โตเกียว 11 มิ.ย.-เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว
ประเทศญี่ปุ่นเตือนคนไทยที่จะไปเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นควรทำประกันสุขภาพ เพราะค่ารักษาพยาบาลที่ญี่ปุ่นแพงมาก
ระบุหากเจ็บป่วยขึ้นมาจะเสียค่าใช้จ่ายรักษาสูงมาก
นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว
ประเทศญี่ปุ่น ขอแจ้งเตือนไปยังนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น
ให้ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพให้มากขึ้น
เพราะค่ารักษาพยาบาลที่ญี่ปุ่นค่อนข้างแพง
และเมื่อคนไทยมาเที่ยวหากร่างกายไม่แข็งแรง อาจเจ็บป่วย จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการรักษาพยาบาลได้
ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมหรือป้องกันไว้ล่วงหน้า
เพราะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตามหากคนไทยหรือนักท่องเที่ยวไทยมีปัญหาสามารถประสานงานมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยในญี่ปุ่นได้อยู่แล้ว
เพราะพร้อมเข้าไปให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน
นายบรรสาน กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวไทย ที่มาท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจำนวนมากหลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นาน
2 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าในปี 2560 จะมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น
เกินกว่า 1 ล้านคนแน่นอน โดยอาจเท่าหรือใกล้เคียงกับจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
ที่เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองไทย ที่มีอยู่ประมาณ 1.4-1.5 ล้านคน
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวไทย ถือเป็นนักท่องเที่ยวอันดับที่ 4
ที่เข้ามาเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ จีน รองลงมาคือ เกาหลีใต้และสหรัฐ
โดยชาวญี่ปุ่นเองต่างชื่นชอบคนไทยและพร้อมให้การต้อนรับ เพราะไทยกับญี่ปุ่นต่างมีความสัมพันธ์กันมายาวนานมาก
ยืนยันว่าการดูแลนักท่องเที่ยวไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นในเวลานี้ไม่มีปัญหาใด ๆ
โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าเมือง ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เข้มงวดมากจนเกินไป
แต่หากนักท่องเที่ยวไทยหรือคนไทยที่ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายญี่ปุ่น ก็จะดำเนินการเพียงแค่ส่งตัวกลับประเทศไทยเท่านั้น
นายบรรสาร กล่าวด้วยว่า
ในโอกาสที่เอกชนจะเข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
มีสูงมาก เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นเห็นไทยเป็นศูนย์กลางของการทำธุรกิจ
เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีนักลงทุนญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยสูงกว่า
70,000 คน
ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก อย่างไรก็ดี
อีกประเด็นสำคัญที่จะชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น
ในการเลือกพื้นที่ขยายธุรกิจ คือ สถิติของการยื่นคำขอรับสิทธิพิเศษจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(บีโอไอ) ในปีที่ผ่านมา มีจำนวนมากถึง 28,000 คำขอ เป็นอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ
100 เมื่อเทียบกับภาพรวมในปี 2558
ขณะเดียวกัน ทางญี่ปุ่นจะมีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรี
คล้ายกับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี ร่วม
แต่จะหารือเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจ
โดยรัฐมนตรีฝ่ายญี่ปุ่นที่จะร่วมการหารือครั้งนี้ อาทิ นายฮิโระชิเกะ เสะโค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) และนายเคอิจิ
อิชิอิ รัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน
การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทางการค้า
และการลงทุนของไทย – ญี่ปุ่นที่มีมายาวนาน–สำนักข่าวไทย
