ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะแนวชายหาด จ.พังงา

พังงา 20 ก.พ. – จังหวัดพังงา เป็นอีกพื้นที่ที่มีปัญหาการกัดเซาะตามแนวชายฝั่งรุนแรงขึ้นทุกปี ถึงขั้นบางจุดที่เคยเป็นแผ่นดินมีเอกสารสิทธิ์กลายเป็นโฉนดทะเล ทำให้ผู้ครอบครองเอกสารสิทธิ์ส่วนมากแก้ปัญหาด้วยการทำเขื่อนกันคลื่นแต่ยิ่งสร้างกลับยิ่งทำให้ชายฝั่งพังเสียหายมากขึ้น


ฟาร์มเลี้ยงกุ้งของบริษัทเอกชนรายหนึ่งในพื้นที่บ้านทับตะวัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีลักษณะคล้ายกับการปลูกสร้างบ่อกุ้งอยู่ในทะเลจนทำให้ผู้ที่ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวเกิดความสงสัยและพากันตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่าเหตุใดถึงสามารถก่อสร้างได้ แต่เมื่อทีมข่าวตรวจสอบกับสำนักงานเจ้าท่าพังงาพบว่า บ่อกุ้งดังกล่าวก่อสร้างในที่ดินที่เจ้าของถือครองกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการขออนุญาตตั้งแต่ปี 2555 แต่ผลกระทบจากการกัดเซาะของคลื่นทำให้แผ่นดินบริเวณนี้ถูกกัดเซาะจนมีสภาพอย่างที่เห็น เช่นเดียวกันกับพื้นที่อื่นๆ อีกหลายจุดของพังงา ที่ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ระบุว่ามีปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะจนรุนแรงจนทำให้กลายเป็นที่ดินตกทะเลมากขึ้น ซึ่งหากผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ไม่มีการแจ้งกันสิทธิ์ภายในเวลา 1 ปี ทางกฎหมายจะถือว่าที่ดินดังกล่าวตกเป็นที่ดินสาธารณะในทันที

การก่อสร้างกำแพง และกองหิน กันคลื่นที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างแข็งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ง่ายขึ้น เป็นระยะตลอดแนวชายหาดของพังงา โดยเฉพาะในย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่มีโรงแรมและร้านอาหาร อาทิ หาดคึกคัก หาดเขาหลัก และกาดทับตะวัน สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกทำเขื่อนโครงสร้างแข็งแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะมากกว่าการเลือกใช้แนวทางแก้ปัญหาแบบสีเขียวคือการปลูกต้นไม้ การปัก และการถมทรายอาจเป็นเพราะสามารถทำได้ง่ายกว่า ที่สำคัญปัจจุบันสามารถทำได้โดยไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ


การก่อสร้างเขื่อนโครงสร้างแข็งทั้งในรูปแบบกำแพงและกองหินกันคลื่น จัดเป็นแนวทางสีเทา หรือแนวทางสุดท้ายในจำนวนทั้งหมด 3 แนวทางที่รัฐใช้แก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะเนื่องจากข้อมูลทางวิชาการชี้ชัดว่า กำแพงกันคลื่นเลวร้ายที่สุดในบรรดาเครื่องมือป้องกันชายฝั่ง ทำให้ก่อนปี 2556 กำแพงและกองหินกันคลื่นอยู่ในรายการที่ต้องทำ EIA แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมากลับได้รับการยกเว้น .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้