จ่อเสนอแผนอนุรักษ์พะยูนไทย วอนสังคม ลด-ละ-เลิกใช้พลาสติก

19 ส.ค. – คณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ เตรียมเสนอแผนอนุรักษ์พะยูนไทย ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนให้ได้ร้อยละ 50 ใน 10 ปี วอนสังคมลดละเลิกใช้ขยะพลาสติก 


หลังเจ้าหน้าที่นำซากพะยูน้อย “มาเรียม” วัย 9 เดือน ออกจากช่องแช่แข็งที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง มาล้างทำความสะอาด บรรจุร่างลงในถังพลาสติกแช่ด้วยน้ำแข็งแห้ง ก่อนนำไปขึ้นเครื่องบินกองทัพเรือ ลำเลียงมาถึงกรุงเทพฯ และส่งไปที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลอง 5 ปทุมธานี เพื่อเตรียมสตัฟฟ์แล้ว หลังจากนั้นจะนำไปจัดแสดงไว้ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเปิดให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ ใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน


ตั้งเป้าเพิ่มพะยูนไทยร้อยละ 50 ภายใน 10 ปี

ในการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีวาระสำคัญแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ และแผนการอนุรักษ์สัตว์สัตว์สงวน 4 ชนิด ได้แก่ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ 


ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์พะยูนไทยสำรวจพบมากที่สุดในจังหวัดตรัง ประมาณ 200 ตัว หากรวมกับพื้นที่อื่นทั่วประเทศมีประมาณ 250 ตัว ในปีนี้พบพะยูนเกยตื้น 16 ตัว ตายไปแล้ว 15 ตัว รวมมาเรียมด้วย ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของทุกปีที่พบการตายเพียงปีละ 10-12 ตัว ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติมาก สาเหตุสำคัญมาจากเครื่องมือประมงร้อยละ 90 รองลงมาเป็นผลจากขยะพลาสติก

อีกทั้งยังมีการเสนอแผนพะยูนโมเดล ตั้ง 3 เป้าหมาย คือ

1.แผนจัดการพื้นที่แหล่งอาศัยของพะยูน 12 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเสนอลดหรือปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่ส่งผลกระทบต่อการอาศัยของพะยูนให้ได้ภายใน 2 ปี เพื่อลดการสูญเสียจากเดิมร้อยละ 50 ควบคู่กับการช่วยเหลือให้ชาวประมงอยู่ได้อย่างความยั่งยืน และเป็นแนวร่วมในการดูแลพะยูน

2.แผนดูแลพะยูนในแหล่งธรรมชาติทั้งหมด ตั้งเป้าภายใน 10 ปี จะต้องเพิ่มจำนวนพะยูนให้ได้ร้อยละ 50 ซึ่งจะทำให้มีประชากรเพิ่มเป็น 375 ตัว  

3. แผนมาเรียมโปรเจกต์ จะเสนอต่อ ครม. ให้วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันพะยูนแห่งชาติ มีกิจกรรมอนุรักษ์พะยูน ลดการใช้การทิ้งขยะพลาสติก รวมทั้งเสนอตั้งกองทุนมาเรียม ส่งเสริมการอนุรักษ์พะยูนในทุกๆ ด้าน 

พร้อมทั้งจัดการปัญหาขยะทะเล ซึ่งร้อยละ 80 มาจากบกลงสู่แม่น้ำลำคลองออกสู่ทะเล ทุกคนจึงมีส่วนในการผลิตขยะทะเลทั้งนั้น ทั้งหมดนี้จะเสนอต่อคณะกรรมการทะเลแห่งชาติพิจารณาต่อไป

เร่งสำรวจหญ้าทะเล ทำแผนอนุรักษ์พะยูน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจหญ้าทะเลบริเวณเกาะไม้งาม ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เบื้องต้นพบหญ้าทะเลใบพาย และร่องรอยการกินของพะยูน จึงเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งหากินของฝูงพะยูนอีกหนึ่งแหล่งของ จ.กระบี่ การสำรวจครั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนการพิสูจน์สาเหตุการตายของพะยูนเพศผู้ วัย 25 ปี ที่อ่าวไร่เลย์ตะวันตก ต.อ่าวนาง เมื่อวานนี้ (18 ส.ค.) พบว่าติดเชื้อจากบาดแผลบริเวณช่องท้อง จากเศษเงี่ยงปลากระเบน ยาว 15 ซม. ที่พะยูนกลืนลงไปเสียบติดอยู่ในช่องท้อง และพบเศษขยะพลาสติกในระบบทางเดินอาหาร

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) ระบุการสำรวจตั้งแต่ปี 2505 จนถึงปัจจุบัน พบพะยูนเกยตื้นในทะเลไทยแล้ว 441 ตัว พบมากสุดที่ จ.ตรัง รองลงมาคือ กระบี่ พังงา ระยอง และภูเก็ต ถือเป็นตัวเลขการสูญเสียที่น่าเป็นห่วง. – สำนักข่าวไทย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ถอดบทเรียน “มาเรียม” สู่การดูแลสัตว์ทะเลหายาก

สัตวแพทย์ระบุต้องจัดการขยะพลาสติกในแหล่งหญ้าทะเล

แผนอนุรักษ์พะยูนไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม