กทม. 11 ม.ค.-ญาตินักธุรกิจชาวอังกฤษ ข้องใจการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุแต่มีบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งที่ศีรษะอย่างรุนแรง คาดมาจากปมโอนหุ้น
นายวินเซนต์ แมคโอเว่น ชาวอังกฤษ ผู้รับมอบอำนาจจากญาตินายสตีเว่น เจมส์ แกรนด์วิลล์ อดีตนักธุรกิจชาวอังกฤษ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบการเสียชีวิตของนายสตีเว่น เชื่อว่ามีเงื่อนงำ
นายวินเซนต์ ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นหลังนายสตีเว่น เข้ามาลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำรีสอร์ทในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่อโครงการ ปุระวนา รีสอร์ท มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท เมื่อปี 2543 ต่อมามีคดีความฟ้องร้องข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับนักธุรกิจชาวอินเดีย ทำให้นายสตีเว่นถูกคุมขังในเรือนจำนานกว่า 1 ปี แต่ภายหลังศาลยกฟ้อง นายสตีเว่นจึงกลับมาทำธุรกิจต่อ กระทั่ง ปี 2555 นายสตีเว่นได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับนายทุน เป็นสองพี่น้องคนไทยตระกูลดัง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมือง โดยได้ยื่นข้อเสนอให้นายสตีเว่นโอนหุ้นร้อยละ 99 ของโครงการปุระวนา รีสอร์ท ให้กลุ่มนายทุนดังกล่าว โดยอ้างว่านายสตีเว่น เคยมีคดีความอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่หลังจากทำสัญญาโอนหุ้นเพียง 3 เดือน วันที่ 24 มีนาคม 2556 นายสตีเว่น ประสบอุบัติเหตุ บิ๊กไบค์พลิกคว่ำ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.กะรน จังหวัดภูเก็ต แต่พบข้อสงสัยว่ามีเพียงบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งที่ศีรษะอย่างรุนแรง แต่ไม่พบบาดแผลถลอกหรือฟกช้ำอื่นๆตามร่างกาย ทั้งที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน ทำให้นายสตีเว่น ต้องนอนพักรักษาตัวนาน 4 ปี จนเสียชีวิต เมื่อปี 2560 ทางญาติเคลือบแคลงสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ตำรวจเจ้าของคดี ทำคดีไม่มีความคืบหน้า จึงมาร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบคดีดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา ได้ใช้เงินไปกว่า 15 ล้านบาทในการต่อสู้คดีและหาความจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในชั้นศาล เพื่อให้มีการโอนหุ้นคืนแก่ญาตินายสตีเว่น.-สำนักข่าวไทย
