มาเลเซีย 25 พ.ค.-เปิดภารกิจ นายกฯ และคณะ เดินทางถึงมาเลเซียร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 เป้าหมายส่งเสริมอาเซียนที่มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืนในทุกมิติให้กับประชากรร่วมกันกว่า670ล้านคนในภูมิภาค
วันนี้ (วันอาทิตย์ 25 พฤษภาคม 2568) เวลา 21.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ประกอบด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอุเมสนัส ปานเดย์ ผู้แทนการค้าไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดย ดร. ซาลีฮา มุสตาฟา (H.E. Dr. Zaliha Mustafa) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมด้วย ดาโต๊ะ โรไซโน บิน รัมลี (Dato’ Rozainor bin Ramli) อธิบดีฝ่ายพิธีการ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้การต้อนรับ
สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันแรกจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่26 พฤษภาคม 2568) ช่วงเช้า โดยนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 (Plenary) และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) จากนั้นจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ
สำหรับช่วยบ่าย จะเป็นการพบหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับคณะผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ผู้แทนเยาวชนอาเซียน (ASEAN Youth) และผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC)
จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future) และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และภริยา เป็นเจ้าภาพ นายจิรายุ กล่าว
การประชุมอาเซียนครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืน” (Inclusivity and Sustainability) โดยนายกรัฐมนตรีและผู้นำอาเซียน จะร่วมกันรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045 ซึ่งจะใช้ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในอีก 20 ปีข้างหน้า รวมถึงหาแนวทางร่วมกันของอาเซียนต่อความท้าทายทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค อาทิ สถานการณ์ในเมียนมา ทะเลจีนใต้ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการรับมือกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์ โดยประเด็นที่ไทยจะผลักดัน คือ การรวมตัวในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ การริเริ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาเซียน และแนวคิดความร่วมมือด้าน Digital Trade Logistics เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งอัจฉริยะระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ เสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด และ online scams เพื่อแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยและอาเซียน ซึ่งสมาชิกอาเซียนประกอบไปด้วยประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน“ นาย จิรายุ กล่าว.-319.-สำนักข่าวไทย