fbpx

กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา ย้ำ กสทช. ทบทวนระเบียบรวมทรู-ดีแทค

กทม. 8 พ.ค. – กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา ย้ำ กสทช. ทบทวนกฎระเบียบการควบรวมธุรกิจทรู-ดีแทค ต้องยึดประโยชน์ประชาชนตามหลักสากลและกฎหมาย แข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ


นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ยื่นร้องเรียนต่อ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภา ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กรณีการควบรวมกิจการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) กับบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) เพื่อขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายทุกฉบับอย่างเคร่งครัด โดยไม่ให้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ครั้งที่ 5/2565 วันที่ 15 ก.พ.65 ได้มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ 

ล่าสุด พล.อ.อนันตพร มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม เป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ โดยเชิญเลขาธิการกสทช. และเลขาธิการ กขค. มาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการควบรวมกิจการของ 2 บริษัทดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 เม.ย.65 ได้ผลสรุปการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมกับประเด็นข้อสังเกตและความเห็นของคณะกรรมาธิการฯ คือ อำนาจหน้าที่ของ กสทช. ต่อการกำกับดูแลการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เดิมประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจไว้เป็นลักษณะของการต้องขออนุญาตก่อนการรวมกิจการ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย หลักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เหมาะสมกับสภาพตลาดและอำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเพื่อให้เกิดประโยชน์การแข่งขันและเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ กสทช. จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ หลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยการออกประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งเปลี่ยนมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจเป็นลักษณะของการแจ้ง รายละเอียดการรวมธุรกิจและผลกระทบของการรวมธุรกิจต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อทราบ แล้ว กสทช. อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือนำมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้ ซึ่งการดำเนินงานของ กสทช. เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน คือ แต่งตั้งคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบการรวมธุรกิจ กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง 2 บริษัท และศึกษาผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ รวมถึงนำเสนอแนวทางการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะที่เหมาะสมต่อไป


ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง 2 บริษัท เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของ กสทช. และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ รวมถึง แนวทางการกำกับดูแลและการกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะที่เหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการศึกษา เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการ กสทช. พิจารณาและอาจนำไปกำหนดเป็นเงื่อนไขของการรวมธุรกิจต่อไป หากไม่มีการปฏิบัติตาม จะเป็นไปตามกฎหมายในการบังคับทางปกครอง ซึ่งท้ายสุดจะเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัทที่เกี่ยวข้องได้

ส่วนข้อชี้แจงของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องด้วยบริษัททั้ง 2 มีธุรกิจหลักอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะที่กำกับดูแลในเรื่องการแข่งขันทางการค้า ทำให้ กขค. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลกรณีดังกล่าว อันเป็นไปตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 มาตรา 4 (4) และถึงแม้ทั้ง 2 บริษัทจะมีธุรกิจอื่นๆ ที่ประกอบอยู่ด้วย แต่ก็เป็นเพียงธุรกิจย่อยที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักซึ่งการควบรวมไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันในกิจการเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กขค. ได้ส่งตัวแทนไปเป็นอนุกรรมการฯ ที่ กสทช. ศึกษารายละเอียดและผลกระทบของการรวมธุรกิจ และพิจารณาเงื่อนไขของการรวมธุรกิจ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ กสทช. พิจารณาต่อไป


ด้านประเด็นข้อสังเกตและความเห็นของคณะกรรมาธิการฯ คือ ได้เสนอแนะให้ กสทช. ทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการรวมธุรกิจ ให้เป็นไปตามหลักการสากลและหลักกฎหมายแข่งขันทางการค้า และเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประโยชน์สาธารณะ อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตามหลักกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและหลักเศรษฐศาสตร์ การยอมให้เกิดผู้ที่ผูกขาด หรือ ผู้มีอำนาจเหนือตลาด แล้วค่อยออกมาตรการกำกับดูแล จะทำได้ยาก สิ้นเปลืองทรัพยากร ไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผล และทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอันมีจำกัด อาทิ คลื่นความถี่อย่างไม่คุ้มค่า ดังนั้น ตามหลักการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมสากลและหลักกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย รัฐควรมีอำนาจในการหยุดยั้งการรวมธุรกิจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ที่ผูกขาด หรืออำนาจเหนือตลาดตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้กำชับให้ กสทช. ศึกษาผลกระทบของการรวมธุรกิจ โดยเฉพาะผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคและการแข่งขันของตลาดในอนาคตอย่างละเอียดรอบคอบ และ กสทช. ต้องกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขของการรวมธุรกิจที่เข้มงวดและเหมาะสม

นายวัชระ กล่าวย้ำว่า หาก กสทช. ฝ่าฝืนอนุมัติให้มีการควบรวมทรู-ดีแทค ตนจะหารือ ดร.เกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางให้เป็นคดีตัวอย่างต่อไป .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตราดพบผู้ป่วยไข้มาลาเรีย “โนวไซ” แพร่จากลิง 10 ราย

จ.ตราด พบผู้ป่วยติดไข้มาลาเรีย “โนวไซ” ซึ่งแพร่จากลิงสู่คน 10 ราย เตือนประชาชนอย่าให้ยุงก้นปล่องกัด และเลี่ยงใกล้ชิดลิง

ระทึก! ไฟไหม้รถเมล์ 30 ชีวิตหนีตายวุ่น

เกิดเหตุไฟไหม้รถเมล์ หน้าห้างใหญ่กลางเมืองนนทบุรี เมื่อคืนนี้ ผู้โดยสารกว่า 30 คน หนีตายวุ่น เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงได้

“บุญสิงห์”นำกก.บห.เศรษฐกิจไทย ลาออกยุติขัดแย้ง

“บุญสิงห์” นำกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย รวม 15 คน ยื่นลาออกต่อ กกต. ยุติขัดแย้งในพรรค พร้อมประชุมปรับโครงสร้างใหม่ภายใน 45 วัน

นายกฯ ฝาก “ชัชชาติ” แก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายกฯ ฝากผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ย้ำยึดหลักกฎหมาย ชี้ยิ่งล่าช้า ประชาชนจะเดือดร้อน

ข่าวแนะนำ

ตร.จับ “ต๊ะ บอยสเก๊าท์” คดีหวยทิพย์

ตำรวจจับกุม “ต๊ะ บอยสเก๊าท์” นักร้องชื่อดังยุค 90 กับพวก ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันสลากกินรวบ พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่ง “แตงโม” คืนสู่อ้อมกอดพระเจ้า

คนบันเทิงและผู้ใหญ่ที่แตงโมรักและเคารพ ร่วมส่งนางเอกผู้ล่วงลับครั้งสุดท้าย ในพิธีฌาปนกิจ “แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์”

เตรียมปรับคำแนะนำสวมหน้ากากอนามัย กลาง มิ.ย.นี้

ปลัด สธ. เผยสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นต่อเนื่อง คาดเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นตามกำหนด ให้หน่วยงานสาธารณสุขนำร่องกิจกรรมในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดอย่างปลอดภัย เตรียมปรับคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเหลือ 3 กรณี กลางเดือน มิ.ย.นี้

เริ่มแล้วพิธีฌาปนกิจ “แตงโม”-เพื่อนดาราร่วมงาน

เพื่อนดาราร่วมพิธีฌาปนกิจ “แตงโม ภัทรธิดา” ที่คริสตจักรเมเธอดิสท์ คลองสี่ ปทุมธานี โดยพิธีเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา