ชลบุรี 11 มี.ค. – รองนายก อบต.แสมสาร ลงตรวจรีสอร์ตหรูบนหน้าผาเขาแสมสาร หลังส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ระงับการดำเนินกิจการ พบติดป้าย “ปิดปรับปรุง”

ภาพที่เห็นคือทิวทัศน์หน้าผายอดเขาหลวงพ่อดำ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ตั้งโครงการก่อสร้างรีสอร์ตจำนวน 6 หลัง ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายในช่องแสมสารได้โดยรอบ แต่ละหลังมีสระน้ำ โดยมีการประชาสัมพันธ์คิดราคาค่าเช่าห้องละ 15,000-18,000 บาท กระทั่งผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบเข้าตรวจสอบพบไม่มีเอกสารการครอบครองและการก่อสร้าง จึงสั่งหยุดดำเนินกิจการทันที เพื่อตรวจสอบ พร้อมให้นายทหารรัฐธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ เข้าแจ้งความกับ สภ.สัตหีบ ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ
วันนี้ (11 มี.ค.) อบต.แสมสาร ได้มีหนังสือไปยังรีสอร์ตหรู มีพนักงานของรีสอร์ตเป็นคนรับคำสั่ง โดยในคำสั่งส่งถึงนางสาวมณี ผู้ขออนุญาตเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัยและการเกษตร ระบุเรื่องขอความร่วมมือระงับการพัฒนาหรือดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ และระงับการดำเนินกิจการรีสอร์ต อ้างถึงหนังสือกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่านางสาวรมณีได้ชื่อเพื่อประกอบการเป็นรีสอร์ต ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต และทางราชการยังไม่อนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างจากกองทัพเรือ จึงมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการกิจการตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 โดยทาง อบต.แสมสาร จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา นายอัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย รองนายก อบต.แสมสาร ปฏิบัติราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร ผู้ลงนามในเอกสาร ได้เดินทางมาที่รีสอร์ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบ พบว่าประตูด้านหน้ารีสอร์ตปิด บรรยากาศภายในรีสอร์ตเงียบเหงา ปิดให้บริการตามประกาศของเจ้าหน้าที่ มีเพียงพนักงานที่กำลังนำกระดาษมาติดที่หน้าออฟฟิศว่า “ปิดปรับปรุง”
แหล่งข่าวจากกองทัพเรือรายงานว่า สำหรับที่ดินที่มีการสร้างรีสอร์ตนั้น เป็นที่ดินของอดีตนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ซึ่งซื้อขายสิทธิในการครอบครองจำนวน 7 ไร่ ราคา 11 ล้านบาท จากนั้นมีการพัฒนาทำรีสอร์ต โดยสั่งบ้านแบบตู้คอนเทนเนอร์จากจีน ราคาตู้ละ 2-3 ล้านบาท เป็นตู้ยกมาตั้งในพื้นที่ วางฐานและตกแต่ง สร้างสระน้ำได้ในทันที แต่ไม่มีการตรวจสอบหรือระงับจากทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ ส่วนพื้นที่ดังกล่าวมีการตรวจสอบ โดยมีกระแสข่าวว่ามีนอมินีคนจีนเป็นนายทุนในการเช่าสิทธิที่ดินดังกล่าว ซึ่งกองทัพเรือได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่
ขณะที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าที่ผ่านมาได้มีการจัดระเบียบจากทาง คสช. ในเรื่องการครอบครองที่ดิน แต่กลับมีการเอื้อนายทุนที่มาลงทุนทำธุรกิจโดยไม่มีการตรวจสอบ และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว
สำหรับหลักเกณฑ์ในการจับจองที่ดินทรงสงวน ตามประกาศของกองทัพเรือ เรื่องหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตให้ราษฎรจับจองที่ดินในเขตทรงสงวน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามราชกิจจานุเบกษาเล่ม 131 ตอน 2 ง หน้า 28 ลงวันที่ 7 มกราคม 2557 ระบุว่า ราษฎรที่ขออนุญาตจับจองจะต้องเป็นคนไทย หรือถ้าเป็นนิติบุคคลต้องเป็นคนไทยถือหุ้นใหญ่ ที่ดินที่ยื่นขออนุญาตต้องไม่เป็นที่ราชพัสดุ ที่หวงห้าม ที่สาธารณประโยชน์ ไม่เป็นที่ภูเขา พื้นที่ราดชันเกิน ร้อยละ 35 .-สำนักข่าวไทย