กทม. 21 ต.ค.-“อนุทิน” เป็นประธานพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีมหาดไทย เป็นประธานพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งให้หน่วยงานดำเนินการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในสถานที่อันเหมาะสม
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ในวันนี้ มีข้าราชการผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาวชิรมงกุฎ และชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกลาง จำนวน 45 ราย เข้ารับพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสำหรับผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น จำนวน 1,601 ราย กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้จังหวัดจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ ในปี 2567 กระทรวงมหาดไทย มีข้าราชการที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย รวมทั้งสิ้น 1,646 ราย ประกอบด้วย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (สาย 3) 24 ราย ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (สาย 2) 385 ราย และชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (สาย 1) 1,238 ราย
โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้ทำความดีความชอบให้กับบ้านเมืองอันเป็นประโยชน์แก่ราชการ ข้าราชการทุกคนจึงต้องมุ่งมั่นในการสนองพระเดชพระคุณพระมหากรุณาธิคุณด้วยความมุมานะสร้างคุณประโยชน์และความสุขให้กับประชาชนคนไทย ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนความว่า “หน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่ายนั้น อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือการปฏิบัติงานตามภาระรับผิดชอบของตน ให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งหนึ่งคือการร่วมกับชาวไทยทุกคน ในอันที่จะจรรโลงรักษาความดีงามในชาติบ้านเมือง จึงขอให้ข้าราชการทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจขวนขวายปฏิบัติหน้าที่ทั้งนั้นให้ครบถ้วนสมบูรณ์”.-317.-สำนักข่าวไทย