นายกฯ กัมพูชา มีกำหนดเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล

6 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น


สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และภริยา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรก

ภารกิจสำคัญในครั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ จะได้หารือทวิภาคี พร้อมกับเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวร่วมกัน จากนั้นนายกรัฐมนตรีของไทย จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันแก่นายกรัฐมนตรีและภริยาราชอาณาจักรกัมพูชา ก่อนที่จะเดินทางไปหารือกับประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา รวมทั้งเป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาภาคธุรกิจไทยและกัมพูชาด้วย


ปัจจุบันไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ อยู่ในระดับดีมาก ผู้นำมีความใกล้ชิดกัน แลกเปลี่ยนการเยือนกันในทุกระดับ เช่น ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง ไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ที่ได้ขับเคลื่อนผ่านกลไกการประชุมระดับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทยและกัมพูชา คณะกรรมการชายแดนทั่วไปซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศเป็นประธานร่วมกัน ในเขตพื้นที่ตามแนวชายแดน ทั้ง 2 ฝ่าย ใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ขับเคลื่อนและดูแลร่วมกัน

ด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ตลอดปีที่ผ่านมาไทยและกัมพูชามีมูลค่าการค้าทวิภาคีร่วมกันรวมกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการส่งออกของไทยไปยังกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกันจะใช้โอกาสนี้ขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน เพิ่มปริมาณการค้า-การลงทุน ส่งเสริมความเชื่อมโยง ด้านคมนาคมขนส่ง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน


อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกัน เช่น สะพานข้ามพรมแดน รวมถึงการเจรจาความตกลงทวิภาคี ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งทางบก เพื่อขยายจำนวนใบอนุญาตเดินรถข้ามแดนจาก 150 คัน เป็น 500 คัน และเปิดช่องทางให้สามารถขนส่งข้ามแดนผ่านจุดผ่านแดนถาวรทั้ง 7 แห่งได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่