fbpx

ศรีลังกากลับเข้าสู่ความสงบในวันนี้

โคลัมโบ 10 ก.ค.- ศรีลังกากลับเข้าสู่ความสงบแล้วในวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีประกาศลาออก ชาวศรีลังกาบางส่วนถือโอกาสเข้าไปเดินดูในทำเนียบประธานาธิบดีที่ถูกผู้ประท้วงเข้าบุกไปเมื่อวานนี้ ชาวศรีลังกาจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปสำรวจในตัวอาคารทำเนียบประธานาธิบดีที่ก่อสร้างสมัยที่อังกฤษยังเป็นเจ้าอาณานิคม โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงยืนถือปืนยาวรักษาความเรียบร้อยอยู่ ด้านข้างบันไดหลักซึ่งเสียหายบางส่วนมีป้ายเขียนด้วยลายมือติดไว้ว่า ดูได้เต็มที่ แต่อย่าขโมย แม่ขายขายผ้าเช็ดหน้าวัย 61 ปีกล่าวขณะพาบุตรสาวและหลาน ๆ เดินดูห้องนอนชั้นล่างของอาคารว่า ในชีวิตไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน ผู้บริหารประเทศใช้ชีวิตสุดหรูหราในขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อน ชาวบ้านถูกหลอกลวง เธออยากให้ลูกหลานได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ชายศรีลังกาที่นอนเหยียดยาวบนโซฟาไม้ที่แกะสลักอย่างหรูหราเผยว่า นอนค้างในทำเนียบประธานาธิบดีตั้งแต่บุกเข้ามาพร้อมกับผู้ประท้วงเมื่อวันเสาร์ ส่วนสระว่ายน้ำที่ผู้ประท้วงพากันกระโดดลงไปเล่น วันนี้ไม่มีใครเล่นแล้ว เหลือแต่น้ำขุ่นสกปรก ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่กำลังเจรจากับรัฐบาลศรีลังกาเรื่องความช่วยเหลือมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 107,556 ล้านบาท) แถลงวันนี้ว่า กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หวังว่าศรีลังกาจะมีหนทางแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันที่เอื้อให้สามารถฟื้นการเจรจาได้อีกครั้ง.-สำนักข่าวไทย

ปธน.-นายกฯ ศรีลังกายอมลาออกแล้ว

โคลัมโบ 10 ก.ค.- ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา และนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเหของศรีลังกาตัดสินใจลาออกแล้ว หลังจากประเทศเกิดความวุ่นวายมากที่สุดนับตั้งแต่มีการประท้วงรัฐบาลมาหลายเดือน เมื่อผู้ประท้วงพากันบุกบ้านพักของผู้นำทั้งสองคน นายกรัฐมนตรีวิกรมสิงเห วัย 73 ปี ประกาศว่าจะลาออกทันทีที่มีรัฐบาลชุดใหม่แม้ว่าผู้ประท้วงต้องการให้ลาออกทันทีก็ตาม ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศทางโทรทัศน์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาว่า ได้แจ้งต่อประธานาธิบดีราชปักษา วัย 73 ปีว่า แกนนำในสภาได้ประชุมและมีมติขอให้ลาออก ประธานาธิบดีตกลงจะลาออกในวันพุธที่ 13 กรกฎาคมเพราะต้องการส่งมอบอำนาจอย่างราบรื่น ดังนั้นขอให้ประชาชนเห็นแก่ประเทศชาติด้วยการอยู่ในความสงบ ด้านสมาชิกสภาพรรคฝ่ายค้านเผยว่า สมาชิกสภามีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีและดำเนินการเรื่องตั้งรัฐบาลชั่วคราว ศรีลังกาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491 ประชาชนขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และมีการประท้วงมาหลายเดือน จนกระทั่งผู้ประท้วงจำนวนมากมุ่งหน้าเข้ากรุงโคลัมโบเมื่อวันเสาร์ เกิดการปะทะกับตำรวจปราบจลาจลที่พยายามสกัดขบวน มีคนบาดเจ็บมากกว่า 30 คน จากนั้นผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปในบ้านพักประธานาธิบดี ตามด้วยการบุกบ้านพักนายกรัฐมนตรีและจุดไฟเผา สถานีโทรทัศน์เอกชนแห่งหนึ่งเผยว่า ทีมข่าว 6 คนถูกตำรวจทุบตีบาดเจ็บระหว่างรายงานเหตุการณ์ที่บ้านพักนายกรัฐมนตรี ขณะที่สภาการแพทย์ศรีลังกาแจ้งว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ กำลังขาดแคลนเวชภัณฑ์และไม่สามารถดูแลผู้บาดเจ็บจำนวนมากจากการประท้วงได้.-สำนักข่าวไทย

“บอริส จอห์นสัน” จ่อลาออกหัวหน้าพรรครัฐบาลวันนี้

ลอนดอน 7 ก.ค. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ จะประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี หรือดาวนิง สตรีท ในวันนี้ แต่จะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้ บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสันจะประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ในวันนี้ แต่จะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปจนกว่าจะมีการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนต่อไปที่จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมพรรคอนุรักษ์นิยมในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีจอห์นสันยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แต่ก็เปลี่ยนใจในเวลาต่อมา หลังมีรัฐมนตรีและสมาชิกระดับสูงของรัฐบาลหลายคนประกาศลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ซึ่งรวมถึงนายนาดฮิม ซาฮาวี ที่ผู้นำอังกฤษเพิ่งแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่ ก็เรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่งอย่างมีเกียรติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจอห์นสันเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคม 2562 หลังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมและชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อังกฤษ.-สำนักข่าวไทย

“บอริส จอห์นสัน” ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ อังกฤษ

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ยังคงยืนหยัดเมินกระแสกดดันจากบรรดารัฐมนตรีอาวุโสและสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นพรรครัฐบาล ให้เขาลาออกจากตำแหน่ง โดยเขาระบุว่า จะต่อสู้กับความพยายามทำให้เขาพ้นจากตำแหน่งด้วยกรณีอื้อฉาวที่เกิดต่อเนื่องหลายประเด็น

2 รัฐมนตรีอังกฤษยื่นลาออกไม่พอใจ “บอริส จอห์นสัน”

ลอนดอน 6 ก.ค. – นายริชี ซูนัก รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ พร้อมใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจในบทบาทการเป็นผู้นำรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน นายซูนักและนายจาวิดได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งต่อนายกรัฐมนตรีจอห์นสันในเวลาใกล้เคียงกันเมื่อวันอังคาร เพื่อแสดงถึงความไม่พอใจในบทบาทความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ขณะที่ผู้นำอังกฤษ ซึ่งพยายามรั้งตำแหน่งในคณะรัฐบาลต่อไปให้นานที่สุด ได้ประกาศแต่งตั้งนายนาดฮิม ซาฮาวี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่ และแต่งตั้งนายสตีฟ บาร์เคลย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ การลาออกของนายซูนักและนายจาวิดมีขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีจอห์นสันได้กล่าวขอโทษที่แต่งตั้ง ส.ส. อังกฤษคนหนึ่งให้มีหน้าที่กำกับดูแลพรรคอนุรักษนิยมของเขา ทั้งที่ทราบว่า ส.ส. คนนี้ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติผิดทางเพศ รวมถึงปัญหาอื้อฉาวเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ดาวน์นิง สตรีท’ ในช่วงที่อังกฤษประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวด จนทำให้ผู้นำอังกฤษถูกตำรวจสั่งปรับเงินฐานฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค ในขณะเดียวกัน นายซูนักเผยถึงสาเหตุที่ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังว่า ประชาชนอังกฤษคาดหวังให้รัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และจริงจัง ทั้งยังระบุว่า เขาลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเพื่อแสดงจุดยืนต่อมาตรฐานการทำงานของรัฐบาล ส่วนนายจาวิดระบุในจดหมายลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขว่า สถานการณ์ทางการเมืองของอังกฤษจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน และเขาเสียความเชื่อมั่นในตัวผู้นำอังกฤษแล้ว. -สำนักข่าวไทย

ผู้นำอังกฤษถูกกดดันหลังแพ้เลือกตั้งซ่อม 2 ที่นั่ง

พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ แพ้การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 ที่นั่งในวันนี้ ทำให้ประธานของพรรคอนุรักษ์นิยมลาออกจากตำแหน่งและส่งผลถึงอนาคตของนายจอห์นสัน ในฐานะผู้นำประเทศด้วย

นายกฯ ชี้ “กนกวรรณ” จะลาออกหรือไม่ เป็นอำนาจศาล

ทำเนียบรัฐบาล 13 มิ.ย.-นายกฯ บอก ปม “กนกวรรณ” ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ต้องออกจากตำแหน่งหรือไม่ เป็นอำนาจศาล ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ยังไม่เสนอขอปรับ ครม.

นักการทูตรัสเซียในยูเอ็นยื่นใบลาออกต่อต้านสงครามยูเครน

เจนีวา 24 พ.ค. – นายบอริส บอนดาเรฟ นักการทูตชาวรัสเซียที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ที่สำนักงานใหญ่ในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง พร้อมระบุในถ้อยแถลงประณามรัสเซียที่เปิดฉากทำสงครามรุนแรงในยูเครน นายบอนดาเรฟ วัย 41 ปี เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เขาเข้าไปที่สำนักงานของยูเอ็นเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์เหมือนวันทำงานปกติ ยื่นใบลาออก และเดินออกจากที่นั่น ทั้งยังระบุในถ้อยแถลงที่ส่งถึงคณะทูตหลายคนในนครเจนีวาว่า เขาขอประณามรัสเซียที่นำกองทหารรุกรานยูเครนและกล่าวโจมตีกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย นับตั้งแต่ที่ทำงานเป็นนักการทูตมานานถึง 20 ปี เขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศหลายครั้งของรัสเซีย แต่ไม่มีครั้งใดที่น่าอับอายเท่ากับคำสั่งบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายบอนดาเรฟมองว่าคำสั่งดังกล่าวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่มุ่งทำสงครามกับยูเครนและชาติตะวันตก ไม่ได้เป็นการก่ออาชญากรรมต่อชาวยูเครนเท่านั้น แต่ยังเป็นการก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ต่อชาวรัสเซียอีกด้วย  นายบอนดาเรฟ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการทูต ยังกล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ขณะนี้ เขายังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ของทางการรัสเซีย และมองว่ากระทรวงต่างประเทศรัสเซียไม่ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทูตอีกแล้ว แต่กลับต้องการทำให้เกิดสงคราม รวมถึงเผยแพร่คำโกหกและความเกลียดชัง ทั้งนี้ การประกาศลาออกของนักการทูตรัสเซียเพื่อแสดงจุดยืนประท้วงรัฐบาลรัสเซียนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีปูตินได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งบุกโจมตียูเครน.-สำนักข่าวไทย

ผู้ประท้วงศรีลังกาเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลแม้มีผู้นำใหม่

นายรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของศรีลังกาจะเริ่มจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพในวันนี้ แต่การแต่งตั้งเขาไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลศรีลังกา ที่เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ลาออกจากตำแหน่ง

ผู้ประท้วงศรีลังกาเรียกร้องให้มีรัฐบาลชุดใหม่

โคลัมโบ 11 พ.ค.- กลุ่มผู้ประท้วงและสหภาพแรงงานในศรีลังกาเรียกร้องให้มีรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นบริหารประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตร้ายแรง ขณะที่ประธานาธิบดีขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ หลังเกิดเหตุปะทะทางการเมืองที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และทำให้นายกรัฐมนตรีลาออก กลุ่มผู้ประท้วงยังคงชุมนุมเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา วัย 72 ปี ลาออก รวมทั้งผู้ชุมนุมที่ปักหลักตั้งกลุ่มเต็นท์หน้าทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากประธานาธิบดีลาออก รัฐสภาสามารถเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ และตั้งรัฐบาลรักษาการได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ด้านสมาคมเครื่องนุ่งห่มที่เป็นตัวแทนอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศเรียกร้องให้ตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง หลังจากรัฐบาลชุดที่เพิ่งลาออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่ประธานาธิบดีราชปักษาประกาศว่า จะทำทุกอย่างเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเมืองด้วยฉันทามติภายใต้อำนาจของรัฐธรรมนูญ และเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์ในศรีลังกาทวีความรุนแรงเมื่อกลุ่มเต็นท์ผู้ชุมนุมถูกกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลบุกเข้ามารื้อทำลายเมื่อวันจันทร์ จนเกิดการปะทะกัน มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน นายกรัฐมนตรีมหินดา ราชปักษา วัย 76 ปี พี่ชายของประธานาธิบดีตัดสินใจลาออกในเวลาต่อมา รวมทั้งคณะรัฐมนตรีด้วย เพื่อให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ด้านตำรวจประกาศห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิวทั่วประเทศจนถึงเวลา 07:00 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 08:30 น.วันนี้ตามเวลาในไทย.-สำนักข่าวไทย

นายกฯ ศรีลังกา ลาออกจากตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีมหินดา ราชปักษา ของศรีลังกา ผู้เป็นพี่ชายของประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ของศรีลังกา ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศอยู่ในขณะนี้

1 2 3 4 37