รัฐสภา 26 ก.พ.-คกก.ความปลอดภัยทางถนน ขยับ! เตรียมถก “รถบัสบึงกาฬ” คว่ำศุกร์นี้ ด้าน “นิกร” ชงเพิ่มวงเงินประกันภัยเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ชี้ “รถหมวด 30” เสี่ยงสูง-ตรวจสอบยาก พบถนนสาย 304 ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุบ่อย ปีเดียว 10 ครั้ง
นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของรัฐสภา และประธานคณะอนุกรรมการ ด้านประสานงานบริหารจัดการรณรงค์และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ แถลงข่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์รถบัสศึกษาดูงานของเทศบาลบึงกาฬพลิกคว่ำบนถนนสาย 304 บริเวณเขาศาลปู่โทน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งคณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารไม่ประจำทาง หมวด 30 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน คือ กรณีไฟไหม้รถบัสนักเรียนจากจังหวัดอุทัยธานี
โดยคณะกรรมการ ได้มีการศึกษากรณีนี้และเสนอแนวทางเชิงนโยบายไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการ ด้านความปลอดภัย สำหรับเหตุการณ์นี้นั้น คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและยานพาหนะ ซึ่งมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีต สว. เป็นประธาน จะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมการในวันศุกร์นี้ (28 ก.พ. 68) เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ว่าเกิดจากตัวผู้ขับขี่ สภาพรถ หรือเส้นทางคมนาคมที่ไม่ปลอดภัย ก่อนเสนอข้อสรุปต่อคณะกรรมการชุดใหญ่
นายนิกร กล่าวว่า จากประสบการณ์ด้านคมนาคมของตนที่มีมากกว่า 20 ปี มองว่ารถโดยสารหมวด 30 มีความปลอดภัยต่ำมาก เนื่องจากไม่ใช่รถที่วิ่งประจำทาง ทำให้การตรวจสอบด้านความปลอดภัยเป็นไปได้ยาก รวมถึงการควบคุมความเร็วของรถกลุ่มนี้ ก็ติดตามได้ยากกว่า นอกจากนี้ ในช่วงหลังพบอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถบัสโดยสารสองชั้นและรถตู้โดยสารหมวด 30 เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การขับขี่ ความเร็วและการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างเช่นในถนนสาย 304 เป็นเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยในปี 2567 ที่จากการตรวจสอบเบื้องต้นเกิดอุบัติเหตุใหญ่ เกือบ 10 เคส นอกจากนี้ ยังมีถนนเสี่ยงอีกหลายเส้นทาง แต่ปัจจุบันมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ยังอยู่ในระดับขอความร่วมมือเท่านั้น ไม่มีสภาพบังคับที่ชัดเจน
ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยทางถนนต้องใช้เวลาในการปรับปรุง แต่การเยียวยาผู้ประสบเหตุไม่สามารถรอได้ โดยที่ผ่านมาได้หารือกับนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ซึ่งกำลังพิจารณาถึงแนวทางการเพิ่มวงเงินประกันภัยให้เหมาะสมแก่เหตุ เนื่องจากปัจจุบันวงเงินประกันภัยอยู่ที่ 10 ล้านบาท โดยแบ่งเยียวยาผู้เสียชีวิตเพียง 500,000 บาท ซึ่งตนมองว่าน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เช่น กรณีนี้ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คน และยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก หากคำนวณเงินเยียวยาต่อรายจะไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
“ดังนั้น ต้องมีการขยายวงเงินประกันภัยให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อให้เกิดความระมัดระวังจากผู้ประกอบการ และช่วยเหลือครอบครัว ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้อย่างเหมาะสม” นายนิกร กล่าว.-312.-สำนักข่าวไทย