เครือข่ายนักวิชาการจับผิดเลือกตั้ง ส่อทุจริต 27 เขตเลือกตั้ง

กทม.29 มี.ค.-เครือข่ายนักวิชาการฯ เเถลงผลสังเกตการณ์การเลือกตั้ง พบพฤติกรรมส่อทุจริต 27 เขตเลือกตั้งจาก 160 เขตที่สุ่มสำรวจ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการเลือกตั้ง จี้ กกต.เร่งเปิดเผยคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง ให้ประชาชนได้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ย้ำพรรคการเมืองต้องมีมารยาททางการเมือง


เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาเเละมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายสามชาย ศรีสันต์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ ร่วมเเถลงผลการสำรวจการสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2562    ซึ่งดำเนินการโดยคณาจารย์เเละนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐ 24 แห่งทั่วประเทศ 


โดยจากการลงพื้นที่ของคณาจารย์ นักวิจัยเเละนักศึกษากว่า 205 คนเพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้ง 77 จังหวัด ใน 160 เขตเลือกตั้งจากทั้งหมด 350 เขต พบว่ามี 27 เขตเลือกตั้งที่ส่อมีการทุจริต คิดเป็นร้อยละ 17 โดยเเบ่งขั้นตอนที่พบพฤติกรรมที่ส่อทุจริต 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนก่อนลงคะเเนน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 11 ขั้นตอนการลงคะเเนนร้อยละ 37 ขั้นตอนการปิดการลงคะเเนนร้อยละ 24 เเละขั้นตอนการนับคะเเนนร้อยละ 28


ขั้นตอนที่พบพฤติกรรมที่ส่อการทุจริตมากที่สุด คือการลงคะเเนน โดยพบพฤติกรรมมีการเปลี่ยนตัวกรรมการร้อยละ 1.8 นำคนจำนวนมากมาลง คะแนนร้อยละ 2.5 กรรมการไม่ตรวจบัตรร้อยละ 1.2 กรรมการไม่ให้ผู้มาใช้สิทธิลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานร้อยละ2.5 กรรมการหย่อนบัตรเลือก ตั้งแทนผู้มาใช้สิทธิร้อยละ1.8 รายชื่อผู้มาใช้สิทธิตกหล่นร้อยละ 1.8 และใช้สื่อ แสดงพฤติกรรมชี้นำการเลือกตั้งร้อยละ7.5 

ส่วนพฤติกรรมส่อทุจริตช่วงปิดการลงคะแนนคือการจัดทำสรุปสำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงคามความเป็นจริง ร้อยละ 8.1 และมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรก่อนเปิดนับคะแนน ร้อยละ 1.8 ขณะที่พฤติกรรมส่อทุจริตการนับคะแนน คือเจตนาทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสียร้อยละ 1.2 ไม่นับคะแนนอย่างเปิดเผยในทุกขั้นตอนร้อยละ 1.8 อ่านคะแนนโดยไม่แสดงบัตรให้ดูร้อยละ 1.8 ขีดนับคะแนนผิดพลาดร้อยละ 1.8 ประกาศคะแนนผิดจากความเป็นจริงร้อยละ 1.8 วินิจฉัยบัตรเสียอย่างไม่เป็นธรรม ร้อยละ 2.5 สรุปตัวเลขผู้มาใช้สิทธิบัตรดี บัตรเสียไม่ตรงตามจำนวนบัตรที่เหลือ ร้อยละ6.2และมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการนับคะแนนร้อยละ 2.5 

นายสามชาย กล่าวว่า จากการทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ พบเรื่องความบกพร่อง ผิดพลาดและพิรุธ จนนำสู่การรวบรวมรายชื่อถอดถอน กกต.ของหลายกลุ่ม  ซึ่งเชิงกฎหมายยืนยันว่าต่อให้ กกต.ถูกถอดถอน แต่ยังสามารถรักษาการได้ หรือมีกลไกอื่นที่สามารถเดินหน้าต่อได้ อย่างไรก็ตาม ต้องการให้กกต.สร้างความกระจ่าง และอธิบายข้อกังขา และเมื่อพิสูจน์จนสิ้นสงสัยก็ต้องการให้พรรคการเมืองเคารพต่อเจตนารมณ์ของประชาชน และมารยาทของพรรคการเมืองโดยให้พรรคที่มีจำนวนที่นั่ง ส.ส.มากที่สุดจัดตั้งรัฐบาล และ ส.ว.ต้องเคารพเสียงนั้นของประชาชนด้วย 

ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวยืนยันว่าอยากให้ กกต.เปิดเผยคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง หากยังนิ่งเฉยจะนิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เพราะสิ่งที่เปิดเผยวันนี้ก็ตรงกับข้อสงสัยส่วนใหญ่ของประชาชน ซึ่งมองว่าหากกกต.ยังไม่เปิดเผย หรือให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้งโดยเร็ว อนาคตอาจจะมีความขัดแย้ง แต่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวบนท้องถนน

ขณะที่นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ขณะนี้หลายฝ่ายมีความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ตนมองว่า หากมาจากการนับที่ไม่ถูกต้องมีข้อสงสัย ไม่โปร่งใสอยู่ข้อถกเถียงนั้นก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนเจตนารมณ์ประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นต้องทำให้โปร่งใสเร็วที่สุด กกต.ต้องเปิดเผยตัวเลขคะแนนแต่ละหน่วย  ให้มีความเที่ยงตรง โปร่งใส ตรวสอบได้  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการแถลงผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้ออกแถลงการณ์ 5 ข้อต่อการเลือกตั้งดังนี้ 1. ทุกคะแนนที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือนอกประเทศต้องได้รับความเคารพ ไม่ถูกบิดเบือน 

2. ให้กกต.ชี้แจงกรณีบัตรเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นมาจนทำให้เกิดข้อสงสัยมาว่าเหตุใด หรือเป็นอภินิหารหีบเลือกตั้งของ กกต.

3. เรียกร้องให้กกต.เปิดเผยคะแนนเสียงต่อทุกฝ่าย หากไม่เป็นเปิดจะเป็นการตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือของกกต.ที่ไม่มีความเป็นกลาง กระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศ และมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลโดยตรง 

4.หากเปิดเผยผลคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งไม่ตรงกับหลักฐานจากผู้สังเกตการณ์และพยานในการนับคะแนนแต่ละหน่วยจากภาคประชาชน กกต.ควรจัดให้มีการนับคะแนนใหม่อย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการเลือกตั้งใหม่ 

5.เชิญชวนประชาชนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนที่โปร่งใสในรูปแบบต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เชียงใหม่อากาศแปรปรวน เจอลมหนาว-ฝนตก 3 วันติด

ชาวเชียงใหม่เจอลมหนาวและฝนตกต่อเนื่อง 3 วันติด อุตุฯ ย้ำอากาศแปรปรวน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ยังมีฝนตกและลมหนาว แนะรักษาสุขภาพ

“อัจฉริยะ” ยื่นสอบปม “ทนายตั้ม” ปูดข่าวผู้บริหารปลอมเอกสารขยายอายุเกษียณ

“อัจฉริยะ” ยื่นหนังสือตรวจสอบข้าราชการช่วยผู้บริหารรัฐวิสาหกิจปลอมเอกสารขยายอายุเกษียณ คาดอาจมีทนายดังเข้าไปเอี่ยว เสนอตำรวจให้สอบพยานรายสำคัญที่เป็นประโยชน์กับ “มาดามอ้อย”

“ทนายตั้ม” เครียดหนัก หลัง 3 บิ๊ก บช.ก. สอบปากคำ

“ทนายตั้ม” เครียดหนัก หลัง 3 บิ๊กสอบสวนกลาง สอบปากคำ นานกว่า 5 ชั่วโมง ขณะที่พนักงานสอบสวนเตรียมเข้าค้น “ษิทรา ลอว์ เฟิร์ม” เช้าพรุ่งนี้ หาหลักฐานเพิ่ม ก่อนฝากขังช่วงบ่าย ค้านประกันตัว

“บิ๊กอ้อ” เผย “ทนายตั้ม-ภรรยา” มีพฤติการณ์หนี-ยุ่งเหยิงพยานฯ

“บิ๊กอ้อ” ชี้ตำรวจต้องออกหมายจับ “ทนายตั้ม” เหตุพบพฤติการณ์เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีคดีต่อเนื่อง 3 คดี เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผย “เหนือ-อีสาน” อากาศเย็นตอนเช้า-ภาคใต้ฝนหนัก

กรมอุตุฯ เผย “เหนือ-อีสาน” อากาศเย็นในตอนเช้า เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง พร้อมอัปเดตเส้นทางพายุ “หยินซิ่ง”

MOU44

MOU 44 ผลประโยชน์ชาติ กับ การเมือง ตอนที่ 1

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องเอ็มโอยู 44 และเส้นแบ่งอาณาเขตทางทะเล หรือเส้นเคลม กลายเป็นปมร้อน ท่ามกลางความกังวลถึงผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และสิทธิเหนือเกาะกูด ติดตามความเห็นและมุมมองจากผู้เกี่ยวข้องในรายงาน “ปมร้อน เอ็มโอยู 44 ผลประโยชน์ชาติ กับ การเมือง”

ทนายตั้ม

“ทนายตั้ม” สร้างตัวตนผ่านสื่อ หวังหาผลประโยชน์หรือไม่

หลังจากพนักงานสอบสวนควบคุมตัว “ทนายตั้ม” และภรรยา เข้าเรือนจำไปแล้ว มีคำถามตามมาว่า ทนายคนดังสร้างตัวตนจนโดดเด่นในสังคม เพื่อหาผลประโยชน์จากความน่าเชื่อถือที่สร้างไว้หรือไม่