คาดหลังจากพรุ่งนี้ ไม่เกิน 15 วัน นัดวินิจฉัย

สำนักข่าวไทย 7 ก.ย.-อดีตตุลาการศาล รธน.ชี้ 8 ก.ย. วันสุกดิบ ที่ศาล รธน.นัดหารือว่าหลักฐานเพียงพอหรือไม่ คาดนัดวินิจฉัยหลังจากพรุ่งนี้ไม่เกิน 15 วัน ย้ำเป็นปัญหาข้อกฎหมาย รับฟังความเห็นต่างการเมืองพิจารณาได้ แต่นำมาตัดสินไม่ได้


นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวไทย” กรณีนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิเศษ พรุ่งนี้ (8 ก.ย.) เพื่อกำหนดแนวทางพิจารณากรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า พรุ่งนี้ถือเป็น “วันสุกดิบ” หมายความตามสำนวนไทยว่ายังไม่ใช่วันตัดสินจริง แต่เป็นวันเตรียมความพร้อมสำหรับวันจริงที่จะมาถึงเร็ว ๆ นี้

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่าได้ข้อมูลครบแล้ว ก็ต้องนัดประชุมตุลาการเพื่อปรึกษาหารือว่าหลักฐานเพียงพอหรือไม่ หากส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าพอแล้วก็จะสั่งให้งดการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม แล้วจะนัดตัดสินเลย ส่วนจะนัดตัดสินวันไหนขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องยากหรือเรื่องง่าย ซึ่งในกรณีที่เป็นเรื่องทั่วไปจะให้เวลาตุลาการแต่ละท่านใคร่ครวญ เตรียมจัดทำความเห็นของแต่ละคนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดีที่สุด เพราะจะเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์เผยแพร่ต่อสาธารณชน ส่วนใหญ่จะให้เวลาประมาณ 15 วัน


“คดีนี้มีแต่ปัญหาข้อกฎหมาย ไม่มีปัญหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายก็มีประเด็นเดียวว่าจะเริ่มต้นนับ 8 ปีตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ แล้วท่านจะใช้เวลามากมายกันไปทำไม เราก็คาดว่าท่านน่าจะใช้เวลาสัก 7 วัน ไม่เกิน 15 วัน นี่เป็นความคาดหวังของคนที่มองจากภายนอก จากเหตุการณ์ที่เห็นว่าเดินมาตามขั้นตอนต่าง ๆ จากที่เผยแพร่กันออกไปทางสื่อ ก่อนหน้านี้และมาถึงรอบ semi Final เพื่อจะต่อไปถึงวันนัดตัดสิน ถือว่าจบแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องไปคุยตอบกับประชาชน ประชาชนก็รู้ นักกฎหมายส่วนใหญ่ก็รู้” นายจรัญ กล่าว

ส่วนกรณีที่คำชี้แจงของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยแพร่ออกมานั้น อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตามหลักการวินิจฉัยคดีของตุลาการ ไม่ว่าศาลไหน หลักการที่จะต้องใช้เป็นอันดับแรกในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย คือ บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยต้องหาหลักพื้นฐานหรือตัวชี้วัดตัวที่ 2 เข้ามาประกอบด้วย ได้แก่ การค้นหาเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่ต้องไม่ใช่ความคิดเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ใช่เจตนาหรือความต้องการของคนที่บัญญัติกฎหมายขึ้น แต่ความคิดเห็นและความต้องการของคนที่บัญญัติกฎหมายสามารถนำมาเป็นข้อมูลที่ 3 ประกอบได้ แต่น้ำหนักไม่ได้ดีไปกว่าข้อกฎหมายและเจตนารมณ์  ซึ่งในที่นี้ต้องหมายถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้งคณะ

“ส่วนข้อมูลอันดับ 4 ความคิดเห็นและข้อมูลของประธานหรือกรรมการ คณะผู้จัดทำกฎหมายนั้น ซึ่งสิ่งที่ฮือฮาในโลกโซเชียลคือความเห็นของนายมีชัยคนเดียว ไม่ใช่มติของ กรธ.ทั้งคณะ จึงถือว่าเอามาใช้ได้ แต่เป็นลำดับที่ 4 ส่วนความเห็นของบุคคลที่ไม่ได้ร่วมจัดทำกฎหมาย แต่เป็นเอกสารที่ฝ่ายนิติบัญญัติจัดทำเก็บไว้ในกระบวนการถกแถลง อภิปรายโต้แย้งในคณะผู้จัดทำกฎหมาย หรือถ้าเทียบก็เป็นบันทึกการประชุมครั้งสุดท้ายของ กรธ. ซึ่งได้ข้อมูลใหม่มาว่ายังไม่มีการรับรองบันทึกการประชุมนั้น ซึ่งตรงนี้แทบจะหมดน้ำหนักไปเลย” นายจรัญ กล่าว


ส่วนกรณีความเห็นของนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญในกฎหมายแขนงนั้น ที่ไม่เกี่ยวข้องในการจัดทำรัฐธรรมนูญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้อาจจะมีน้ำหนักสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายเรื่องนั้นได้บ้าง แต่สิ่งสำคัญการวิเคราะห์ผลของกฎหมายนั้นต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน สอดคล้องกับประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 3 วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ไม่ขอวิจารณ์ว่าความเห็นของนักกฎหมาย 50 ความเห็น ที่ฝ่ายค้านยื่นไปประกอบการวินิจฉัย แต่ส่วนตัวพูดได้ว่า ความเห็นของตนอยู่ในลำดับที่ 6 ได้ก็บุญแล้ว

“หัวใจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่อยู่ที่ความถูกต้อง เป็นธรรม ปริมาณอาจจะพาไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมก็ได้ เพราะถ้าเรื่องนี้ตัดสินด้วยปริมาณ ไม่ต้องส่งมาศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐสภาลงมติโหวตกันเสียงข้างมากเอาไป ไม่ต้องไปตระเวนหาที่ไหนด้วย หรือถ้าไม่เอาแนวรัฐสภา ก็ประชุมนักกฎหมายทั่วประเทศ แล้วก็ลงคะแนนเสียงกัน อันนั้นตัดสินด้วยปริมาณ แต่มันจะถูกต้องหรือไม่ ไม่มีใครรับประกันได้ ปัญหากฎหมายยาก ๆ จึงใช้ปริมาณไม่ได้ ต้องใช้ความสุขุมลุ่มลึก และองค์กรที่เป็นอิสระท่ามกลางความขัดแย้งกดดันของฝ่ายต่าง ๆ ในสังคมมีจิตใจที่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่อยู่ในอานัสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ขัดแย้งในสังคม และต้องมีภาพลักษณ์ให้สังคมเชื่อด้วย”  นายจรัญ กล่าว

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ประเด็นการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นปัญหากฎหมาย ไม่ใช่ปัญหาการเมือง ไม่ใช่ปัญหาพฤติกรรม เป็นปัญหากฎหมายแท้ ๆเพราะฉะนั้นควรจะต้องหาข้อยุติให้ถูกต้องตามหลักนิติธรรม นิติศาสตร์ และยุติธรรมศาสตร์ ไม่ใช่ใช้ความคิดเห็นต่างการเมือง เพราะไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง

“แต่จะบอกว่าไม่เกี่ยวเลยก็ไม่ได้ เพราะผลของมันจะนำไปสู่การได้เปรียบ เสียเปรียบทางการเมือง เพราะฉะนั้นจะตัดฝ่ายการเมืองว่าจะขับเคลื่อนไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ ก็ต้องให้โอกาสฝ่ายการเมืองได้แสดงเหตุผล ข้อโต้แย้งชี้แจงกันและกัน แต่เราก็ต้องตั้งสติให้ดีว่าการขับเคลื่อนการเมืองเป็นเรื่องการเมือง จะเอามาใช้เป็นข้อยุติชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายไม่ได้ เพราะมันคนละเรื่อง แต่ควรต้องฟัง ไม่ใช่ไม่ยอมให้เขาพูดเลย อันนี้ก็ไม่ถูกในสังคมประชาธิปไตย” นายจรัญ กล่าว.-สำนักข่าวไทย  

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้น นายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ล่าสุด เช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาส รัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศ ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจคำวินิจฉัยจนจนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย

เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน-ตะวันออก

กทม. 30 ส.ค.-กรมอุตุฯ รายงานไทยฝนเพิ่มขึ้น เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน และตะวันออก โดยเฉพาะ จ.บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – […]

“อนุทิน” ยันเสียงพอตั้งรัฐบาล ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62

พรรคภูมิใจไทย 29 ส.ค. – “อนุทิน” ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62 มั่นใจเสียงเพียงพอตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ ขอทำงานเพื่อประเทศ 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย รับเงื่อนไขพรรคประชาชน ขณะที่ “เพื่อไทย” โผล่ พร้อมหนุน 10 เสียง ส่วน ”กลุ่มสุชาติ“ หนุน 16 เสียง ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมในการที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป เพื่อให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข และคลี่คลายโดยเร็ว ทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทยที่รักของเราได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]