ลพบุรี 1 ส.ค.- เลขาธิการสทนช. ตรวจสถานการณ์น้ำภาคกลางที่คาดว่า ปีนี้จะมีปริมาณฝนน้อยและเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยอาจเสนอคณะกรรมการน้ำแห่งชาติให้พิจารณาแนวทางควบคุมการใช้น้ำด้วยการงดทำนาต่อเนื่อง ย้ำจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก รองลงมาเพื่อรักษาระบบนิเวศ ส่วนการเพาะปลูกเน้นส่งให้ไม้ผลยืนต้น
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ติดตามสถานการณ์น้ำในภาคกลาง โดยระบุว่า เป็นห่วงภาวะฝนตกน้อย จากการติดตามปริมาณฝนสะสมของประเทศตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบันยังคงต่ำกว่าค่าปกติ รวมถึงปริมาณฝนในช่วงฤดูฝนของปีนี้ยังคงต่ำกว่าค่าปกติเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางที่คาดว่า ปริมาณฝนสะสมจะน้อยกว่าค่าปกติถึง 40% ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก 4 เขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้อย โดยมีรวมกันทั้งสิ้น 9,617 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 39 ของความจุอ่าง เป็นปริมาณน้ำใช้การรวมกัน 2,921 ล้าน ลบ.ม. แต่ที่เป็นห่วงคือ สภาวะเอลนีโญอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2567 แล้วยังต้องติดตามต่อว่า จะต่อเนื่องไปถึงปี 2568 หรือไม่ จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม
สำหรับภาคกลางมีพื้นที่เกษตรมาก โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกข้าวซึ่งใช้น้ำมาก โดยพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งในและนอกเขตชลประทานเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 11.04 ล้านไร่ จากแผน 13.13 ล้านไร่ จึงขอความร่วมมือเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำนา ให้รอฝนตกสม่ำเสมอก่อนจึงค่อยเพาะปลูก หลังเก็บเกี่ยวแล้วให้งดทำนาต่อเนื่อง โดยให้หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน
ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 คณะกรรมการลุ่มน้ำมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ หากประเมินว่า น้ำต้นทุนน้อย จะจัดลำดับความสำคัญการจัดสรรน้ำซึ่งจะต้องจัดเพื่อการอุปโภคบริโภคลำดับแรก รองลงมาคือ เพื่อรักษาระบบนิเวศ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรนั้น คณะกรรมการลุ่มน้ำอาจต้องประกาศแจ้งงดทำนาต่อเนื่อง กรณีที่มีความเสี่ยงสูงว่า จะเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำและการดำเนินการของคณะกรรมการลุ่มน้ำไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร ขั้นต่อไปจะต้องเป็นการออกประกาศจากนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำ
เลขาธิการสทนช. กล่าวว่า เตรียมจะเสนอให้กนช. พิจารณาเรื่องการประกาศงดทำนาต่อเนื่อง จากนั้นจึงจะเสนอครม. เห็นชอบเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการโดยรวมถึงกระทรวงมหาดไทยและกองทัพด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือของประชาชนที่จะใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามแผนที่กำหนดไว้
ขณะนี้ได้เน้นย้ำไปยังกรมชลประทานให้เร่งเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาและ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้ มีโอกาสที่จะมีพายุเข้าสู่ประเทศไทยได้ 1-2 ลูก ซึ่งจะเป็นผลดีในการเพิ่มน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า.-สำนักข่าวไทย