fbpx

ตำรวจค้านประกัน 4 โจ๋รุมทำร้ายรองแชมป์เต้น

บุรีรัมย์ 30 ธ.ค.-ตำรวจค้านประกันตัว 4 โจ๋รุมทำร้ายรองแชมป์นักเต้นฮิปฮอประดับโลกปางตายคาร้านอาหาร พร้อมประสาน รพ.ตรวจเชื้อโควิดก่อนส่งฝากขัง

ความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นชายร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย นายนพรัตน์ บุญรัตน์ หรือแบงค์ อายุ 23 ปี ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและเคยเป็นตัวแทนนักกีฬาของประเทศไทย ไปแข่งเต้นในหลายประเทศ ล่าสุดคว้าเหรียญเงิน รองแชมป์โลกประเภทนักเต้น Hip Hop Doubles ที่ประเทศโปแลนด์เมื่อปี 2561 บาดเจ็บสาหัสกะโหลกศรีษะร้าว ขณะไปนั่งรับประทานอาหารกับพี่ชายที่ร้านแห่งหนึ่งใน อ.ละหานทราย เมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนที่เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ธ.ค.) ญาติพาวัยรุ่นทั้ง 4 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายนพรัตน์ เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละหานทราย หลังถูกออกหมายจับและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าติดตามกดดันอย่างหนัก


ความคืบหน้าของคดีวันนี้ (30 ธ.ค.63) ร.ต.อ.อนุสรณ์ ศรีพรหม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ละหานทราย ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบไปด้วย นายวรพล กงค์ประโคน หรือมอส อายุ 23 ปี, นายวิกรม กงค์ประโคน หรือกล้า อายุ 22 ปี สองพี่น้อง, นายอนุชา ทองโปรด หรือตาล อายุ 20 ปี และสนธยา กงทอง หรือโจ อายุ 22 ปี เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยแยกสอบสวนทีละคน ซึ่งหลังจากสอบปากคำเสร็จก็จะประสานทางโรงพยาบาลมาทำการตรวจหาเชื้อโควิดผู้ต้องหา เนื่องจากมีผู้ต้องหา 3 คน เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลละหานทราย มาทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามจุดต่างๆ ภายในโรงพักด้วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิดด้วย

ขณะที่ญาติของผู้ต้องหาก็ได้เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพัก โดยนางนิตยา แม่ของนายอนุชา หรือตาล หนึ่งในผู้ต้องหา บอกว่าที่พาลูกชายมามอบตัวเพราะไม่อยากให้ลูกหลบหนีอยากให้ยอมรับในสิ่งที่ทำ แต่ลูกชายก็ยืนยันกับตำรวจและบอกกับตนเองว่าวันเกิดเหตุได้ไปเที่ยวและอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือทำร้ายด้วย ช่วงที่ชุลมุนลูกชายกำลังจีบสาวอยู่ที่โต๊ะ แต่ก็ต้องยอมรับเพราะอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งตนเองก็ไม่ได้เข้าข้างลูกผิดก็ว่ากันไปตามผิด ก็รู้สึกเสียใจและตั้งใจจะไปเยี่ยมคนเจ็บและขอโทษครอบครัวผู้บาดเจ็บด้วย ก็เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ถ้าลูกของตัวเองถูกทำร้ายก็ต้องรู้สึกเหมือนกัน


เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นได้รับอันตรายสาหัส” โดยเบื้องต้นได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เพราะเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และจะทำเรื่องส่งฝากขังศาลจังหวัดนางรองช่วงบ่ายวันนี้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุช

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุชในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ(วงแหวนกาญจนาภิเษก)

กรมบังคับคดีแจง จนท.ติดโควิด เพื่อนร่วมงานติดอีก 2

กรมบังคับคดี เผยเจ้าหน้าที่ธุรการติดโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ขึ้นรถประจำทาง สาย 33 (กรุงเทพฯ – ปทุม) ล่าสุดพบเพื่อนร่วมงานติดเพิ่ม 2 ราย

หมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีน

อธิบดี คร. เผยพบหมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีนโควิด ส่วนแพทย์หญิงรายแรก ที่รับวัคซีนและมีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลิน และมีอาการท้องเสียมากถึง 4 ครั้ง ไม่เกี่ยวกับวัคซีนแต่เป็นอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เพราะรับประทานอาหารทะเล

เปิดวงจรปิดปาระเบิดถล่มร้านมือถือ คาดพลาดเป้า

เปิดวงจรปิดวัยรุ่นปาระเบิดถล่มร้านมือถือ จ.ตรัง คาดตั้งใจปาใส่ร้านเหล้าที่มีปัญหากัน แต่พลาดเป้า วิ่งหนีล้มหัวขมำ

ข่าวแนะนำ

ระทึก! ล้อมคอนโดฯ หนุ่มหลอกขายทะเบียนรถสวย

เชียงใหม่ 5 มี.ค. – ตำรวจปิดล้อมคอนโดฯ กลางเมืองเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาหลอกขายป้ายทะเบียนเลขสวย แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองในห้องพร้อมอีก 3 ชีวิต มีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด เจ้าหน้าที่เกรงจะคิดสั้น

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และตำรวจสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนโชตนา ใกล้สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นานกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อจับกุมนายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี และแฟนสาววัย 18 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงขายป้ายทะเบียนเลขสวย จนมีฐานะร่ำรวย มีรถยนต์หรูหลายคัน โดยหลบหนีมาพักที่ชั้น 3 ห้อง 310 คอนโดฯ ดังกล่าว ซึ่งพักด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พี่เลี้ยงลูก และลูกอีก 1 คน แต่ขณะแสดงตัวเข้าจับกุม คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองอยู่ในห้อง พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติมารับตัวลูกออกไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดล้อมคอนโดฯ ไว้ และให้ผู้ที่พักอาศัยออกมาจนหมด

กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน แต่ช่วงบ่าย 2 ของวันนี้ มีเสียงปืนดังออกมาจากห้องพักของคนร้าย 4 นัด และ 1 นัด กระสุนทะลุกระจกออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพากันหลบ และยังคงตรึงกำลังไว้ โดยใช้ทั้งโดรน และเครื่องตรวจความร้อน ดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง จนถึงขณะนี้ยังคงปิดล้อมพื้นที่ไว้ โดยผู้ต้องหา แฟนสาว และพี่เลี้ยงลูก อยู่ในห้องชุดที่ชั้น 3 เกรงว่าจะคิดสั้น ซึ่งขณะนี้กำลังรอดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง. – สำนักข่าวไทย

เตรียมกำลังตำรวจ 400 นาย ดูแลม็อบชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 400 นาย ดูแลม็อบนัดชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมแนะนำเลี่ยงการใช้ถนนที่มีม็อบชุมนุม รวมถึงขั้นตอนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ

นักวิชาการชี้เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าไม่กระทบวัดเอี่ยมวรนุช

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช สร้างสถานีรถไฟฟ้าบางขุนพรหม ต้องยึดตาม EIA ที่ระบุชัดเจนไม่มีการเวนคืน ด้าน รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจกับวัด