fbpx

“สี จิ้นผิง” คุยกับข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนระหว่างเยือนจีน

ปักกิ่ง 25 พ.ค. – ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พูดคุยผ่านระบบวิดีโอกับนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในระหว่างที่นางบาเชลต์เยือนจีนเป็นเวลา 6 วัน ซึ่งรวมถึงการลงพื้นที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ที่จีนถูกกล่าวหาว่าควบคุม ทารุณ และบังคับใช้แรงงานชาวมุสลิมอุยกูร์โดยผิดกฎหมาย ประธานาธิบดีสีกล่าวกับนางบาเชเลต์ว่า การพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนของจีนมีความเหมาะสมภายใต้เงื่อนไขของประเทศ เขามองว่าสิทธิมนุษยชนด้านการดำรงชีพและการพัฒนาเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติ การเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงและการลอกเลียนตัวแบบสถาบันจากประเทศอื่นไม่เพียงทำให้เกิดความไม่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น แต่ยังก่อให้เกิดผลร้ายตามมาอีกด้วย ท้ายที่สุด ประชาชนจำนวนมากก็จะได้รับความเดือดร้อน ในขณะเดียวกัน นางบาเชเลต์ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า การได้พบกับประธานาธิบดีสีถือเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่ทำให้เธอเปิดใจพูดเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนในจีนได้โดยตรง เธอยังได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาในด้านดังกล่าวว่าต้องอาศัยสันติภาพและความปลอดภัยที่ยั่งยืน โดยยึดแกนหลักในด้านสิทธิมนุษชน ความยุติธรรม และการมีส่วนร่วมโดยไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายไม่เชื่อว่า จีนจะอนุญาตให้นางบาเชเลต์เข้าไปประเมินสภาพแวดล้อมด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างเต็มที่ในเขตซินเจียงอุยกูร์ เนื่องจากกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า การเดินทางเยือนจีนของนางบาเชเลต์เป็นไปตามแนวทางควบคุมแบบปิดเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ด้านนายเนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เผยว่า การเดินทางเยือนจีนของนางบาเชเลต์ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาดอย่างมาก.-สำนักข่าวไทย

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นจะเยือนเขตซินเจียงของจีน

ปักกิ่ง 23 พ.ค. – นางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะเริ่มต้นภารกิจเยือนจีนในวันนี้เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นคนแรกที่เดินทางเยือนจีนในรอบเกือบ 20 ปี แหล่งข่าวไม่เผยนามด้านการทูตของจีนระบุว่า นางบาเชเลต์ ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีชิลี มีกำหนดเข้าร่วมประชุมแบบเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์กับคณะทูตราว 70 คนในวันนี้ จากนั้น เธอจะเดินทางไปยังนครอุรุมชีและเมืองคัชการ์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ รวมถึงนครกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ขณะที่สำนักงานของนางบาเชเลต์ระบุว่า นางบาเชเลต์จะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายคน องค์กรภาคสังคม ตัวแทนธุรกิจ และนักวิชาการ ทั้งนี้ การเดินทางเยือนจีนของนางบาเชเลต์มีขึ้นในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกกล่าวหาว่า คุมขังชาวมุสลิมอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่น ๆ ไว้ที่ค่ายปรับทัศนคติในเขตซินเจียงมาเป็นเวลานานหลายปี จีนให้เหตุผลว่าเป็นการปราบปรามด้านความมั่นคง ขณะที่สหรัฐระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเรื่องโกหกครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกัน นายเนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเดินทางเยือนจีนของนางบาเชเลต์ว่า สหรัฐไม่ได้คาดหวังว่าจีนจะอนุญาตให้นางบาเชเลต์สามารถประเมินสภาพแวดล้อมด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงโดยสมบูรณ์และไร้การควบคุมจากรัฐบาลจีน. -สำนักข่าวไทย

ยูเอ็นเผยกำลังเจรจากับจีนเพื่อเข้าไปตรวจสอบกรณีซินเจียง

ออตตาวา 29 มี.ค. – สหประชาชาติ หรือยูเอ็น กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาอย่างจริงจังกับจีน เพื่อเข้าไปตรวจสอบเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีนว่าเป็นไปตามรายงานที่ระบุว่ามีการกดขี่ชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์หรือไม่ นางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า รายงานเกี่ยวกับการควบคุมตัวโดยมิชอบ การปฏิบัติที่โหดร้าย การใช้ความรุนแรงทางเพศ และการบังคับใช้แรงงานในเขตซินเจียงอุยกูร์จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและเป็นอิสระ เธอยังระบุอีกด้วยว่า ได้เริ่มจัดการเจรจาเพื่อเดินทางเข้าไปในภูมิภาคดังกล่าวของจีนแล้ว แต่ยังไม่บรรลุข้อตกลง ในขณะเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของบรรษัทกระจายเสียงของแคนาดาว่า ขณะนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการเดินทางเยือนเขตซินเจียงอุยกูร์ของนางบาเชเลต์ เขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้ และนางบาเชเลต์จะสามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้โดยไม่มีข้อบังคับหรือข้อจำกัด ขณะที่จีนระบุว่า ยินดีต้อนรับนางบาเชเลต์ในการเดินทางเยือนเขตซินเจียงอุยกูร์ แต่จะต้องไม่ใช้การเดินทางดังกล่าวเพื่อดำเนินการจัดแจงทางการเมืองและสร้างแรงกดดันให้กับจีน.-สำนักข่าวไทย