น้ำท่วม-ดินถล่มในกานซู่ ตาย-สูญหายหลายสิบคน

ปักกิ่ง 9 ส.ค. – มณฑลกานซู่ของจีน กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายสิบคน ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในเขตหยูจงของมณฑลกานซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 คน และมีผู้สูญหายอีก 33 คน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายเป็นการด่วน เพื่อลดความสูญเสีย และให้การช่วยเหลืออพยพผู้ประสบภัยราว 4,000 คน ที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ออกไปยังที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันทางการท้องถิ่นมณฑลกานซู่กำลังเร่งซ่อมแซมสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย มีรายงานเกิดดินถล่มปิดทับเส้นทางหลายจุดเป็นอุปสรรคสำหรับทีมกู้ภัยที่จะเข้าไปในพื้นที่ สื่อของทางการจีนรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันพฤหัสบดีจนถึงเที่ยงวันศุกร์ มีปริมาณฝนมากถึง 220 มิลลิเมตร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในเขตหยูจง และพื้นที่อื่นๆ ในเมืองหลานโจว ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลกานซู่ เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มเกิดขึ้นใน 4 เมืองของเขตหยูจง รัฐบาลได้อนุมัติงบกลาง 100 ล้านหยวน หรือราว 450 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือแก่ทางการท้องถิ่น.-815.-สำนักข่าวไทย

แท็กซี่ไร้คนขับตกหลุมลึกในจีน-ผู้โดยสารปลอดภัย

ปักกิ่ง 9 ส.ค. – แท็กซี่ไร้คนขับ “อพอลโล โก” (Apollo Go) ของบริษัท “ไป่ตู้” (Baidu) เกิดตกลงไปในหลุมลึก แต่โชคดีที่ผู้โดยสารในรถไม่ได้รับบาดเจ็บ และสามารถปีนขึ้นมาจากหลุมได้ เหตุการณ์แท็กซี่ไร้คนขับหรือโรโบแท็กซี่แท็กซี่ตกลงไปในหลุมหลึกเกิดขึ้นในเขตเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รถแท็กซี่ไร้คนขับหน้าตาทันสมัยลงไปนอนตะแคงอยู่ก้นหลุมที่ขุดไว้สำหรับงานก่อสร้าง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานว่าผู้โดยสารหญิงที่อยู่ในรถไม่ได้รับอันตราย ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นำเอาบันไดมาพาดกับปากหลุมเพื่อให้เธอปีนขึ้นมา ภาพเหตุการณ์นี้ถูกแชร์ลงในสื่อโซเชียล ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างเกี่ยวกับความปลอดภัยของโรโบแท็กซี่ อพอลโล โก ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่ไร้คนขับของบริษัทไป่ตู้ เจ้าของร้านค้าในพื้นที่รายหนึ่งบอกว่า สถานที่ก่อสร้างในบริเวณที่เกิดเหตุมีเครื่องกั้นและมีการติดป้ายเตือน แต่ยังไม่ทราบว่าแท็กซี่ไร้คนขับคันนี้ตกลงไปในหลุมได้อย่างไร ทางบริษัทไปตู้เองก็ยังไม่ได้ออกมาตอบคำถามของสื่อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไป่ตู้เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับรายใหญ่ของจีน ปัจจุบันมีบริการอยู่ในหลายเมืองใหญ่เช่นในกรุงปักกิ่ง อู่ฮั่น และฉงชิ่ง นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมขยายบริการโรโบแท็กซี่ออกสู่ตลาดโลกอีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีการลงนามความร่วมมือกับแพล็ตฟอร์มบริการแท็กซี่อย่าง อูเบอร์เทคโนโลยี และลิฟต์ ของสหรัฐ.-816.-สำนักข่าวไทย

‘ปูติน’ โทรหาผู้นำจีน อินเดีย และผู้นำต่างชาติก่อนจะพบ ‘ทรัมป์’

มอสโก 9 ส.ค. – ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำจีน อินเดีย และอีกสามประเทศอดีตสหภาพโซเวียตในวันศุกร์ เพื่อสรุปข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการติดต่อกับสหรัฐเกี่ยวกับสงครามในยูเครน นายปูตินได้พบกับ นายสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่กรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากนั้นทำเนียบเครมลินยืนยันยว่าการประชุมสุดยอดระหว่างนายปูตินและนายทรัมป์จะจัดขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่รัฐอะแลสกาของสหรัฐ นายทรัมป์ซึ่งกำลังผลักดันให้สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อมา 3 ปีครึ่งยุติลง ได้กำหนดเส้นตายที่สิ้นสุดในวันศุกร์ให้รัสเซียยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรครั้งใหม่และประเทศที่ซื้อสินค้าส่งออกของรัสเซีย ซึ่งจีนและอินเดียเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้กล่าวกับปูตินผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า จีนรู้สึกยินดีที่เห็นรัสเซียและสหรัฐยังคงติดต่อกันและพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อเดินหน้าแก้ไขวิกฤตยูเครนในทางการเมือง สำหรับจีนเป็นผู้สนับสนุนหลักของรัสเซียในการเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก และเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย นายปูตินมีกำหนดเยือนจีนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมฉลองครบรอบ 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ทำเนียบเครมลินยังกล่าวว่า นายปูตินยังได้หารือเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายวิทคอฟกับ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียด้วย โดยนายโมดีโพสต์ข้อความทางแอปพลิเคชั่นเอ็กซ์ว่า เขาได้พูดคุยอย่างละเอียดและดีมากกับนายปูติน และขอบคุณนายปูตินที่ได้แบ่งปันเรื่องราวความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับยูเครน ใน สัปดาห์นี้นายทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียเพิ่มอีกร้อยละ 25 เพื่อลงโทษนิวเดลีจากการซื้อน้ำมันรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายปูตินยังได้พูดคุยกับ ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา […]

‘ทรัมป์’ ประกาศข้อตกลงสันติภาพอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย

วอชิงตัน 9 ส.ค. – อาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย ลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่ทำเนียบขาว ซึ่งข้อตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีหลังจากความขัดแย้งที่ยาวนานหลายทศวรรษ ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองคู่ปรปักษ์ในภูมิภาคคอเคซัสใต้ครั้งนี้ ซึ่งหากสามารถคงอยู่ได้ระยะยาว จะถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ และอาจสร้างความไม่พอใจให้แก่รัสเซีย ซึ่งมองว่าภูมิภาคนี้อยู่ในขอบเขตอิทธิพลของตน นายทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพที่ทำเนียบขาวว่า เป็นเวลานานถึง 35 ปี ที่ทั้งสองประเทศนี้สู้รบกัน และตอนนี้พวกได้กลายเป็นเพื่อนกันแล้ว และจะเป็นเพื่อนกันไปอีกนาน ในพิธีนี้มีประธานาธิบดีอิลฮัม อะลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน และนายกรัฐมนตรีนิโคล พาชินยัน ของอาร์เมเนีย นั่งขนาบข้างผู้นำสหรัฐ นายทรัมป์กล่าวว่าทั้งสองประเทศได้ให้คำมั่นว่าจะหยุดการสู้รบ เปิดความสัมพันธ์ทางการทูต และเคารพต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน ข้อตกลงนี้ยังรวมถึงสิทธิ์ในการพัฒนาเฉพาะสำหรับสหรัฐในการใช้เส้นทางคมนาคมเชิงยุทธศาสตร์ผ่านภูมิภาคคอเคซัสใต้ ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งออกพลังงานและทรัพยากรอื่นๆ ได้มากขึ้น นายทรัมป์กล่าวด้วยว่าสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลงแยกกับแต่ละประเทศเพื่อขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า และเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ในขณะเดียวกัน ข้อจำกัดเกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างอาเซอร์ไบจานและสหรัฐก็ถูกยกเลิกด้วย อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานมีความขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 เมื่อนาโกโน-คาราบัค ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เป็นภูเขาของอาเซอร์ไบจานที่มีชาวอาร์เมเนียอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ได้แยกตัวออกจากอาเซอร์ไบจานด้วยการสนับสนุนจากอาร์เมเนีย ต่อมาในปี 2023 อาเซอร์ไบจานได้กลับเข้าควบคุมภูมิภาคนี้ได้อีกครั้งอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ชาวอาร์เมเนียเกือบทั้งหมด 100,000 คนในดินแดนแห่งนี้ต้องหนีไปยังอาร์เมเนีย ผู้นำทั้งสองต่างชื่นชมทรัมป์ที่ช่วยยุติความขัดแย้ง และกล่าวว่าจะเสนอชื่อเขาเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นายทรัมป์ได้พยายามนำเสนอตัวเองในฐานะผู้สร้างสันติภาพระดับโลกในช่วงหลายเดือนแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของเขา ทำเนียบขาวให้เครดิตเขาในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย […]

‘ทรัมป์’-‘ปูติน’ จะพบกันที่อะแลสกาเพื่อเจรจาสันติภาพยูเครน

วอชิงตัน 9 ส.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวในวันศุกร์ว่า เขาจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่รัฐอะแลสกา ของสหรัฐเพื่อเจรจายุติสงครามในยูเครน นายทรัมป์ได้ประกาศข่าวที่หลายฝ่ายเฝ้ารอคอยนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เขาเผยว่า คู่กรณี รวมถึงประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ใกล้จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่อาจนำไปสู่การยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมานานสามปีครึ่ง ซึ่งอาจกำหนดให้ยูเครนต้องยอมยกดินแดนบางส่วนที่สำคัญให้กับรัสเซีย ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ นายทรัมป์ได้กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาว โดยบอกเป็นนัยว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีการแลกเปลี่ยนดินแดนบางส่วนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้น ทางทำเนียบเครมลินของรัสเซียได้ยืนยันการประชุมสุดยอดดังกล่าวผ่านแถลงการณ์ออนไลน์ นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาของปูติน กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองจะมุ่งเน้นการหารือทางเลือกในการบรรลุข้อยุติอย่างสันติในวิกฤตการณ์ยูเครนในระยะยาว ทางด้านประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวสุนทรพจน์ประจำวันศุกร์ถึงประชาชน ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงหากยังคงมีการกดดันรัสเซียอย่างเพียงพอ เขากล่าวว่าได้พูดคุยกับผู้นำประเทศต่าง ๆ มาแล้วกว่าสิบครั้ง และทีมงานของเขาก็ยังคงติดต่อกับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง นายปูตินอ้างสิทธิ์ในสี่ภูมิภาคของยูเครน ได้แก่ ลูฮันสก์ โดเนตสก์ ซาโปริซเซีย และเคอร์ซอน รวมถึงคาบสมุทรไครเมียในทะเลดำที่เขาผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 อย่างไรก็ตาม กองกำลังของรัสเซียยังไม่ได้ควบคุมดินแดนทั้งหมดในสี่ภูมิภาคดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและรัสเซียกำลังทำงานเพื่อหาข้อตกลงที่จะรับรองการยึดครองดินแดนที่รัสเซียได้มาจากการรุกรานทางทหาร แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า […]

มาเลเซียจะขอความชัดเจนจากเมียนมาเรื่องการเลือกตั้ง

กัวลาลัมเปอร์ 8 ส.ค. – นายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย จะนำคณะผู้แทนจาก 4 ชาติเดินทางไปยังเมียนมาในเดือนหน้า เพื่อขอรายละเอียดจากผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในปลายปีนี้ สำนักข่าวเบอร์นามา ของทางการมาเลเซียรายงานวันนี้ว่า นายโมฮาหมัดกล่าวว่า เขาต้องการที่จะมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งในเมียนมา เพื่อนำเสนอต่อผู้นำอาเซียนที่จะประชุมสุดยอดร่วมกันในเดือนตุลาคมนี้ เบอร์นามารายงานด้วยว่า นายโมฮาหมัดซึ่งจะเดินทางไปเมียนมาพร้อมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียในวันที่ 19 กันยายน ต้องการความชัดเจนว่าเมียนมาจะจัดการเลือกตั้งอย่างครอบคลุมหรือไม่ เมื่อเดือนที่แล้ว นายโมฮาหมัดกล่าวว่า อาเซียนเห็นพ้องว่าการเลือกตั้งในเมียนมาไม่ใช่เรื่องสำคัญเร่งด่วน และเรียกร้องให้รัฐบาลทหารยึดมั่นใน “ฉันทามติ 5 ข้อ” เพื่อสันติภาพของกลุ่มแทน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทหารได้ยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศและถ่ายโอนอำนาจให้แก่รัฐบาลที่นำโดยพลเรือนอย่างเป็นทางการก่อนการเลือกตั้ง แม้ว่าผู้นำรัฐบาลทหารจะยังคงเป็นผู้บริหารประเทศในตำแหน่งรักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดีก็ตาม สื่อของรัฐบาลเมียนมารายงานว่า จะมีการประกาศกฎอัยการศึกและภาวะฉุกเฉินในกว่า 60 เมืองทั่ว 9 ภูมิภาคและรัฐ โดยจะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเดือนธันวาคมและมกราคม.-813.-สำนักข่าวไทย

‘ทรัมป์’ เรียกร้องซีอีโอ ‘อินเทล’ ลาออก

วอชิงตัน 8 ส.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าววานนี้เรียกร้องให้ ลิป-บู ตัน (Lip-Bu Tan) ซีอีโอคนใหม่ของบริษัทอินเทล (Intel) ลาออกจากตำแหน่งโดยทันที โดยอ้างเหตุผลว่าเขามี “ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรง” เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทสัญชาติจีน นายทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย “ทรูธ โซเชียล” (Truth Social) ของเขาว่า ซีอีโอของอินเทลมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรงและต้องลาออกทันทีและไม่มีทางแก้อื่นสำหรับปัญหานี้ ในวันเดียวกันนี้ หุ้นของบริษัทอินเทลปิดตลาดลดลงร้อยละ 3 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ทำรายงานพิเศษที่เปิดเผยว่า นายตันได้ลงทุนในบริษัทผลิตชิป และบริษัทผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนหลายร้อยแห่งเป็นเงินอย่างน้อย 200 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทบางแห่งที่เขาลงทุ่นไปนั้นมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน ความเห็นของทรัมป์เรื่องซีอีโอของอินเทลมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่รอยเตอร์รายงานเป็นสำนักข่าวแรกว่า นายทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ได้ส่งจดหมายถึงประธานกรรมการบริหารของอินเทล เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนายตันกับบริษัทจีน รวมถึงคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเก่าของเขาอย่าง “เคเดนซ์ ดีไซน์” (Cadence Design) การเข้ามาแทรกแซงของนายทรัมป์ในครั้งนี้ถือเป็นกรณีที่หาได้ยากที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะออกมาเรียกร้องให้ซีอีโอของบริษัทเอกชนลาออกต่อสาธารณะ และได้ทำให้เกิดการถกเถียงในหมู่นักลงทุน นายฟิล บลองกาโต ซีอีโอของ “ลาเดนเบิร์ก ทาลมานน์ แอสเซท แมเนจเมนท์” […]

ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วม-ดินถล่มในญี่ปุ่น

โตเกียว 8 ส.ค. – สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ออกประกาศพิเศษเตือนภัยจากฝนตกหนักในจังหวัดคาโงะชิมะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และแนะนำให้ประชาชนอยู่ภายในที่พักอาศัย สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนตกหนักในภูมิภาคคิวชู รวมถึงจังหวัดคาโงะชิมะ จะยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์ สถานีโทรทัศน์ของบรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น หรือ เอ็นเอชเค รายงานว่า ปริมาณน้ำฝนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในเมืองคิริชิมะ สูงเกิน 500 มิลลิเมตรแล้ว และทางการท้องถิ่นได้ออกคำเตือนให้อพยพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ที่เมืองไอระ เกิดเหตุดินถล่มเนื่องจากฝนตกหนักสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาหญิงวัย 30 ปีรายหนึ่งที่ยังคงสูญหายไป นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงโตเกียวว่า รัฐบาลจะใช้มาตรการทุกวิถีทางเพื่อรับมือ รวมถึงการให้ข้อมูล การสนับสนุนการอพยพ และการปฏิบัติการกู้ภัย.-813.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียคาด ‘ทรัมป์’ และ ‘ปูติน’ อาจพบกันสัปดาห์หน้า

วอชิงตัน 8 ส.ค. – นายดมิทรี โพลยันสกี รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติกล่าวในวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจจะได้พบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า แต่เขาไม่ทราบเรื่องการแผนการพบกันระหว่างนายปูตินกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่าจะมีหรือไม่ นายโพลยันสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการพบกันระหว่างนายปูตินและนายทรัมป์ว่า เท่าที่เขาได้ยินมา มีหลายสถานที่ที่ถูกกล่าวถึง แต่มีการตกลงกันเรื่องบางอย่างที่ไม่ต้องการเปิดเผย สำหรับกำหนดเวลาในการพบกันน้ัน คาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีทั้งสองกล่าวไว้เองก่อนหน้านี้ เขากล่าวเสริมด้วยว่า ตนเองยังไม่เคยได้ยินเรื่องการวางแผนพบกันระหว่างนายปูตินกับนายเซเลนสกี แต่เขาก็ออกตัวเขาตัวเขาไม่ได้อยู่ในวงในที่จะทราบรายละเอียดได้ นับตั้งแต่การพบกันระหว่างนายปูตินกับอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่นครเจนีวาของสวิตเซอรืแลนด์ ในเดือนมิถุนายน 2021 ก็ยังไม่มีการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียอีกเลย รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน ขณะที่ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกมองว่าการรุกรานครั้งนี้เป็นการยึดครองดินแดนแบบจักรวรรดินิยม นายทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่ผ่านมาเกือบเจ็ดเดือนในวาระที่สองของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา เขายังไม่สามารถทำตามที่ได้สัญญาเอาไว้ได้.-813.-สำนัก่ข่าวไทย

อิสราเอลเห็นขอบแผนยึดครองฉนวนกาซ่าทั้งหมด

เทลอาวีฟ 8 ส.ค. – คณะรัฐมนตรีด้านการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลได้อนุมัติแผนการที่จะเข้าควบคุมฉนวนกาซาในช่วงเช้าวันศุกร์ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงว่า อิสราเอลตั้งใจที่จะเข้าควบคุมทางการทหารทั่วทั้งฉนวนกาซา แถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลจะเตรียมการเข้าควบคุมฉนวนกาซา ขณะเดียวกันก็จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนที่อยู่นอกพื้นที่การสู้รบ นายเนทันยาฮู กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาต้องการจะให้อิสราเอลยึดครองทางทหารในพื้นที่ทั้งหมดของฉนวนกาซ่า ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง เขาให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐว่า อิสราเอลมีความตั้งใจที่จะยึดครองทางทหารในพื้นที่ทั้งหมดของฉนวนกาซ่าเพราะต้องการมีเขตแดนด้านความมั่นคง แต่ไม่ต้องการยึดครองเพื่อที่จะปกครองดินแดนดังกล่าวแต่อย่างใด โดยอิสราเอลต้องการมอบดินแดนฉนวนกาซ่าให้กับกองกำลังอาหรับที่จะปกครอง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการปกครองหรือประเทศอาหรับที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลระบุว่ามติใดๆ ของคณะรัฐมนตรีด้านการเมืองและความมั่นคงจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีทั้งคณะซึ่งอาจจะมีการประชุมกันในวันอาทิตย์นี้ และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่านายเนทันยาฮูต้องการเข้ายึดครองฉนวนกาซ่าในระยะยาวหรือเป็นเพียงปฏิบัติการระยะสั้นเพื่อทำลายล้างกลุ่มฮามาสและปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังเหลืออยู่ ด้านกลุ่มฮามาสระบุในแถลงการณ์เรียกคำกล่าวของนายเนทันยาฮูว่าเป็นการทำรัฐประหารอย่างโจ่งแจ้งต่อกระบวนการเจรจาหยุดยิง และเป็นแผนการของนายเนทันยาฮูที่จะขยายการรุกรานฉนวนกาซ่า เจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮามาสให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีร่าว่ากลุ่มฮามาสจะไม่ยอมรับกองกำลังใดๆ ก็ตามที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกครองฉนวนกาซ่าที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่าเขาสนับสนุนหรือคัดค้านการที่ทหารอิสราเอลอาจเข้ายึดครองดินแดนฉนวนกาซ่าเอาไว้ทั้งหมด ทรัมป์บอกแต่เพียงว่าเวลานี้รัฐบาลสหรัฐกำลังมุ่งเน้นเรื่องการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซ่าเท่านั้น แต่เรื่องอื่นเขาไม่สามารถจะพูดได้.-816.-813.-สำนักข่าวไทย

‘ฮุน มาเนต’ เสนอ ‘ทรัมป์’ ชิงโนเบลสันติภาพ

พนมเปญ 8 ส.ค. – นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาส่งหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังคณะกรรมการโนเบลของนอร์เวย์เพื่อเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หนังสือของนายฮุน มาเน็ต ลงวันที่ 7 สิงหาคม มีเนื้อหาว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เสนอชื่อนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 และ 47 ให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการยกย่องผลงานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสันติภาพโลก การเสนอชื่อครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความซาบซึ้งของตัวเขาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความกตัญญูอย่างสุดซึ้งของประชาชนชาวกัมพูชาสำหรับบทบาทสำคัญยิ่งของนายทรัมป์ในการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ความเป็นผู้นำอันโดดเด่นของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งโดดเด่นด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขข้อขัดแย้งและป้องกันสงครามหายนะผ่านการเจรจาต่อรองที่มีวิสัยทัศน์และสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นล่าสุดในบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ยการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกัมพูชาและไทย การแทรกแซงอย่างทันท่วงทีนี้ ซึ่งช่วยป้องกันความขัดแย้งที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรง มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก และปูทางไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพระหว่างสองประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จอันโดดเด่นของประธานาธิบดีทรัมป์ในการคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาคที่ผันผวนที่สุดของโลก การแสวงหาสันติภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการทูตของเขาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของอัลเฟรด โนเบล อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือการยกย่องเชิดชูผู้ที่มีคุณูปการอันโดดเด่นต่อภราดรภาพระหว่างประเทศและการส่งเสริมสันติภาพ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เขาหวังว่าการเสนอชื่อนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะได้รับการพิจารณาเป็นอย่างดี.-816.-สำนักข่าวไทย

เลขาธิการยูเอ็นพอใจที่ไทย-กัมพูชาพยายามยุติการปะทะ

สหประชาชาติ 8 ส.ค. – นายฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกเลขาธิการสหประชาชาติ แถลงข่าวที่นครนิวยอร์กเมื่อวานนี้ว่า นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ รู้สึกพอใจที่ผู้นำของไทยและกัมพูชาร่วมกันพยายามยุติการปะทะกันบริเวณชายแดนที่มีข้อขัดแย้งระหว่างสองประเทศ นายฮักกล่าวตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนหลังจากที่ประเทศไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงและลงนามในข้อตกลงหยุดยิงในรายละเอียดของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี (GBC) นัดพิเศษที่จัดขึ้นที่มาเลเซียในวันพฤหัสบดี นายฮักกล่าวว่า เลขาธิการยูเอ็นรู้สึกยินดีกับความพยายามของผู้นำไทยและกัมพูชาที่จะยุติการสู้รบ และหวังว่าทั้งสองประเทศจะยังคงเจรจากันต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างอยู่ทั้งหมด แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา หลังจากการเจรจาที่กระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงด้วยอาวุธทุกชนิด โดยให้คำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยงการยิงโดยไม่มีเหตุอันควรไปยังที่ตั้งหรือกองกำลังของอีกฝ่าย และตกลงที่จะไม่เพิ่มกำลังพลตามแนวชายแดน การปะทะกันด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทยปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ตามแนวชายแดน ทั้งสองประเทศตกลงที่จะหยุดยิงในช่วงบ่ายของวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกัน.-813.-สำนักข่าวไทย

1 8 9 10 11 12 676