กรุงเทพฯ 20 ก.พ. – นักวิเคราะห์ชี้ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Banking) เป็นโอกาสของนักลงทุนเปิดธนาคารใหม่ในไทย และเป็นช่องทางใหม่ให้ลูกค้า แต่ต้องมีการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงที่ดี เชื่อจะไม่โตแบบก้าวกระโดด
นายบุญสม จารุศิริธรางกูร พาร์ทเนอร์ ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเงิน ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศร่างแนวทางการอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank Licensing Framework-BoT Consultative Paper) ในเดือน ม.ค.2566 ที่ผ่านมา ทำให้มีนักลงทุนจากหลากหลายอุตสาหกรรมสนใจเข้ามาลงทุนในการเปิดกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจำนวนมาก ทั้งจากภาคธุรกิจธนาคารพาณิชย์เดิม กลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนักลงทุนที่มีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจฟินเทค ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจาก ธปท. ไม่ได้เปิดให้มีการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่มาเป็นระยะเวลานาน และการเปิดให้มีการขออนุญาตในครั้งนี้ได้เปิดกว้างให้กับนักลงทุนในทุกกลุ่มที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือต้องเป็นนักลงทุนในประเทศเท่านั้น
นอกจากนี้ธนาคารที่มีในปัจจุบันของประเทศไทย ทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่รับเงินฝากจากประชาชนทั่วไปนั้น มีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศ โดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศเพียง 17 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจอีก 3 แห่ง ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาเปิดธนาคารเพิ่มเติม โดยมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีอยู่ของระบบธนาคาร หรืออาจแชร์ส่วนแบ่งทางตลาดจากกลุ่มลูกค้าเดิมในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจสำหรับธนาคารพาณิชย์ประเภทใหม่นี้ อาจไม่ง่ายนักที่จะประสบความสำเร็จในระยะสั้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่เปิดมานาน เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป มีช่องทางการบริการที่หลากหลาย ทั้งผ่านสาขา การบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ และผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งอยู่แล้ว ทำให้ผู้เข้ามาใหม่อาจไม่สามารถที่จะแข่งขันได้โดยง่ายเพียงการนำเสนอบริการในรูปแบบธนาคารปกติ หรือเจาะจงกับฐานลูกค้าเดิมของธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม
โอกาสที่จะเติบโตของธนาคารไร้สาขานั้น ธนาคารอาจต้องมุ่งไปสู่
1.กลุ่มลูกค้าที่เป็นฐานลูกค้าเก่าของนักลงทุนเอง กลุ่มลูกค้าเก่าของนักลงทุนจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีต้นทุนในการจัดหา (Acquisition cost) ที่ต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าอื่น
2.กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารในปัจจุบัน ได้แก่กลุ่มลูกค้า เช่น กลุ่มที่อยู่ห่างไกลจนไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการของธนาคาร (Unserved customers) กลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้ (Underserved customers) เช่น กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อผ่านระบบธนาคาร เนื่องจากไม่เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อมาก่อน เป็นต้น
3.พัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน โดยเน้นที่ความรวดเร็วของการให้บริการ และการใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาไม่น่าจะทำได้ง่ายนัก เนื่องจากเป็นกิจการประเภทใหม่ จึงทำให้มีความเสี่ยงที่สูงโดยความเสี่ยงเหล่านั้นจะมาจาก
1.การแข่งขันที่สูงขึ้นจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ที่ต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิมของตน
2.การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในช่วงแรกของการดำเนินงานจาก ธปท. ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารไร้สาขาจะไม่สามารถใช้วิธีการทุ่มตลาดเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดทำได้ยาก
3.การลงทุนเริ่มต้นที่สูงทั้งจากระบบงานสารสนเทศ และเงินกองทุนขั้นต่ำจำนวน 5,000 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย ทำให้ต้นทุนโดยรวมอาจไม่ต่ำมากเท่าที่ควร
4.การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า กลุ่มลูกค้าที่เป็นลูกค้าที่มีรายปานกลางถึงต่ำ อาจทำให้โอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น รวมถึงการไม่มีสาขาอาจทำให้ไม่สามารถรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของลูกค้านั้นได้เท่าที่ควร การควบคุมความเสี่ยงที่ดี โดยเฉพาะการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ NPL โดยรวมลดลงได้ในระดับหนึ่ง.-สำนักข่าวไทย