ใช้แล็บสูงสุดตรวจจนท.ทูตกลับจากอินเดีย

ทำเนียบรัฐบาล 11 พ.ค.-โฆษกศบค.ยันใช้แล็บสูงสุดตรวจเชื้อสายพันธุ์อินเดียตรวจเจ้าหน้าที่ทูตไทยที่กลับจากอินเดีย ห่วงทีร่ลักลอบเข้าเมืองผิดกม.ที่กาญจน์ ขณะนายกฯให้หาแนวทางประกันโควิดให้บุคลากรทางการแพทย์ 2.7 แสนราย


นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงการเฝ้าระวังสูงสุดของเชื้อกลายพันธุ์ของอินเดียและการเดินทางกลับของข้าราชการสถานทูตไทยในอินเดียที่ติดโควิด 3 คน ว่า ศบค.ให้ความสำคัญและให้ติดตามโควิดสายพันธุ์อินเดีย โดยตรวจเป็นระยะด้วยระบบจีโน่ ใช้แล็บขั้นสูงสุด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลศิริราชตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม

“ส่วนข้าราชการสถานทูตไทยที่เดินทางกลับมา เป็นสิทธิที่จะกลับมา ส่วนจะเป็นสายพันธุ์อะไรต้องตรวจต่อ ซึ่งการเข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องทำให้รู้และสามารถดูแลได้ แต่สิ่งที่ไม่ทราบคือหลบหนีเข้ามาช่องทางธรรมชาติ ล่าสุดพบว่าเข้ามาที่จ.กาญจนบุรี จับได้หลาย 10 คน ตรงนี้น่าห่วงและกังวลที่เข้ามาช่องทางนี้” โฆษกศบค. กล่าว


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงการทำประกันภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานโควิด-19 ว่า ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบให้พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หารือหาแนวทางเพื่อดำเนินการเรื่องนี้อีกครั้ง โดยหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและสมาคมประกันชีวิตไทย

“มีแนวทางจะพัฒนาแบบกรมธรรม์ประกันภัย โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 สรุปมี 3 รูปแบบ คือ 1.คุ้มครองผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 1,000,000 บาท 2.อาการโคม่าจากการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อีก 1,000,000 บาท และ 3.หากพบว่าติดเชื้อจากการทำงานได้อีก 10,000 บาทต่อราย รวมถึงคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้เงินคุ้มครองอีก 10,000 บาทต่อราย ทั้งหมดเป็นการสนับสนุนโดยมีคปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) สนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมดมูลค่ากว่า 38 ล้านบาท เพื่อคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ 270,000 ราย รวมวงเงินคุ้มครอง 275,410 ล้านบาท” โฆษกศบค. กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.