สุรินทร์อพยพเพิ่ม กระสุนปืนใหญ่ตกอีก 1 ลูก

สุรินทร์ 25 ก.ค. – สถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ล่าสุดมีกระสุนปืนใหญ่ยิงเข้ามาตกอีก 1 ลูก ในพื้นที่ อ.ปราสาท ทำให้ประชาชนต้องอพยพเพิ่มเติม. – สำนักข่าวไทย

อพยพแล้วกว่า 6 หมื่นคน หนีสู้รบชายแดน ทบ.เร่งดูแล

25 ก.ค.- ทบ. เร่งอพยพกว่า 6 หมื่นคน 14 อำเภอ 4 จังหวัด หนีสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา พบวันนี้เสียชีวิต 16 ราย เจ็บ 29 คน ตั้งโรงครัวพระราชทาน 6 จุด พ.ต.หญิง จุฑาพัชร เปรมบัญญัติ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่เร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่การสู้รบ ตลอดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา หลังจากฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากใช้อาวุธหนักยิงโจมตีเข้ามาในเขตพื้นที่ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อเช้าวานนี้ (24 ก.ค.68) ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่รวม 14 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ อ.บ้านกรวด, จ.สุรินทร์ อ.กาบเชิง, อ.พนมดงรัก, อ.สังขะ, อ.บัวเชด, อ.ปราสาท และ อ.เมืองสุรินทร์, จ.ศรีสะเกษ อ.กันทรลักษ์, อ.เบญจลักษ์, อ.ศรีรัตนะ, อ.พยุห์, อ.กันทรารมย์ […]

4 รมต.ลงพื้นที่ดูแลปชช. รับมือสถานการณ์ชายแดน

ทำเนียบ 25 ก.ค.- รัฐบาลส่ง 4 รัฐมนตรีลงพื้นที่ 4 จังหวัด ดูแลประชาชน รับมือสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมเตรียมเที่ยวบินรับคนไทยในกัมพูชา จัดชุดดูแลความปลอดภัย 24 ชม. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำให้ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ด้วยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในระดับพื้นที่และส่วนกลาง รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่คนไทยในกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบและประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 […]

พายุถล่มภาคเหนือของจีน-อพยพประชาชน 19,000 คน

ปักกิ่ง 25 ก.ค. – พายุรุนแรงที่พัดถล่มทางตอนเหนือของจีน ทำให้เกิดฝนตกที่มีปริมาณน้ำฝนเกือบเท่าน้ำฝนที่ตกทั้งปีที่เมืองเป่าติ้ง ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้กรุงปักกิ่ง และทำให้ประชาชนกว่า 19,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน เนื่องจากถนนหลายสายเริ่มจมอยู่ใต้น้ำและถูกตัดขาดจากพื้นที่อื่นๆ รายงานระบุว่า ที่อำเภออี้ ทางตะวันตกของเมืองเป่าติ้ง มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 447.4 มิลลิเมตร ในช่วง 24 ชั่วโมง จนถึงเช้าวันศุกร์ และมีการทำลายสถิติเดิมของปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่สถานีตรวจวัดสภาพอากาศในหลายๆ แห่งในมณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งเป่าติ้งเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนี้ บันทึกอย่างเป็นทางการระบุว่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีในเป่าติ้ง อยู่ที่ประมาณ 500 มิลลิเมตร สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีน หรือ ซีเอ็มเอ (CMA) ระบุในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีการอพยพประชาชนรวม 19,453 คน จาก 6,171 ครัวเรือน ออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาไม่ได้กล่าวถึงว่าประชาชนอพยพไปยังสถานที่ใด แต่ได้แชร์คลิปสั้นๆ แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายในเสื้อกันฝนสีสะท้อนแสง ยืนลุยน้ำท่วมในถนนลึกถึงรองเท้าบูท ขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักในเวลากลางคืน เมืองจัวโจวในเป่าติ้ง ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรงเมื่อสองปีที่แล้ว พบว่าสะพานและถนนหลายสายถูกตัดขาด หลังจากพายุทำให้เกิดฝนตกมากกว่า 190 มิลลิเมตร ในเช้าวันศุกร์ เป่าติ้งยังคงประกาศเตือนภัยสีแดงสำหรับฝนตกหนักในเช้าวันศุกร์ ในขณะที่มณฑลเหอเป่ย์ […]

ประชาชนในตัวเมืองบ้านกรวด อพยพแล้วเกือบ 100%

บุรีรัมย์ 25 ก.ค. – โรงพยาบาล สถานที่ราชการ ปั๊มน้ำมัน ร้านค้าในตัวเมืองบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ปิดให้บริการ ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่เกือบ 100% หลังมีกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาตกในพื้นที่กว่า 70 ลูก เจ็บ 2 ราย และยังมีเสียงปืนดังต่อเนื่อง บรรยากาศที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอำเภอติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารไทย และทหารกัมพูชา พบว่าทั้งโรงพยาบาล สถานที่ราชการ ธนาคาร สถานีบริการน้ำมัน สถานประกอบการ ร้านค้าในตัวอำเภอบ้านกรวด ซึ่งมีระยะห่างจากแนวชายแดนเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร ปิดให้บริการชั่วคราว และอพยพออกจากพื้นที่แล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาลบ้านกรวด ทยอยอพยพออกไปอยู่ตามโรงพยาบาลในอำเภอใกล้เคียงตั้งแต่เมื่อวานนี้ และมีคำสั่งให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรเจ้าหน้าที่ทุกคนภายในโรงพยาบาลออกจากพื้นที่ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลังจากตลอดทั้งวันมีกระสุนปืนใหญ่ตกเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนตามแนวชายแดน รวมถึงในตัวอำเภอบ้านกรวดมากถึง 74 ลูก ขณะที่ตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ยังมีเสียงปืนใหญ่ดังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางส่วนดังมาจากชายแดนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด บางส่วนดังมาจากชายแดนฝั่งปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน […]

ประชาชนต้องอพยพกว่า 100,000 คนไปยังศูนย์พักพิง 295 แห่ง

กทม. 25 ก.ค.-ปลัด มท. เผยมีประชาชนต้องอพยพจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา มากกว่า 100,000 คนไปยังศูนย์พักพิง 295 แห่ง กำชับผู้ว่าฯ นายอำเภอ บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ถูกสุขลักษณะ พร้อมสร้างขวัญกำลังใจประชาชนควบคู่การบำรุงขวัญกำลังพลตามแนวพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นจากการลักลอบยิงอาวุธของกัมพูชาเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยของประเทศไทยจนส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ที่พักอาศัยพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับผลกระทบ ทั้งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงต้องอพยพย้ายที่พักชั่วคราว โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วน นำยานพาหนะของทุกหน่วยงานเร่งอพยพประชาชนเข้าไปยังพื้นที่ปลอดภัยห่างจากแนวการปะทะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้ดูแลด้านการใช้ชีวิตครอบคลุมปัจจัยความจำเป็นพื้นฐาน ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค ห้องน้ำ และที่พัก ให้ถูกสุขลักษณะ โดยเน้นย้ำเรื่อง “ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” “สำหรับจำนวนประชาชนผู้ที่ได้ทำการอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 4 จังหวัดข้างต้น ณ วันที่ 24 ก.ค. […]

คืนแรกอพยพชาวบ้านน้ำยืน จ.อุบลฯ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย

อุบลราชธานี 24 ก.ค. – ชาวบ้านน้ำยืน จ.อุบลราชธานี อพยพออกจากบ้านเรือนใกล้แนวปะทะ มายังพื้นที่ปลอดภัยในศูนย์อพยพ อ.เดชอุดม ที่ทางจังหวัดจัดให้ ขณะที่เสียงปืนใหญ่สงบลงแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วงบ่ายทีมข่าวเดินทางไปยังพื้นที่ อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นจุดแนวปะทะ ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 3 หลัง ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านกุดเชียงมุน 2 หลัง บ้านโพนทอง 1 หลัง โดยมีผู้เสียชีวิตจากแรงระเบิด 1 คน และได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 3 คน หลังจากเกิดเหตุในช่วงเช้า ทาง อ.น้ำยืน ได้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันที บรรยากาศในศูนย์อพยพของ อ.เดชอุดม เป็นพื้นที่อพยพ ปลอดภัย ทางจังหวัดทำแผนไว้นานกว่า 2 เดือน จึงบริหารจัดได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งการทำข้อมูลผู้เข้าพัก แจกอาหารและสิ่งของที่จำเป็น ถือว่าเป็นการบริหารจัดการที่รวดเร็ว โดยประชาชนส่วนใหญ่เดินทางมาจาก อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นแนวปะทะ ขณะนี้อยู่ในที่ปลอดภัย ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่ช่วงเช้าตื่นนอนมาได้ยินเสียงปืนจึงรีบออกจากบ้าน คว้าเสื้อผ้าและสิ่งของที่จำเป็นออกเดินทางมายังศูนย์อพยพโดยรถส่วนตัว และเดินทางมาพร้อมญาติอีกทั้งยังอยากให้เหตุการณ์นี้จบลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเสียงปืนใหญ่เงียบสงบลงแล้ว […]

อพยพผู้ป่วยติดเตียง 50 คน ไปยังที่ปลอดภัย

อุบลราชธานี 24 ก.ค. – ผู้ป่วยติดเตียงกว่า 50 คน เดินทางจาก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี มาถึงจุดปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาลสนาม อ.เดชอุดม เรียบร้อยแล้ว โดยมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา (24 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งให้ดำเนินการจัดทำโรงพยาบาลสนามฉุกเฉินตามคำสั่งของนายอำเภอ ซึ่งเป็นแผนอพยพผู้ที่อยู่ติดแนวชายแดนให้เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งโรงเรียนบ้านแขมเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยติดเตียง โดยมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งมีนักเรียนจิตอาสาช่วยดูแลเบื้องต้น โดยมีเตียงสนามจำนวน 50 เตียง และคาดว่าต้องเพิ่มปริมาณขึ้นอีก เนื่องจากขณะนี้ผู้ป่วยติดเตียงกำลังเดินทางมาเพิ่มอีก ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงมีญาติคอยประกบอยู่ไม่ห่าง.-สำนักข่าวไทย

มท.ยันพร้อมอพยพประชาชนแนวชายแดน

กทม. 24 ก.ค.- มหาดไทย ยันมีความพร้อมอพยพประชาชนตามแนวชายแดน ย้ำ เหตุชาวบ้านเสียชีวิตไม่ใช่ความล่าช้า แต่อยู่ระหว่างขนคนออกจากพื้นที่เสี่ยง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข้อสั่งการภายหลังจากที่มีการปะทะกันบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการประสานผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่ที่มีการปะทะกันว่าให้อพยพผู้คนทันที เช่น อำเภอพนมดงรัก ที่อยู่ติดกับชายแดนมายังพื้นที่อำเภอปราสาทที่อยู่ไกลจากชายแดนเข้ามาหน่อย ส่วนคนที่ยังอยู่ในพื้นที่ได้ให้อยู่ในหลุมหลบภัย ตามที่นายอำเภอได้มีการเตรียมการไว้ ซึ่งในการอพยพมีทั้งหน่วยแพทย์ พยาบาล ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงการตั้งโรงครัว เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ตนจึงได้มีการกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ดูแลพื้นที่ส่วนหลัง รวมถึงพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน และให้อพยพเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน ตามที่ นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่เช้าว่าตอนนี้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดแล้ว นอกจากนี้ นายอรรษิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่าเหตุการณ์ที่มีประชาชนเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการล่าช้าในการอพยพ หรือ ประชาชนไม่ยอมออกจากพื้นที่ แต่อยู่ในขณะกำลังเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น พร้อมยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมที่จะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่วนอีก 3 จังหวัดที่อยู่ติดแนวชายแดน ประกอบด้วย […]

อ.น้ำยืน อพยพชาวบ้าน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย

อุบลราชธานี 24 ก.ค. – ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยเฉพาะ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านได้อพยพออกจากบ้าน เตรียมเดินทางไปยังพื้นที่ปลอดภัย เมื่อเวลา 10.00 น. ทีมข่าวเดินทางติดตามชาวบ้านในอำเภอน้ำยืน อพยพออกจากบ้านมายังจุดรวมพล ที่โรงเรียนน้ำยืนวิทยา ตามแผนฉุกเฉินที่เคยซักซ้อมไว้ โดยจุดรวมพลแห่งนี้เป็นส่วนกลางรับผิดชอบของเทศบาลตำบลน้ำยืนให้ข้อมูลว่ามีประชาชนที่พร้อมอพยพประมาณ 4500 คนโดยจะแยกเป็นหมู่บ้านซึ่งจุดรวมแห่งนี้มีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน รวมไปถึงหมู่บ้านข้างเคียงอย่างตำบลสีวิเชียร จากนั้นจะมีรถจากทางอำเภอในหน่วยงานที่รับผิดชอบมาขึ้นรถอพยพไปยังอำเภอเดชอุดมยังที่ปลอดภัยเนื่องจากพ้นระยะแนวการยิงของปืนใหญ่ ชาวบ้านต่างพากันอพยพกันมาด้วยความด้วยความโกลาหล ได้รับแจ้งข่าวจากผู้นำชุมชนเมื่อเวลา 09.00 น. ผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเสียงตามสายโทรศัพท์แจ้งทางออนไลน์ทุกช่องทางจนทุกคนได้บอกต่อกันและมารวมพลกันตามแผนซ้อมอพยพเบื้องต้น ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอน้ำยืน ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ได้ยินชาวบ้านแจ้งกันผ่านเสียงตามสายโทรศัพท์ให้พากันอพยพโดยด่วน ซึ่งชาวบ้านบอกว่ารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก ตนเองเอาเฉพาะของที่จำเป็นแล้ววิ่งออกมาโดยไม่คิดชีวิต และยังอยากฝากให้ทั้งสองประเทศเจรจาสงบศึกให้เร็ว เนื่องจากได้รับผลกระทบทั้งการทำมาหากินทางเศรษฐกิจที่แย่และเป็นหนี้เป็นสิน อีกทั้งยังต้องมาวิ่งเอาชีวิตรอดหลบกระสุนปืน รู้สึกเครียดมากกับเหตุการณ์ในวันนี้.-สำนักข่าวไทย

กัมพูชาโจมตีร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันกันทรลักษ์ สั่งอพยพ 7 ตำบล

24 ก.ค. – อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สั่งอพยพประชาชน 7 ตำบล เข้าพื้นที่ปลอดภัยด่วน ขณะที่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันถูกโจมตี มีรายงานพบผู้บาดเจ็บจำนวนมาก หลังมีเสียงดังที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นเสียงปืนหรือระเบิด ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้ตอนนี้ ทางอำเภอกันทรลักษ์ สั่งการด่วนที่สุด ให้พื้นที่ 7 ตำบลคือ ต.ภูผาหมอก, ต.เสาธงชัย, ต.รุง, ต.ละลาย, ต.โนนสำราญ, ต.บึงมะลู ต.ชำ และ 80 หมู่บ้าน ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยให้ดำเนินการอพยพประชาชน และโรงเรียนต่างๆ ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเร่งด่วน ขณะที่เหตุโจมตีร้านสะดวกซื้อ ในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่าเป็นเหตุกระสุน bm21 จากฝ่ายกัมพูชาตกใส่ปั๊ม .-สำนักข่าวไทย

พายุไต้ฝุ่นวิภาเข้าใกล้เวียดนาม

ฮานอย 22 ก.ค. – เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทางตอนเหนือของเวียดนามได้เร่งให้ประชาชนตามแนวชายฝั่งอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นวิภา ซึ่งเป็นพายุลูกที่หกของปีนี้ กำลังจะพัดขึ้นฝั่งที่จังหวัดนิงห์บิงห์ในวันอังคาร ตามการคาดการณ์ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเวียดนาม ขณะนี้ หลายจังหวัดของเวียดนาม เช่น นิงห์บิงห์ กว๋างนิงห์ และฮึงเอียน ได้ดำเนินมาตรการป้องกันพายุไต้ฝุ่นวิภาแล้ว โดยการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงสูง และระงับการเดินเรือ ผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งกล่าวว่่า ตามคำสั่งของทางการท้องถิ่น ทางโรงแรมได้ระงับบริการลูกค้าตั้งแต่เวลาเมื่อวานนี้จนกว่าพายุจะผ่านไป ส่วนนักท่องเที่ยวรายหนึ่งจากกรุงฮานอยของเวียดนามกล่าวว่า เนื่องจากไม่รู้ว่าพายุไต้ฝุ่นลูกนี้จะมีความรุนแรงแค่ไหน นักท่องเที่ยวทุกคนจึงอยากกลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงและปกป้องทรัพย์สินของตนเอง.-813.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 4 54
...