fbpx

อนาคตวงการยกน้ำหนักไทย

กรุงเทพฯ 25 ก.พ.- อนาคตของสมาคมกีฬายกน้ำหนักไทยและจอมพลังทีมชาติไทยจะเป็นอย่างไร หลังจากผู้บริหารสมาคมลาออกยกชุด ติดตามจากรายงานพิเศษ


หลังจากนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ถูกตรวจพบสารกระตุ้นต้องห้ามจากการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ปี 2018 ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ส่งผลให้จอมพลังทีมชาติไทย พลาดลงแข่งขันในหลายรายการเพื่อเก็บคะแนนสะสม จนหมดสิทธิ์ลงชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ 2020 โตเกียวเกมส์ และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มรสุมลูกใหญ่อีกลูกก็ถาโถมเข้ามาสู่วงการยกลูกเหล็กไทยอีกครั้ง หลังจากมีบทสัมภาษณ์ของอดีตจอมพลังสาวทีมชาติไทย ในสกู๊ปของสถานีโทรทัศน์ ARD ของเยอรมนี ได้เผยแพร่สกู๊ปเปิดโปงการใช้สารกระตุ้นต้องห้ามในวงการยกน้ำหนักโลก และการบริหารงานที่มีปัญหาของ ทามาส อาจาน ประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ หรือ IWF ซึ่งได้ถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายและอาจส่งผลต่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2026 รวมถึงกีฬารายการสำคัญอีกหลายรายการ ทำให้นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารฯ ประกาศลาออก แบบยกชุด เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารในครั้งนี้ ทาง ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ดีที่แสดงสปิริตให้ทั่วโลกได้เห็นและถือเป็นบรรทัดฐานต่อไปของวงการกีฬาไทย ขณะที่การเตรียมนักกีฬาก็จะเดินหน้าต่อไปไม่น่ามีปัญหาอย่างแน่นอน


การพัฒนาจอมพลังทีมชาติไทย ถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากทีมชาติไทยไม่ได้ส่งนักกีฬาไปแข่งขันในระดับนานาชาตินานกว่า 2 ปี โดยก้าวแรกต่อจากนี้ คงต้องลุ้นกันว่าใครจะมานั่งตำแหน่งนายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักไทยคนต่อไป ในการเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่วันที่ 8 มีนาคมนี้ โดยตอนนี้มีผู้สมัครชิงตำแหน่งเพียง 2 คน คือ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ กับนายปรัชญา กีรตินันท์ อดีตเลขาธิการสมาคม ซึ่งแนวโน้มความเป็นไปได้น่าจะเป็น พล.ต.อินทรัตน์ ที่จะได้ครองตำแหน่งนี้ และต้องดูว่าหลังจากรับตำแหน่ง นายใหญ่คนใหม่ของวงการยกลูกเหล็กไทย จะกอบกู้ศักดิ์ศรีวงการยกน้ำหนักไทยกลับคืนมาได้หรือไม่.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ชี้อิสราเอล-อิหร่านส่งสัญญาณหาทางถอยจากสงคราม

เยรูซาเล็ม 19 เม.ย.- สื่ออิสราเอลมองว่า การที่อิหร่านพยายามปฏิเสธว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่านวันนี้ไม่ใช่การโจมตีแก้แค้นของอิสราเอล และการที่อิสราเอลยังคงนิ่งเฉยไม่ออกตัวว่าเป็นผู้กระทำ เป็นการส่งสัญญาณว่าทั้ง 2 ฝ่ายกำลังหาทางล่าถอยจากการทำสงครามในขณะที่นานาชาติกดดันให้ใช้ความอดกลั้น เว็บไซต์ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทางการอิสราเอลว่า ได้โจมตีอิหร่านในเช้าวันนี้ ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานเพียงว่า มีการเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศ และปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องมีการโจมตีที่ตั้งทางทหารในเมืองอิสฟาฮาน ที่อยู่ห่างจากกรุงเตหะรานลงไปทางใต้ 315 กิโลเมตร โดยระบุว่าเหตุการณ์ปกติ แต่เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐที่ขอสงวนนามเผยกับสื่อในสหรัฐว่า เป็นฝีมือของอิสราเอล หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐอ้างแหล่งข่าวอิหร่าน 3 คนว่า ฐานทัพอากาศในเมืองอิสฟาฮานถูกโจมตีแต่ไม่มีข้อมูลเรื่องความเสียหาย ไทมส์ออฟอิสราเอลมองว่า ลักษณะของการโจมตีอย่างจำกัด ซึ่งมีรายงานว่าเป็นการใช้โดรน ไม่ใช่ขีปนาวุธหรือปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ประกอบกับการที่อิสราเอลไม่ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการ น่าจะเปิดทางให้รัฐบาลอิหร่านสามารถปฏิเสธเรื่องความจำเป็นที่จะต้องขู่โจมตีอิสราเอลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากระดมยิงขีปนาวุธและโดรนมากกว่า 300 ลูกใส่อิสราเอลเมื่อเช้ามืดวันที่ 14 เมษายนตามเวลาอิสราเอล เป็นสัญญาณเบื้องต้นว่า ทั้ง 2 ประเทศอาจกำลังหาทางล่าถอยจากการทำสงคราม ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า อิสราเอลจะแก้แค้นอิหร่านตามที่แสดงท่าทีมาตลอดทั้งสัปดาห์ว่า จะไม่ยอมปล่อยให้อิหร่านโจมตีโดยไม่ตอบโต้ จุดกระแสวิตกว่า การโจมตีตอบโต้กันไปมาจะบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ดี มีสัญญาณว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอลได้ลดความุรนแรงของแผนการโจมตีตามที่นานาชาติกดดันให้ใช้ความอดกลั้น.-814.-สำนักข่าวไทย  

ผงะ! พบศพหนุ่มเมียนมาในแท็งก์น้ำ ดาดฟ้าหอพัก

ผงะ! พบศพหนุ่มเมียนมาสภาพเปลือย ในแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าหอพัก ย่านมีนบุรี เสียชีวิตมาแล้ว 2 วัน คาดลงไปเล่นน้ำคลายร้อน

ระทึก! สารแอมโมเนียจากโรงน้ำแข็งรั่ว บาดเจ็บนับร้อย

ระทึกกลางดึก สารแอมโมเนียรั่วในโรงน้ำแข็ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ชาวบ้านสูดดม ได้รับผลกระทบกว่า 100 คน ต้องกระจายส่งตาม รพ. ต่างๆ

จับแล้ว! ชายอินเดียฆ่าปาดคอหญิงวัย 51 ปี

เกิดเหตุฆ่าปาดคอหญิงอายุ 51 ปี ในโรงแรมท้องที่ สน.ตลาดพลู ผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวอินเดียที่อยู่ด้วยกันในโรงแรม กว่า 1 สัปดาห์ ก่อนหายตัวไปหลังเกิดเหตุ ล่าสุดตามจับได้แล้ว สารภาพอ้างแค้นผู้ตายไม่คืนเงิน

ข่าวแนะนำ

ชาวเมียนมาหนีภัยข้ามมาฝั่งไทยต่อเนื่องกว่า 1,200 คน

เมียนมาใช้เฮลิคอปเตอร์ติดปืนกล พร้อมส่ง MiG-29 ถล่มฝ่ายต่อต้าน ทำประชาชนเมียนมาหนีภัย ข้ามมาฝั่งไทย ต่อเนื่องกว่า 1,200 คน

เอกวาดอร์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะวิกฤตพลังงาน

อกวาดอร์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันศุกร์ โดยเป็นการประกาศเพราะวิกฤตพลังงานที่ทำให้ประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้ต้องใช้มาตรการปันส่วนพลังงาน

ฝ่ายต่อต้านรุกหนัก ถล่มทหารเมียนมาตั้งแต่เช้ามืด

ฝ่ายต่อต้าน รุกหนักถล่มทหารเมียนมา ฐานพัน.ร.275 ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด ตั้งแต่เช้ามืด ทำประชาชนเมียนมา หลบหนีการสู้รบเข้าฝั่งไทยแล้วกว่า 200 คน

“ทวี ไกรคุปต์” อดีตนักการเมืองดัง เสียชีวิตแล้ว

“ไพศาล พืชมงคล” โพสต์แสดงความอาลัยการจากไปของ “ทวี ไกรคุปต์” อดีตนักการเมืองดัง และบิดาของ “เอ๋-ปารีณา”