“บิล คลินตัน” ออกจาก รพ. กลับไปรักษาตัวที่บ้าน

แคลิฟอร์เนีย 18 ต.ค. – นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ออกจากโรงพยาบาลเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลังเข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเมื่อสัปดาห์ก่อน และจะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านในรัฐนิวยอร์ก นายคลินตัน วัย 75 ปี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่าเขารู้สึกอย่างไรหลังได้ออกจากโรงพยาบาลด้วยการชูนิ้วโป้ง ซึ่งหมายความว่าเขารู้สึกดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐเดินออกจากศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ พร้อมด้วยนางฮิลลารี คลินตัน ภริยาและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ที่โบกมือทักทายผู้สื่อข่าวก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถยนต์และเดินทางออกจากโรงพยาบาล โฆษกของคลินตันเผยแพร่แถลงการณ์ของ นพ. อัลเพช อามิน ผู้รักษานายคลินตันที่โรงพยาบาลดังกล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เนื่องจากอาการไข้และจำนวนเม็ดเลือดขาวกลับมาอยู่ในระดับปกติแล้ว และจะรักษาตัวต่อที่บ้านในรัฐนิวยอร์กโดยมีคณะแพทย์คอยติดตามอาการของเขาต่อไป นายคลินตันได้เดินทางมายังรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อเข้าร่วมงานของมูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้น และถูกส่งตัวเข้าหอผู้ป่วยฉุกเฉินของศูนย์การแพทย์ดังกล่าวหลังมีอาการเหนื่อยล้าและต้องเข้ารับการรักษาตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายคลินตัน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐตั้งแต่ปี 2536-2544 รับการผ่าตัดหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ หรือการผ่าตัดบายพาส ในปี 2547 และได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันในปี 2553 รวมถึงได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนมากินอาหารมังสวิรัติและลดน้ำหนักในเวลาต่อมา. -สำนักข่าวไทย

ผู้ใหญ่มาเลเซียเกือบ 94% ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้ว

ผู้ใหญ่ในมาเลเซียฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ครบโดสแล้วเกือบร้อยละ 94 จนถึงเมื่อวานนี้

รัฐบาลเงาเมียนมาอยากเป็นตัวแทนประชุมสุดยอดอาเซียน

เนปิดอว์ 18 ต.ค.- รัฐบาลเงาเมียนมาที่ประกอบด้วยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารแสดงความเห็นด้วยที่พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายของเมียนมาไม่ได้รับเชิญร่วมประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน และเห็นว่าทางกลุ่มควรได้เป็นตัวแทนที่ชอบธรรม โฆษกรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติที่ถูกกองทัพเมียนมาประกาศให้เป็นกลุ่มนอกกฎหมายแถลงวันนี้ว่า การที่อาเซียนไม่ให้พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดวันที่ 26-28 ตุลาคมถือเป็นก้าวที่สำคัญ อยากให้อาเซียนรับรองทางกลุ่มว่าเป็นตัวแทนที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มจะยอมรับตัวแทนทางเลือกที่เป็นกลางอย่างแท้จริงตามที่อาเซียนตกลงเมื่อสัปดาห์ก่อน และขอย้ำว่า ผู้ไม่ข้องเกี่ยวทางการเมืองที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนี้จะต้องไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาลทหารเมียนมาแฝงตัวมา บรูไน ในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบันแถลงหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันศุกร์ว่า จะเชิญผู้ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองเป็นตัวแทนเมียนมาเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน หลังจากที่ประชุมไม่สามารถบรรลุฉันทามติเรื่องตัวแทนทางการเมืองได้ ขณะที่เมียนมาแถลงแสดงความผิดหวังที่อาเซียนตัดสินใจโดยไม่ได้รับฉันทามติ เรื่องเชิญตัวแทนเมียนมาเข้าร่วมประชุมสุดยอด.-สำนักข่าวไทย

ซิดนีย์คลายมาตรการคุมโควิดมากขึ้นหลังฉีดวัคซีนทะลุเป้า

ซิดนีย์ 18 ต.ค. – นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของออสเตรเลีย อนุญาตให้เด็กนักเรียนกลับไปเรียนในโรงเรียนได้อีกครั้งตั้งแต่วันนี้ หลังต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์จากบ้านเป็นเวลาหลายเดือน อีกทั้งยังผ่อนคลายข้อจำกัดต่าง ๆ มากขึ้น เพราะมีอัตราฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก ประกาศวันนี้ว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยในสำนักงาน และจะอนุญาตให้ผู้คนรวมตัวกันในบ้านหรือนอกบ้านได้มากขึ้น หลังจากที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ฉีดวัคซีนครบสองโดสให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 80 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ร้านค้า ผับ และโรงออกกำลังกาย ได้รับอนุญาตให้รับจำนวนลูกค้าที่ฉีดวัคซีนมากขึ้น ส่วนไนต์คลับสามารถเปิดร้านให้ลูกค้านั่งดื่มในร้านได้ และประชาชนสามารถจัดงานแต่งงานได้โดยไม่จำกัดจำนวนแขก อย่างไรก็ดี การผ่อนคลายมาตรการทั้งหมดนี้ยังคงต้องเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 265 คน ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์และลดลงจากยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่เคยมีสูงถึง 1,599 คนในเดือนกันยายน ขณะที่รัฐวิกตอเรียพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 1,903 คน เพิ่มขึ้นจากวันอาทิตย์ที่มี 1,838 คน นครเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐจะยกเลิกการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในวันศุกร์นี้ เพราะมีอัตราฉีดวัคซีนใกล้ถึงร้อยละ 70 ขณะนี้ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมราว 145,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า […]

หวั่นประเทศรายได้น้อยเข้าไม่ถึงยาโมลนูพิราเวียร์

วอชิงตัน 18 ต.ค. – กลุ่มสุขภาพระดับนานาชาติเตือนว่า การผลิตยาเม็ดต้านเชื้อโควิด หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘โมลนูพิราเวียร์’ ของเมอร์ค แอนด์ โค บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐ อาจตอกย้ำปัญหาความไม่เท่าเทียมซ้ำรอยวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่ประเทศยากจนจำเป็นต้องใช้ แต่กลับไม่สามารถเข้าถึง กลุ่มสุขภาพระดับนานาชาติยกตัวอย่างเรื่องการฉีดวัคซีนว่า ประชากรของทวีปแอฟริกาได้ฉีดแล้วเพียงร้อยละ 5 ขณะที่ประเทศร่ำรวยส่วนใหญ่มีอัตราฉีดสูงกว่าร้อยละ 70 ดังนั้นการที่เมิร์ค แอนด์ โค ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ผลิตยาสามัญหลายราย ทั้งที่ยาโมลนูพิราเวียร์ในชื่อทางการค้าของบริษัทยังไม่ได้รับอนุมัติให้วางจำหน่ายนั้น อาจไม่สามารถทำให้กลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำเข้าถึงยาโมลนูพิราเวียร์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการปริมาณมากได้ นอกจากนี้การจัดสรรยายังอาจมีอุปสรรคจากข้อบกพร่องและกฎระเบียบขององค์กรระดับโลก เมิร์ค แอนด์ โค ได้ยื่นเอกสารขออนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์เป็นกรณีฉุกเฉินต่อหน่วยงานกำกับดูแลยาของสหรัฐเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อใช้เป็นยารักษาโรคโควิด-19 ขนานแรก หลังผลการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ระบุว่า ยาดังกล่าวช่วยลดอัตรารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตได้ร้อยละ 50 และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติเร็วสุดในเดือนธันวาคม เมิร์ค แอนด์ โค ได้วางแผนผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ 10 ล้านคอร์สในปีนี้ และตั้งเป้าผลิตให้ได้ 20 ล้านคอร์สในปี 2565 รวมทั้งได้ให้ใบอนุญาตผลิตยากับบริษัทเวชภัณฑ์ของอินเดีย 8 แห่ง ผลิตยาสามัญที่มีราคาถูกลงให้แก่ประเทศที่มีรายได้ต่ำและมีรายได้ปานกลาง 109 ประเทศ รวมถึงประเทศในทวีปแอฟริกา […]

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 โตลดลงจากไตรมาสก่อน

ปักกิ่ง 18 ต.ค.- เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัวลดลงจากไตรมาส 2 เนื่องจากภาคการก่อสร้างชะลอตัวและทางการควบคุมการใช้พลังงาน กระทบต่อการฟื้นตัวหลังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระบาด สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนแถลงวันนี้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังคงไม่มีเสถียรภาพและไม่ทั่วถึง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี (GDP) เดือนกรกฎาคม-กันยายนขยายตัวร้อยละ 4.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ขยายตัวร้อยละ 7.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ผลผลิตโรงงาน ยอดค้าปลีก และการลงทุนในภาคการก่อสร้างและสินทรัพย์ถาวรอื่น ๆ ล้วนอ่อนแอลง ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่รอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 จะขยายตัวร้อยละ 5.2 ภาคการก่อสร้างของจีนที่จ้างงานคนจำนวนมากชะลอตัวลง นับจากทางการควบคุมการขอสินเชื่อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างเข้มงวดตั้งแต่ปีก่อน ปัญหาของเอเวอร์แกรนด์กรุ๊ป กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ในจีนที่เสี่ยงผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้จำนวนมากทำให้ตลาดวิตกว่า อาจลุกลามไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ แม้ว่าแวดวงนักเศรษฐศาสตร์มองว่า มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกไม่มากก็ตาม ส่วนภาคการผลิตชะลอตัวในเดือนกันยายนเพราะมณฑลใหญ่หลายแห่งลดการจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกินเป้าหมายการประหยัดไฟฟ้าตามที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้.-สำนักข่าวไทย

แรงงานอิตาลีประท้วงคำสั่งแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนโควิด

โรม 15 ต.ค. – ชาวอิตาลีหลายร้อยคนชุมนุมประท้วงที่ท่าเรือหลายแห่งในอิตาลีในวันนี้ เพื่อคัดค้านการออกข้อกำหนดใหม่ที่บังคับให้แรงงานทั่วประเทศต้องแสดงหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘กรีนพาส’ (Green Pass) ที่มีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก แรงงานอิตาลีราว 300 คนรวมตัวกันปิดทางเข้าท่าเรือเจนัว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี จนเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงานที่ท่าเรือดังกล่าว และทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขัดขวางการดำเนินงานและการประท้วงที่ยืดเยื้อ ขณะที่ท่าเรือตรีเยสต์ ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ก็มีแรงงานหลายร้อยคนรวมตัวชุมนุมคัดค้านข้อกำหนดดังกล่าวเช่นกัน แต่ท่าเรือตรีเยสต์ยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศข้อกำหนดให้แรงงานทุกคนต้องแสดงหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ใบรับรองการรักษาโรคโควิด-19 ว่าหายดีแล้ว หรือใบรับรองผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกบันทึกว่าขาดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ขณะนี้ อิตาลีมีอัตราฉีดวัคซีนโดสแรกให้ประชาชนอายุ 12 ปีขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 86 จึงทำให้ชาวอิตาลีส่วนใหญ่มีคุณสมบัติผ่านข้อกำหนดดังกล่าวโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี รัฐบาลอิตาลีคาดการณ์ว่า มีแรงงานมากถึง 3 ล้านคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และส่วนใหญ่จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อพวกเขายอมจ่ายค่าตรวจหาเชื้อโควิดเองทุก ๆ สองหรือสามวัน โดยขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจหาเชื้อโควิด.-สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียแตกตื่นกลิ่นทุเรียนคิดว่าเป็นก๊าซรั่ว

แคนเบอร์รา 15 ต.ค. – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของกรุงแคนเบอร์ราในออสเตรเลียรีบเดินทางไปยังร้านค้าแห่งหนึ่งหลังได้รับแจ้งเหตุก๊าซรั่ว แต่กลับพบว่าต้นเหตุของกลิ่นดังกล่าวมาจากทุเรียน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของออสเตรเลีย ได้แจ้งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามค้นหาที่มาของเหตุก๊าซรั่วในย่านศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงแคนเบอร์รา ขณะที่หน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉินของกรุงแคนเบอร์ราเผยว่า หลังจากใช้เวลาค้นหาที่มาของเหตุก๊าซรั่วไปราว 1 ชั่วโมง เจ้าของห้องเช่าที่อยู่บนร้านค้าต่าง ๆ ได้แจ้งเบาะแสว่าพบแหล่งที่มาของก๊าซ และกลายเป็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่ก๊าซรั่ว แต่เป็นกลิ่นทุเรียนที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีกลิ่นรุนแรงมาก ทั้งนี้ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับฉายาในกลุ่มผู้ชอบกินทุเรียนว่า ‘ราชาแห่งผลไม้’ เนื่องจากมีรสชาติหวานปนขมและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน อย่างไรก็ดี ผู้ที่ไม่ชอบกินทุเรียนมักเปรียบเทียบกลิ่นรุนแรงของทุเรียนกับขยะที่เน่าเหม็น หรือ เป็นก๊าซรั่วเช่นในกรณีนี้ ขณะที่สถานีขนส่งสาธารณะและโรงแรมต่าง ๆ มักสั่งห้ามนำทุเรียนเข้าไปในรถโดยสารสาธารณะหรือห้องพัก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นรุนแรง. -สำนักข่าวไทย

ควีนอังกฤษขัดเคืองพระทัยผู้นำโลกไม่แก้ปัญหาสภาพอากาศ

ลอนดอน 15 ต.ค. – สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษตรัสว่า พระองค์ทรงรู้สึกขัดเคืองพระทัยกับบรรดาผู้นำโลกที่มักพูดถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่กลับลงมือทำเพียงน้อยนิดหรือเพิกเฉยต่อการแก้ปัญหา สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระชนมายุ 95 พรรษา ซึ่งพระองค์มีหมายกำหนดการที่จะเข้าร่วมการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ ตรัสกับคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์และพระชายาของเจ้าชายชาร์ลส์ว่า พระองค์ทรงไม่รู้ว่ามีผู้นำคนใดเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ และถือเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งเนื่องจากทรงได้ยินว่าพวกเขาต่างพูดถึงการประชุมครั้งนี้อยู่บ่อยครั้ง พระองค์ทรงรู้สึกหงุดหงิดใจที่ผู้นำเหล่านี้มักพูดถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่กลับไม่ยอมลงมือแก้ปัญหา ในขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ของอังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เผยนามที่ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะไม่เข้าร่วมการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-12 พฤศจิกายน และนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เดอะไทมส์ยังระบุว่า คณะผู้จัดงานของอังกฤษรู้สึกหวั่นเกรงเกี่ยวกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีสีที่อาจทำให้จีนไม่ยอมกำหนดเป้าหมายใหม่ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤตพลังงาน ด้านนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ระบุวันนี้ว่า เขาจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวในขณะที่รัฐบาลสายอนุรักษ์นิยมของเขากำลังเผชิญกับแรงกดดันจากทั่วโลกให้ดำเนินการเพิ่มขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ ยังมีผู้นำระดับโลกอีกหลายคน เช่น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐที่ได้ตอบตกลงเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้.-สำนักข่าวไทย

มาเลเซียไม่อยากให้ “มิน อ่อง หล่าย” ประชุมสุดยอดอาเซียน

กัวลาลัมเปอร์ 15 ต.ค. – มาเลเซียไม่ต้องการให้พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หากเขาไม่ยอมปฏิบัติตามหลักการฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อยุติวิกฤตการณ์ความรุนแรงในเมียนมา นายไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย เผยวันนี้ว่า เขาได้รับแจ้งจากนายเออร์วาน ยูซอฟ ทูตพิเศษด้านเมียนมาของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ว่าได้วางแผนเดินทางเยือนเมียนมาในสัปดาห์หน้า ในขณะที่คณะรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนจะจัดประชุมเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้เพื่อประเมินคำมั่นของรัฐบาลทหารเมียนมาต่อกระบวนการฟื้นฟูสันติภาพ ทั้งยังระบุว่า การประชุมในช่วงเย็นวันนี้จะมุ่งไปที่รายละเอียดเกี่ยวกับแผนเดินทางเยือนเมียนมาของนายเออร์วาน หากเมียนมายังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง มาเลเซียก็จะยังคงแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการให้พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนโดยไม่ประนีประนอม สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประเทศสมาชิกบางส่วนของอาเซียนได้แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลทหารเมียนมาไม่ยอมปฏิบัติตามแผนฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งสหประชาชาติ จีน และสหรัฐได้ให้การสนับสนุนในเบื้องต้น ขณะที่แหล่งข่าวไม่เผยนาม 3 คนกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เห็นชอบที่จะไม่เชิญพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแบบเสมือนจริงที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26-28 ตุลาคม ส่วนกระทรวงต่างประเทศของไทยมีท่าทีประนีประนอม โดยระบุว่า ไทยมองว่าเมียนมาเป็นสมาชิกของอาเซียน และเห็นว่าการเดินทางเยือนเมียนมาของนายเออร์วานถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญต่อกระบวนการสร้างความมั่นใจโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเจรจา นอกจากนี้ ไทยยังเชื่อมั่นในภูมิปัญญาที่มีร่วมกันของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งรวมถึงเมียนมา ในการเอาชนะความท้าทายทั้งหมดไปด้วยกัน.-สำนักข่าวไทย

ทนายความ “ซูจี” เผยถูกสั่งให้ปิดปาก-ห้ามให้ข้อมูลสื่อ

ย่างกุ้ง 15 ต.ค. – นายขิ่น หม่อง ซอว์ หัวหน้าทีมทนายความของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่ถูกยึดอำนาจการปกครอง เผยวันนี้ว่า หน่วยงานรัฐภายใต้การบริหารของรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งไม่ให้เขาเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าการสื่อสารของเขาอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงต่อประเทศ นายขิ่น หม่อง ซอว์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดคุยกับสื่อมวลชน นักการทูต องค์กรระหว่างประเทศ และรัฐบาลต่างชาติ พร้อมทั้งเผยแพร่รายละเอียดของคำสั่งดังกล่าวว่า การติดต่อสื่อสารของนายขิ่น หม่อง ซอว์ อาจทำให้เกิดการล่วงละเมิด การใส่ร้ายบุคคลที่กระทำการตามกฎหมาย และอาจทำให้เกิดความไม่สงบและความไม่มั่นคงต่อความสงบสุขของประชาชน นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นและต่างชาติบางสำนัก สื่อที่ผิดกฎหมาย และสื่อต่าง ๆ กำลังเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่อาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงในเมียนมา ขณะนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สยังไม่สามารถติดต่อโฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ สื่อทางการของเมียนมาไม่เคยรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการไต่สวนคดีต่าง ๆ ที่นางซู จี ถูกตั้งข้อหาหลังเกิดเหตุรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ และมีเพียงนายขิ่น หม่อง ซอว์ ที่ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีและปัญหาสุขภาพของนางซู จี ทั้งนี้ นางซู จี ถูกรัฐบาลทหารเมียนมาควบคุมตัวไว้ในสถานที่ลับนับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร และไม่อนุญาตให้ติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้ […]

ธนาคารโลกหวังจีนบริจาคเงินเพิ่มช่วยประเทศยากจน

นายเดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาหวังว่าจีนจะเพิ่มยอดเงินบริจาคให้แก่กองทุนเพื่อประเทศยากจนของสมาคมการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือไอดีเอ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ดีในขณะนี้

1 176 177 178 179 180 315