กสม.28 ธ.ค.-กสม.ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา แนะรัฐบาลเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัย ไม่ผลักดันกลับสู่อันตราย พร้อมดูแลชาวบ้านบริเวณชายแดน เตรียมลงพื้นที่เร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ครั้งที่ 54/2564 (29) ได้หารือถึงสถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบในประเทศเมียนมา บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาที่ยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ชาวเมียนมาที่มีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้หญิง รวมถึงผู้หญิงตั้งครรภ์หนีภัยข้ามแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และแม่น้ำเมย จังหวัดตาก เข้ามายังพื้นที่พักพิงชั่วคราวบริเวณชายแดนประเทศไทย และต้องประสบความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดอาหาร น้ำสะอาดและยารักษาโรค ขณะที่ชาวไทยบริเวณชายแดนมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเกิดความหวาดกลัวจากเสียงสู้รบและอากาศยานทางการทหารอยู่เป็นระยะ
กสม. ได้ติดตามสถานการณ์ ด้วยความห่วง เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของบุคคลและชุมชน และเห็นว่า ในการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา รัฐบาลไทยควรเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเคารพต่อหลักสากลการห้ามผลักดันกลับสู่อันตรายอย่างเคร่งครัด และกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเมียนมา ซึ่งมีทั้งแรงงาน ผู้หนีภัยทางการเมือง และผู้หนีภัยจากการสู้รบ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ควรมีมาตรการในการดูแลเพื่อให้เข้าถึงการตรวจคัดกรอง การรักษา รวมทั้งการฉีดวัคซีนด้วย
สำหรับการป้องกันภัยอันตรายให้แก่ชุมชนไทยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีการดูแลด้านความปลอดภัย เช่น การทำบังเกอร์ป้องกันภัยแก่ชุมชน จัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ และซักซ้อมความเข้าใจแก่ประชาชนในชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่สงบด้วย
กสม. ยังคงติดตามผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นแก่ชาวเมียนมาผู้หนีภัยความไม่สงบเข้ามายังประเทศไทย และชุมชนชาวไทยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเร็วๆ นางปรีดา คงแป้น และ น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีกำหนดลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วย.-สำนักข่าวไทย