กทม. 25 มิ.ย.- นักวิชาการรัฐศาสตร์ แนะ ปลดล็อก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เปิดทางเลือกตั้งผู้ว่าฯทั้งประเทศ ขณะประธาน นปช.ย้ำ ผู้ว่าฯจากส่วนกลางไม่ผูกพันประชาชนพร้อมเสนอยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ด้านอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ชี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯเพื่อทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ทำแล้วเป็นบุญคุณ
เครือข่ายใต้มูฟออน ร่วมกับเครือข่ายประชาธิปไตยรามคำแหง จัดเสวนาหัวข้อ “ถอดรหัสผู้ว่าฯ กทม. สู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ” ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาสี่แยกคอกวัว โดยมีนายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ,นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคก้าวไกล ,นายจตุพร พรมพันธุ์ประธาน นปช. และนายสันติสุข กาญจนประกร ผู้ก่อตั้ง We’re All Voters ร่วมเสวนา
โดยนายประภาส กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมศูนย์อำนาจเข้าไปสู่ส่วนกลาง และหลังรัฐประหารปี 2557 ได้เกิดระบอบใหม่คือ รัฐราชการรวมศูนย์ ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เกิดการมีส่วนร่วม เพราะท้องถิ่นยังถูกจำกัดเรื่องงบประมาณ ดังนั้น จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชาวบ้านออกมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล แต่หากต้องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องต่อสู้กับรัฐราชการและความมั่นคงให้ได้ พร้อมถ่ายโอนอำนาจต่างๆเหล่านี้ไปสู่ชุมชนให้ได้
ด้านนายยุทธพร กล่าวว่า การเลือกตั้งคือความหวังของประชาชน เพราะเป็นโอกาสที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ที่ผ่านมา การเลือกตั้งถูกลดทอนความสำคัญไม่ว่าจะระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น แม้ว่า กระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯมีมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ก็มีการคัดค้านจนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยพูดถึงกันก็คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่กำหนดให้รัฐรวมศูนย์อำนาจ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยังอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นจึงต้องปลดล็อกในส่วนนี้ นอกจากนี้ การทุจริตในท้องถิ่นยังทำให้ภาพการกระจายอำนาจถูกมองในเชิงลบ จึงทำให้การกระจายอำนาจที่แท้จริงยังเกิดขึ้นไม่ได้
ขณะที่นายจตุพร เห็นว่า หากต้องการการเปลี่ยนแปลง จะต้องยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาคเหลือเพียงแค่ การปกครองส่วนกลางและการปกครองส่วนท้องถิ่น และให้ประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ เพราะผู้ว่าฯที่มาจากส่วนกลางจะไม่รู้สึกผูกพันกับประชาชน
ส่วนนายวิโรจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เป็นวาระให้คนมามองปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองและยังทำให้คนมาติดตามการทำงานของคนที่ตัวเองเลือกมาด้วย ดังนั้น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำให้คนมองภาพยุทธศาสตร์ของเมืองนั้นๆ และทำให้คนในเมืองใส่ใจในจังหวัดที่ตัวเองอาศัยอยู่ ขณะที่ปัจจุบันส่วนกลางไม่ไว้ใจประชาชนจนส่งคนมีอิทธิพลเข้ามาควบคุมแล้วเกิดระบบเจ้านาย เกิดเป็นบุญคุณ แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ จะทำให้การทำงานเป็นหน้าที่และคำมั่นที่ต้องทำให้กับประชาชน ไม่ใช่บุญคุณ.-สำนักข่าวไทย