4 มี.ค. – โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย ที่ จ.นราธิวาส เบื้องต้นประสานหน่วยต้นสังกัดดูแลเรื่องสิทธิกำลังพลและสวัสดิการอย่างเต็มที่
จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์และอาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4906 บ้านไอร์กาแซ หมู่ 6 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลา 08.10 น. เหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายหลบหนีไปโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2566 เวลา 15.05 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถยนต์ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ดังนี้ 1.พ.ต.ลิขิต วิทยประภารัตน์ เสียชีวิต 2.จ.ส.อ.อิสระ เลิกนอก เสียชีวิต และ 3.ส.อ.ศักย์ศรณ์ สายน้ำ ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ล่าสุด พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีการประสานกับหน่วยต้นสังกัด เพื่อดูแลเรื่องสิทธิกำลังพลและสวัสดิการ เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับสวัสดิการที่ครบถ้วนภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด รวมทั้งสั่งการให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ รวมทั้งเส้นทางภายหลังเกิดเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ทุกหน่วยที่เข้าปฏิบัติต่อไป
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่นำไปสู่การสร้างความสูญเสียให้กับพี่น้องประชาชน ระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่คำนึงถึงหลักการอันดีงามของศาสนาและหลักมนุษยธรรม
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 เวลา 23.40 น. ที่ด่านตรวจเตราะปลิง บ้านเตราะปลิง หมู่ 4 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กองร้อยทหารพรานที่ 4401 ขณะสิบโทธนกฤต คังคะสุวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการด่านตรวจ พร้อมด้วยกำลังพล ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะบรรทุกรั้วต้องสงสัย คนขับมีอาการพิรุธ จึงตรวจค้นโดยละเอียด
จากการตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาไอซ์ จำนวน 78 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 939 กิโลกรัม วางอยู่ท้ายกระบะ มีผ้าใบปิดอยู่ หน่วยจึงควบคุมตัวคนขับ ชื่อนายซุลกิฟลี พร้อมของกลางนำส่งสถานีตำรวจภูธรสายบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มยิงขบวนรถยนต์ในครั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ และจากวัตถุระเบิด ตรวจสอบ DNA อย่างละเอียด เพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นพบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ก่อเหตุในพื้นที่บ่อยครั้ง เพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่ม.-สำนักข่าวไทย