หลายประเทศอาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับศรีลังกา

วอชิงตัน 18 ก.ค.- กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) เตือนว่า หลายประเทศอาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับศรีลังกาที่ตกอยู่ในวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ และผู้นำต้องหนีออกนอกประเทศ


เว็บไซต์บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) อ้างคำกล่าวของนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเมื่อวันเสาร์ว่า ประเทศที่มีหนี้สินสูงและมีความจำกัดในการดำเนินนโยบายจะเผชิญกับความตึงตัวเพิ่มเติม เธอยกศรีลังกาขึ้นเป็นตัวอย่างว่า มีปัญหาในการชำระค่าสินค้านำเข้าจำเป็น เพราะเผชิญวิกฤติอัตราแลกเปลี่ยน เงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 50 ราคาอาหารแพงขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 80 เงินรูปีศรีลังกาอ่อนค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักอื่น ๆ ศรีลังกามีหนี้พอกพูนจนกลายเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศในรอบ 20 ปีเมื่อเดือนมิถุนายน

บีบีซีวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ปากีสถาน มัลดีฟส์ และบังกลาเทศว่ามีแนวโน้มจะเดินตามรอยศรีลังกา สปป.ลาวมีประชากรมากกว่า 7 ล้าน 5 แสนคน เป็นคนยากจนถึง 1 ใน 3 สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้น้ำมันแพงทำให้ค่าครองชีพสูงยิ่งขึ้นไปอีก เงินกีบลาวเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงกว่า 1 ใน 3 แล้วในปีนี้ การที่สหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ายิ่งขึ้น เป็นเหตุให้เงินกีบอ่อนค่าลงอีก และสินค้านำเข้ามีราคาสูงขึ้น ธนาคารโลกระบุว่า สปป.ลาวมีทุนสำรอง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,594 ล้านบาท) นับจนถึงสิ้นปี 2564 แต่มีหนี้ต่างประเทศที่จะต้องชำระในจำนวนดังกล่าวไปจนถึงปี 2568 คิดเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ภายในประเทศ


ส่วนที่ปากีสถาน ราคาเชื้อเพลิงแพงขึ้นร้อยละ 90 ตั้งแต่รัฐบาลยุติมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนอยู่ที่ร้อยละ 21.3 สูงที่สุดในรอบ 13 ปี ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงไปครึ่งหนึ่งนับจากเดือนสิงหาคมปีก่อน ด้านมัลดีฟส์มีหนี้สาธารณะสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) มากกว่า 1 เท่า เนื่องจากเศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวจึงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เจพีมอร์แกนของสหรัฐคาดว่า มัลดีฟส์เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ภายในสิ้นปี 2566 ขณะที่บังกลาเทศมีอัตราเงินเฟ้อแตะร้อยละ 7.42 สูงที่สุดในรอบ 8 ปี และมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศร่อยหรอ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า