สถาปนิกสาวแจ้งความแม่ค้าขายเสื้อผ้าด่าทอ-น้ำสาด

เชียงใหม่ 29 ม.ค.-แม่ค้าขายเสื้อผ้าพื้นเมืองเชียงใหม่ โมโหลูกค้าสาว ที่ต่อราคาผ้าพื้นเมือง จึงด่าทอหยาบคาย ใช้น้ำสาดและเก้าอี้ปา จนสถาปนิกสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดี 



นางสาวปรัชญาพร บุญญลักษณ์ อายุ 28 ปี สถาปนิกสาว นำภาพหลักฐาน เป็นคลิปวิดีโอที่ถูกทำร้าย เข้าแจ้งความ กับร้อยตำรวจเอก วิชชเยนทร์ วงศ์เทพ ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับคุณป้าเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าพื้นเมืองแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่  ที่ด่าทอหยาบคายใช้ถังน้ำสาดใส่ ใช้เก้าอี้พาสติกขว้างปาใส่ จนทำให้ฟกซ้ำตามแขน ซึ่งลูกจ้างสาวในร้าน  พยายามห้ามปรามคุณป้าแต่ไม่ฟังด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด


นางสาวปรัชญาพร เล่าว่ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าพื้นเมืองที่ร้านเกิดเหตุ  และก่อนหน้านี้ มีชาวต่างชาติ มาเลือกซื้อสร้อยคอ แต่สื่อสารกับลูกจ้างในร้านไม่รู้เรื่อง จึงเข้าไปอธิบายแทน และระหว่างที่ตนเองเลือกซื้อสินค้า เป็นผ้าพื้นเมือง ตนเองได้ต่อรองราคาจาก 290 บาท เหลือ 250 บาท ทางพนักงานได้ไปถามเจ้าของร้าน แต่ลดให้ไม่ได้ ตนเองก็จะซื้อ ในราคา 290 บาท แต่ลูกจ้างสาวมาบอกอีกว่าจะไม่ขายแล้ว ก็เลยบอกว่าจะถ่ายภาพไว้ ถ้าไม่ขายนำมาวางขายทำไม แต่สุดท้ายก็ยอมขายให้พร้อมกับยื่นเงินให้ไป 500 บาท  และบอกทอนเงินให้ครบด้วย  แต่อาจทำให้คุณป้า เจ้าของร้านไม่พอใจ ที่เห็นว่าเรื่องมาก จึงได้ด่าทอหยาบคาย เสียๆหายๆ และตนเองได้ถ่ายคลิปไว้  ยิ่งทำให้คุณป้าไม่พอ เข้ามาไล่ทำร้าย พร้อมทั้งยกถังน้ำจะสาดใส่


ตนเองยกมือคว่ำถังน้ำได้ทัน แต่ยังใช้เก้าอี้และสิ่งของขว้างปาใส่ตนเอง จนต้องวิ่งหนี ลูกจ้างสาวเข้ามาห้ามปรามแต่คุณป้าไม่ฟัง ตนเองจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ  ซึ่งคุณป้าอาจจะไม่พอใจ ที่ก่อนหน้านี้ตนเอง ได้พูดคุยกับชาวต่างชาติ ที่มาเลือกซื้อสร้อยคอ และได้ต่อรองราคาเหมือนกัน แต่ทางพนักงานสาวในร้านอาจพูดคุยกันไม่เข้าใจ ตนเองจึงได้อธิบายให้ชาวต่างชาติเข้าใจ ว่าสินค้าแฮนแมด ไม่สามารถต่อรองราคาได้ ชาวต่างชาติก็เข้าใจ และได้ซื้อสินในราคาที่ทางร้านกำหนด ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้คุณป้าไม่พอใจ จึงโมโหร้ายและอาจเข้าใจผิดที่ตนเองไปพุดคุยอะไรกับชาวต่างชาติ  ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและให้ทางผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาล เพื่อนำมาประกอบการสอบสวน และจะได้นัดคู่กรณีมาสอบปากคำต่อไป ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด