เร่งติดตั้งตาข่ายพรางแสงช่วยชีวิตปะการัง

ภูเก็ต 18 พ.ค. – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตั้งตาข่ายพรางแสง (Shading) บริเวณแนวปะการังด้านทิศตะวันออกของเกาะไม้ท่อน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยชีวิตปะการังจากปรากฏการณ์ “ปะการังฟอกขาว” เหตุอุณหภูมิน้ำทะเลสูงต่อเนื่อง


นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า กำลังเร่งลดระดับความรุนแรงของปรากฏการณ์ “ปะการังฟอกขาว” โดยให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบนร่วมกับเจ้าหน้าที่จากโรงแรมเกาะไม้ท่อนติดตั้งตาข่ายพรางแสง (Shading) บริเวณแนวปะการังด้านทิศตะวันออกของเกาะไม้ท่อน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สาเหตุจากที่แนวปะการังทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเกิดการฟอกขาว โดยระดับความรุนแรงอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้คาดการณ์ว่า สถานการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งเริ่มพบตั้งแต่เดือนเมษายนจะเกิดต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นผลกระทบจากอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยจากภาวะเอลนีโญ โดยสูงกว่า 30 องศาเซลเซียสต่อเนื่องทำให้ปะการังขับสาหร่ายซูแซนเทลลีออกมา ซูแซนเทลลีคือ สาหร่ายเซลล์เดียวที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญและทำให้ปะการังมีสีสัน ปะการังจึงอ่อนแอและกลายเป็นสีขาวโพลน หากอุณหภูมิสูงต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ปะการังจะตาย


ขณะนี้พบความรุนแรงในฝั่งอ่าวไทยมากกว่าฝั่งอันดามัน โดยพบมากกว่า 50% ของพื้นที่แนวปะการังฝั่งอ่าวไทยเช่น พื้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะคราม จังหวัดชุมพร ส่วนในฝั่งอันดามันพบการฟอกขาวไม่เกิน 20% ส่วนใหญ่เกิดในบริเวณที่มีความลึกไม่เกิน 2 เมตรเช่น เกาะรอก จังหวัดตรัง

ในการติดตั้งตาข่ายพรางแสงบริเวณแนวปะการังด้านทิศตะวันออกของเกาะไม้ท่อน จะมีการทดลองเปรียบเทียบระหว่างปะการัง 3 แปลงได้แก่ ปะการังที่มีลักษณะสีซีด ปะการังฟอกขาวและปะการังปกติเพื่อเปรียบเทียบกับปะการังชนิดเดียวกันในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ที่ไม่ได้กางตาข่ายพรางแสง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะพยายามช่วยชีวิตปะการังโดยดำเนินการตามหลักวิชาการ เช่น การลดปริมาณแสงโดยการใช้วัสดุปิดบังแสงในแนวปะการังน้ำตื้น และการย้ายปะการังบางชนิดลงไปในระดับน้ำที่ลึกมากขึ้น และที่มีอุณหภูมิน้ำต่ำกว่าปกติ เพื่อให้ปะการังได้พักฟื้นกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง อีกทั้งประสานให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพิจารณาปิดจุดดำน้ำบางแห่งที่พบปะการังฟอกขาวเป็นจำนวนมากเพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ปะการังเครียด


นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสำรวจพบพื้นที่ที่เกิดปะการังฟอกขาวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทย 6 แห่งและอันดามัน 6 แห่ง ปัจจุบันประกาศปิดเกาะปลิงในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ตแล้ว ที่เฝ้าระวังพิเศษยังมีเกาะจาน อุทยานแห่งชาติหาดวนกร เกาะคราม เกาะง่ามน้อย และเกาะง่ามใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรที่พบการฟอกขาว 60-80% จึงเตรียมปิดแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มเติมในอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 12 แห่ง

สำหรับอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทยที่พบปะการังฟอกขาว 6 แห่งได้แก่

– อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

– อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด

– อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

– อุทยานแห่งชาติหาดวนกร

– อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

– อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้

ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามันที่พบปะการังฟอกขาว 6 แห่งได้แก่

– อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

– อุทยานแห่งชาติสิรินาถ

– อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

– อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

– อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี

พื้นที่แนวปะการังในท้องทะเลไทยมี 149,182 ไร่ ชนิดพันธุ์ปะการังที่พบในไทย 273 ชนิดจาก 800 ชนิดที่พบทั่วโลก ชนิดพันธุ์เด่นที่พบได้ในไทย ได้แก่ ปะการังโขด เขากวาง ลายดอกไม้ และสมองร่องยาว

ขอความร่วมมือไปยังประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นการเกิดปะการังฟอกขาว สามารถแจ้งข่าวสารผ่านเว็บไซต์ https://thailandcoralbleaching.dmcr.go.th/th เพื่อทุกฝ่ายจะได้เตรียมพร้อมรับมือและลงพื้นที่ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างใกล้ชิด. 512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ปภ.ยันไม่มีความรู้สึกสั่นไหว ไม่ใช่ผลจากอาฟเตอร์ช็อก

ปภ.แถลงชี้แจงกรณีสถานการณ์อพยพออกจากอาคาร ยืนยันไม่มีความรู้สึกสั่นไหว ไม่ได้เป็นผลกระทบจากอาฟเตอร์ช็อก ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

นายกฯ ติดตามภารกิจช่วยเหลือคนติดซาก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ติดตามภารกิจช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ใต้ซากอาคาร พร้อมให้กำลังใจทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่

ตึกถล่มแผ่นดินไหว

72 ชั่วโมง ยังมีหวังพบผู้รอดชีวิตตึก สตง. ถล่ม

ใกล้ครบ 72 ชั่วโมงเหตุตึก สตง. ถล่ม แต่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังไม่ละความพยายาม และยังมีความหวังในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซาก

ตรวจอาคารแผ่นดินไหว

ตรวจอาคารใน กทม.แล้วกว่าหมื่นแห่ง พบสีแดง 2 แห่ง ยังห้ามเข้าใช้ จากเหตุแผ่นดินไหว

หน่วยงานร่วมแถลงสถานการณ์ภาคเศรษฐกิจและระบบทางการเงินจากเหตุแผ่นดินไหว เผยตรวจสอบอาคารแล้วกว่า 10,000 แห่ง เป็นสีเขียว พบ 2 แห่ง ยังมีสีแดงไม่ให้เข้าใช้อาคาร แจง 4 บริษัทประกันภัยตึก สตง.ถล่ม ทำประกันภัยต่อกับบริษัทประกันต่างประเทศ