กระทรวงการต่างประเทศ 7 พ.ค.-รมว.กต. ยันไทยยังไม่ได้เข้าร่วม CPTPP เตรียมขอครม.ขยายเวลาพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ ไม่เสียเปรียบประเทศอื่น ก่อนส่งสภาเห็นชอบ ย้ำนายกฯไม่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ(กนศ.) ชี้แจงถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ผ่านมา ที่เกิดการบิดเบือนข้อมูลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเห็นชอบการเข้าร่วมข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหึ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP) แล้ว โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข้อมูลปลอม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาได้ให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ โดยเชิญผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ และเอกชนมาให้ความเห็น ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) จากนั้นครม.มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศและกนศ. พิจารณาข้อมูลจากกรรมาธิการฯ อีกครั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่กระทรวงการต่างประเทศและกนศ.เห็นว่าระยะเวลาดังกล่าว ไม่เพียงพอต่อการพิจารณารายละเอียด จึงขอขยายระยะเวลาเป็น 90 วัน ซึ่งครบกำหนดในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้จัดประชุมและเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาหารือร่วมกันหลายครั้ง ซึ่งแม้จะได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว แต่เห็นว่าควรทบทวนรายละเอียดเพื่อให้เกิดความรอบคอบอีกครั้ง จึงเสนอในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก 50 วัน เพื่อพิจารณาเตรียมการเจรจาในประเด็นที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ รวมถึงการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกให้ได้มากที่สุด แต่หากผลกระทบใดลดลงไม่ได้ เตรียมการพิจารณากลไกเยียวยา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามีความพร้อมเมื่อใด จึงจะเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP ต่อไป” นายดอน กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 25 มิถุนายนนี้ เรื่องดังกล่าวจะเข้าสู่การประชุมครม.อีกครั้ง ซึ่งครม.จะตัดสินว่าจะเข้าการเจรจาหรือไม่ ซึ่งการเจรจายังไม่ใช่การตอบรับเป็นสมาชิกภาคี แต่เป็นการเจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทย ซึ่งหากจะตอบรับเป็นสมาชิก จะนำข้อมูลทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ข้อสังเกตต่าง ๆ กระบวนการต่าง ๆ ในอนาคตไปพิจารณา และอาจขอเวลาเพิ่มเติมในการพิจารณาเข้าร่วมเป็นภาคี ซึ่งอาจจะเป็น 5 ปี 20 ปี หรือ 25 ปี เพื่อให้เกิดเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อไทย ซึ่งการจะตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกต้องขอมติจากรัฐสภาย นายกรัฐมนตรีจะลงนามเพียงผู้เดียวไม่ได้
“หากไทยไม่เข้าร่วม CPTPP จะเสียเปรียบการแข่งขันทางเศรษฐกิจประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน และโดยเฉพาะในบริเวณเอเชียแปรซิฟิก ที่ตอบรับเข้าร่วม CPTPP ไปแล้ว เพราะจะทำให้เกิดโอกาสการลงทุนจากนานาประเทศอย่างกว้างขวาง สามารถเปิดตลาดใหม่ ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงสู่ตลาดโลกการค้า การลงทุน และการบริการต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การตอบรับเข้าร่วมภาคี CPTPP ของไทย จะดำเนินการเมื่อมีความพร้อม และมั่นใจว่าจะต้องไม่เสียเปรียบประเทศอื่น ๆ” นายดอน กล่าว.-สำนักข่าวไทย