน สื่อยูเครนรายงาน เป้าหมายของรัสเซียครั้งนี้เป็นอาคารที่พักอาศัยหลายชั้นและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การโจมตีมีขึ้นหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนกำลังออกจากเกาะสเนคหรือเกาะงูของยูเครนในทะเลดำเมื่อวันพฤหัสบดี เรือรบรัสเซีย 2 ลำยึดครองเกาะนี้ได้ตั้งแต่เปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และถูกยูเครนยิงถล่มอย่างหนักนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัสเซียอ้างว่า ถอนกำลังเพื่อยื่นไมตรี ขณะที่กองทัพยูเครนอ้างว่า สามารถบีบให้กำลังพลรัสเซียต้องหนีไปด้วยเรือเร็ว 2 ลำ เพราะถูกยูเครนยิงถล่มอย่างหนักทั้งปืนใหญ่และขีปนาวุธ เกาะสเนคตั้งอยู่ในเส้นทางเดินเรือพลุกพล่าน รัสเซียหวังจะใช้เกาะนี้เป็นฐานในการโจมตีเมืองโอเดสซา ซึ่งเป็นท่าสำคัญที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของยูเครน เพื่อล้อมกรอบที่มั่นสุดท้ายของกองกำลังยูเครนที่ปักหลักต่อต้านรัสเซียในแคว้นลูฮันสก์.-สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ศาลอุทธรณ์สั่งประหารชีวิต “บรรยิน” คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้โทษ ให้ประหารชีวิต “พ.ต.ท.บรรยิน” อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 และ “ณรงค์ศักดิ์” จำเลยที่ 3 ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 4 คน จำคุกตลอดชีวิต เเละยกฟ้องในบางมาตรา

ผบ.ทอ.เผยเมียนมาขอโทษ-ล้ำน่านฟ้า

ผบ.ทอ.โต้คำวิจารณ์เอฟ-16 บินรักษาเขตแดนช้า ยันระบบป้องกันทางอากาศดีมาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตัดสินใจที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความเร็ว ต้องสุขุม รอบคอบ มีเหตุผล พอเหมาะพอควรกับสถานการณ์ 

ภาคเอกชนฝรั่งเศสเชื่อมั่น พร้อมร่วมมือกับไทย

ภาคเอกชนฝรั่งเศส MEDEF International หารือ นายกฯ เชื่อมั่นและพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด และนำไปสู่การยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศภายในปี 2567

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย